ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »
 
สมัครงาน Thai job search Thailand job online
Thailand job posting
  อ. สุชาดา สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา
อดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
 
Thailand job directory
  ร.ศ. ธงชัย สันติวงษ์
อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์
 
Thailand employment
  คุณ อารี เพ็ชรรัตน์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีแอนด์แอสโซซิเอสท์ จำกัด
 
Thailand employment
  คุณ อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์
คอลัมน์นิสต์ "เม้าท์เรื่องงานกับอลิส และ HR in Focus"
 
Thailand recruiter   Thailand job listing
 
Thai Job หางาน สมัครงาน
แหล่งงาน
 
งาน Workplace
ตำแหน่งงาน Resume & Cover Letter
Thai Job Prepare for Interview
Thai job search Employer Questions
Thailand job online Prepare for Working
Thailand job posting ดูทั้งหมด »
 
Thailand job directory   Thailand employment
 
 
  ฉบับที่ 438 วันที่ 5 พ.ค. 2008  
  “ละครวิทยุ” เสน่ห์ที่ไม่เคยจืดจาง

     “ช่วงเวลาแห่งความบันเทิงต่อจากนี้ คณะเกศทิพย์ ขอเสนอละครเศร้าเคล้าน้ำตา"  

     เสียงประกาศกังวานจุดความเร้าใจเคล้าจินตนาการให้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเสียงจากบทละครโลดแล่นเข้าสู่โสตประสาท มันถูกแปลงเป็นภาพในจินตนาการดุจมีชีวิต

     ความบันเทิงราคาแสนถูกเมื่อราว ๔๐ ปีก่อน คงไม่มีสิ่งใดทัดเทียมละครวิทยุ เพียงมีเจ้ากล่องรับสัญญาณ หรือวิทยุทรานซิสเตอร์ขนาดพกพาราคาไม่กี่ร้อยบาท ป้าสายลุงอินทร์พ่อแก่แม่เฒ่าคนหัวไร่ปลายนาก็ดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับเจ้ากล่องที่ส่งเสียงพูดเสียงเพลงใบนี้ได้ทั้งวัน...

     เช่นเดียวกับป้าแก้วแฟนละครตัวยง ที่ต้องคอยฟังละครวิทยุเรื่องโปรดแนวแม่ผัวลูกสะใภ้ทุกวันขณะดำเนินกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเวลาเข้าครัวทำกับข้าว หรือนั่งซักผ้าหน้ากะละมังใบใหญ่

     ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ของความบันเทิงผ่านคลื่นความถี่ที่เรียกว่า “ละครวิทยุ” ไม่ว่าจะเป็นคณะละครเกศทิพย์ กันตนา และนีลิกานนท์ เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ถึง ๒๕๑๕ หลังจากนั้นเครื่องรับโทรทัศน์เริ่มแพร่หลายเข้าไปในครัวเรือนของชนชั้นต่างๆ มากขึ้น การถ่ายทอดพลังของละครได้สมจริงสมจังมากกว่าจึงทำให้ความนิยมของละครวิทยุเริ่มซบเซาลง

     แต่ใช่ว่าความบันเทิงในรูปแบบที่เห็นภาพประกอบเสียงจะนำพาให้โลกวิทยุสูญหาย เพราะละครวิทยุทั้งยามกลางวันและกลางคืนยังคงทำหน้าที่สร้างความสุขได้ไม่รู้เบื่อ เนื่องจากความกระทัดรัดของตัวกลางที่หิ้วติดตัวไปได้ทุกคันนา โลกของการฟังและการได้ยินความสุขจากละครวิทยุจึงยังเป็นสีสันชีวิตบ้านทุ่งอันงดงาม แม้แต่ในเมืองใหญ่ที่ผู้คนอาศัยอยู่ในป่าคอนกรีต ก็ยังมีมุมหนึ่งที่แฟนละครวิทยุหมุนหาคลื่นละครเรื่องโปรดไว้เป็นเพื่อนคู่หูยามเหงาเช่นกัน

     ณ ต้นกำเนิดความบันเทิงราคาถูก ห้องบันทึกเสียงรุ่งสยาม ย่านอินทามะระ ซอย ๑ อาคารเล็กๆ ที่เป็นทั้งบ้านและห้องอัดละคร ยังคงทำหน้าที่ส่งสารความสุขผ่านคลื่นเอเอ็ม ในนามคณะละคร “เกศทิพย์”

     เกือบครึ่งศตวรรษแล้วที่ละครวิทยุเรื่องแล้วเรื่องเล่าถูกผลิตขึ้นที่นี่ และทุกวันนี้ก็ยังคงสืบสานลมหายใจนั้นไม่เสื่อมคลาย คณะเกศทิพย์ ถือเป็นหนึ่งในคณะละครวิทยุเก่าแก่ในจำนวนไม่กี่คณะที่ยังคงเหลืออยู่จวบจนวันนี้ 

     ทุกวันเสาร์ คือเวลานัดหมายของเหล่าคนละครวิทยุทั้งรุ่นเก่าลายครามและคลื่นลูกใหม่ ให้ได้มาพบปะและร่วมสร้างสรรค์ความบันเทิงผ่านเสียง 

     ป้ากมลรัต ไชยนันทน์ หรือ “ป้ามล” ของชาวคณะ นักแสดงละครวิทยุรุ่นบุกเบิกวัย ๗๘ ปี บอกว่า การเล่นละครวิทยุให้ได้อรรถรสต้องตีบทให้แตก เสียงที่ออกไปต้องให้คนฟังเชื่อและรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของตัวละครนั้นๆ “คาแรกเตอร์ของเสียงป้าเป็นตัวร้ายมาตลอด กระทั่งทุกวันนี้ส่วนมากก็มักจะได้รับบทแม่ผัวตัวร้าย หัวหน้าคณะบอกว่าเหมาะดี เพราะป้าแสดงออกทางอารมณ์ชัดเจน ถ้าเก่งไม่พอเขาจะไม่ให้เล่นบทนี้” ป้ามลกล่าวอย่างภาคภูมิใจตลอดชีวิตการเป็นนักแสดงละครวิทยุกว่า ๕๐ ปี
ป้ามลเริ่มเล่นละครวิทยุกับคณะ ๒๑๓ มาก่อน ก่อนจะมาปักหลักที่คณะเกศทิพย์และอยู่ยาวจนถึงทุกวันนี้ นักแสดงรุ่นราวคราวเดียวกับป้าที่ดังๆ ก็อย่างสมจินต์ ธรรมทัศน์, ชินดิษฐ์ บุนนาค, ประกอบ ไชยพิพัฒน์ เป็นต้น บางคนก็ยังอยู่ ขณะที่หลายคนล้มหายตายจากกันไปแล้ว

    ป้าเล่าว่าเมื่อก่อนการจะตั้งคณะละครขึ้นมาสักคณะหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรวบรวมนักแสดงฝีมือดีมาเล่นล้วนๆ ไม่มีการรับเด็กใหม่ แล้วเรื่องที่จะเลือกมาเล่นก็ต้องมาจากนักประพันธ์ดังๆ อย่างทมยันตี หรือกฤษณา อโศกสิน เป็นต้น

     “ยุคแรกๆ เขาอัดกันสดๆ ทั้งบทพูดและเสียงประกอบ นักแสดงต้องเก่งมากๆ ถึงจะรอด เวลาเล่นผิดก็ดำน้ำเลย แก้ปัญหาเดี๋ยวนั้นให้ได้” ป้าเล่าย้อนอดีตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

     คณะละครในยุคเฟื่องฟูราว ๔๐ ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นกันตนา,ผาสุกวัฒนารมย์, มิตรมงคล, แก้วฟ้า เสนีย์ (บุษปะเกศ) มีรายได้หลักเลี้ยงตัวจากสปอนเซอร์ ซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้หากันง่ายๆ ถ้าเป็นเจ้าประจำก็อยู่กันยาว พอเลิกสนับสนุน จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บางคณะต้องปิดตัวลง

     พี่วิทยา อัมภสุวรรณ นักแสดงละครวิทยุรุ่นกลางที่พากษ์เสียงพระเอกมากว่า ๒๐ ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นลูกหลานของคณะเกศทิพย์ เคยวิ่งเล่นในบริเวณห้องอัดจนเกิดความคุ้นเคย ช่วงหนึ่งที่คณะขาดตัวแสดงจึงมีโอกาสได้เข้าไปลองพากษ์เสียง โดยเริ่มจากบทตัวประกอบ แล้วค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาพากษ์เสียงพระเอก

     “วิธีดูแลเสียงของพี่ คือต้องนอนหลับให้เพียงพอ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินของมันเพราะจะทำให้ไอ และพยายามไม่ให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนเทคนิคการเล่นให้ไหลลื่นไปกับบท ให้นึกถึงเวลาที่เราจะพูดหรือสื่อสารกับคนตาบอด ต้องทำพจน์ให้เป็นภาพ บทมีส่วนช่วยมากนะ ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวสูง” พี่วิทยาบอก
พี่วิทยาเคยเป็นนักจัดรายการมาก่อน จึงไม่ค่อยมีอุปสรรคในเรื่องการสื่อสาร แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบทที่ยากสำหรับเขาอย่างบทบู๊ รวมถึงบทที่ต้องใช้อุปกรณ์สร้างเสียงประกอบฉากยากๆ ซึ่งต้องคำนวณจังหวะและน้ำหนักของเสียงให้สมจริง


      ขณะนั้นเองพี่หน่อย มุทิตา อิทธิผล นางเอกประจำคณะก็สาธิตการใช้อุปกรณ์อย่างง่ายๆ จากภูมิปัญญาคนละครที่วางเรียงรายบนโต๊ะใกล้ๆ ไมโครโฟน เพื่อใช้ทำเสียงประกอบการแสดง อาทิ ปากกาที่มีไว้เซ็นชื่อ นวมนักมวยสำหรับฉากชกต่อย กลองสำหรับงานรื่นเริง ลูกบิดประตูของจริงแทนการเปิดปิดประตู สายเทปคาสเซ็ตที่ยับยู่ยี่แทนเสียงสวบสาบเวลาเข้าป่า เสียงเกรียงกระทบกันแทนฉากฟันดาบ จานแก้วหรือกระเบื้อง กับช้อนสแตนเลสสำหรับฉากทานข้าวในบ้านหรู ส่วนจานกับช้อนสังกะสีสำหรับฉากทานข้าวในชนบทหรือกระท่อมปลายนา เป็นต้น เรียกว่าทุกอย่างต้องเนียนและเหมาะสมกับฉากนั้นๆ เลยทีเดียว

     “เสียงประกอบสำคัญมาก สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ พี่จะชอบมากเลยเวลาคนเขียนบทเขียนอย่างละเอียด แต่ต้องไม่ฟุ่มเฟือย เอาพอสมควรแก่บทนั้น จะทำให้ละครสนุก” เธอบอก

     แม้ทุกวันนี้จะมีโปรแกรมเสียงสำเร็จรูปไว้ใช้งานได้ทันที แต่อารมณ์สดที่ได้จากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็ช่วยให้ละครสมจริง สนุกสนาน และมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น โดยผู้กำกับละครและควบคุมเสียง อย่างพี่สีเผือก พลปณต โหมดประดิษฐ์ หรือ “สีเผือก รุ่งสยาม” จะมีหน้าที่ดูแลให้องค์ประกอบละครวิทยุเหล่านี้ออกมาดีที่สุด

      ขณะที่ป้ากัลยา ทิณพงษ์ หรือ “ป้ากัล” หัวหน้าคณะเกศทิพย์ที่อยู่คู่วงการละครวิทยุมากว่า ๔๐ ปี บอกว่าเทคนิคเดิมๆ ของละครวิทยุยุคก่อนไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ ซึ่งเกศทิพย์จะไม่ทิ้งสิ่งเหล่านี้แน่นอน พร้อมยืนยันว่าทุกวันนี้ละครวิทยุยังคงได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ฟัง เพียงแต่แฟนส่วนใหญ่เป็นคนชานเมืองและต่างจังหวัด

     “แฟนๆ ที่ติดตามผลงานของเราทางคลื่นเอเอ็ม ๗๙๒ และ๑๑๗๙ ถ้าวันไหนไฟดับจะโทรฯมาถามเยอะเลย คงกลัวพลาดฉากสำคัญ ป้าว่าตอนนี้ใครคิดอยากจะทำก็ทำเถอะ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ละครวิทยุจะได้อยู่นานๆ ตอนนี้เห็นลูกชายอยากช่วยแม่สานต่อ ก็ดีใจที่เขาสนใจ”

     ละครวิทยุที่หลายคนอาจมองว่าเป็นสื่อตกยุค ล้าสมัย แต่สำหรับกลุ่มคนทำละครกลุ่มนี้มันเป็นสื่อแห่งความบันเทิงที่พวกเขาหลงใหล หลงรัก และทำมันด้วยความตั้งใจและความทุ่มเท เช่นเดียวกับคนเขียนบทซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการละครวิทยุตั้งแต่ยุคแรกๆ อย่าง อาจารย์วรการ เจริญดี อดีตนักเขียนบทละครวิทยุของคณะ กันตนา ที่เคยเขียนบทละครวิทยุตั้งแต่ตอนละเพียง ๖๐ บาท จนทุกวันนี้ตอนละพันบาท แต่อาจารย์ก็ยังคงรับงานต่อเนื่องด้วยใจรัก

     มือเขียนบทอันดับต้นๆ ของวงการเล่าว่าในช่วงที่ละครวิทยุกำลังเข้าสู่ยุคร่วงโรย ตนได้นำบทละครโทรทัศน์มาดัดแปลงเป็นบทละครวิทยุด้วย ละครวิทยุที่นิยมจริงๆ สมัยก่อน ถ้าออกอากาศช่วงกลางคืนจะเป็นเรื่องผี ส่วนเวลากลางวันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องตลกโปกฮา หรือบู๊

     “บทละครโทรทัศน์กับวิทยุต่างกัน ภาษาละครวิทยุมีลักษณะเป็นภาษาภาพหมายความว่าเขียนแล้วให้คนจินตนาการมองเห็นภาพได้ แต่ภาษาละครโทรทัศน์คือภาษาพูด คือเห็นภาพและคำพูดอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงรายละเอียดอื่นๆ บทละครโทรทัศน์เขียนละเอียดกว่าเพราะต้องมีหน้ากล้อง ด้านซ้ายเป็นหน้ากล้องกับแอ็คชั่น ส่วนด้านขวาเป็นบทสนทนา ขณะที่บทละครวิทยุจะเขียนเป็นบทสนทนายาวไปเลย” อาจารย์อธิบาย

     ทุกวันนี้นอกจากคณะเกศทิพย์ที่ยังคงผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ยังมี “คณะนีลิกานนท์” ของวิเชียร นีลิกานนท์ ที่นำบทละครจากนวนิยายขายดีของนักเขียนชื่อดังมาสร้างเป็นละครมากมาย จนแฟนละครติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

     ที่น่าดีใจก็คือ มีคณะละครคนรุ่นใหม่ที่พยายามสืบสานละครวิทยุ อย่าง “คณะรังสิมันต์” ขณะที่คณะละครชื่อดังที่ต้องล้มหายตายจากหน้าปัดวิทยุไปแล้ว อาทิ “คณะกันตนา” ของประดิษฐ์ กัลจาฤกษ์ หรือ “คณะแก้วฟ้า” ของเสนีย์ บุษปะเกศ
แม้จะมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาสืบสานศิลปะบันเทิงแขนงนี้อยู่บ้าง แต่ถ้าพูดกันตรงๆ ลมหายใจของละครค่อนข้างรวยริน เนื่องจากต้องประสบปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์ที่เป็นตัวสินค้าโฆษณา

     ผศ.ธีระบุญฤทธิ์ ควรหาเวชสิทธิ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เจ้าของแนวความคิดโครงการฟื้นฟูละครวิทยุ กล่าวว่า ทุกวันนี้ใช่ว่าละครวิทยุจะล้มหายตายจากเสียหมด ยังพอมีให้ฟังอย่างต่อเนื่องทางคลื่นเอเอ็ม โดยเฉพาะคลื่นของสถานีวิทยุพลังงานทหาร (วพท.) 

       แต่พักหลังมานี้คณะต่างๆ ประสบปัญหาหลักเรื่องผู้สนับสนุนรายการที่หันไปสนใจรายโทรทัศน์มากกว่า และยังมีเรื่องของเวลาที่ใช้ออกอากาศ รวมถึงการขาดนักแสดงรุ่นใหม่ๆ จึงทำให้ยิ่งนิ่ง

     “ตอนเริ่มโครงการฯ ใหม่ๆ เราเปิดอบรมการผลิตละครวิทยุฟรีในช่วงปิดเทอม โดยเชิญนักแสดงละครวิทยุชื่อดังในอดีต มาเป็นวิทยากร อาทิ วิเชียร นีลิกานนท์, ชัยวิชิต อติศัพท์ และจีรภา ปัญจศิลป์ แล้วได้ อ.วรการ เจริญดี มือเขียนบทตัวเก๋ามาเสริม คนที่มาบางคนไม่รู้จักเลย บางคนไม่เคยฟังมาก่อน แต่พอหลังจากอบรมเสร็จ หลายคนบอกว่าได้ความรู้เยอะ แล้วเราก็ดึงคนที่สามารถเล่นได้มาตั้งคณะในชื่อมิตรประสานการละคร ความหมายของชื่อคณะก็คือเป็นที่รวมของคนละครรุ่นเก่า ชาวบ้าน แฟนละครทั่วไป และนิสิตนักศึกษา”

     เจ้าของไอเดียบรรเจิดบอกด้วยว่า เป้าหมายของโครงการฯ ก็เพื่อฟื้นฟูแล้วสร้างสื่อรายการละครวิทยุน้ำดี ละครวิทยุแห่งคณะมิตรประสานการละครแต่ละเรื่องที่ผลิตขึ้นจึงเป็นแนวสร้างสรรค์สังคม และมักสอดแทรกคติสอนใจอยู่เสมอ
“ตั้งแต่ปลายปี’ ๔๗ ที่เริ่มทำ มีละครออกอากาศแล้ว ๖ เรื่อง เป็นตำนาน ๓ เรื่อง คือ บางแสนสามมุก ชั่วฟ้าดินสลาย, เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และผานางคอย ส่วนแนวอิงประวัติศาสตร์ ๓ เรื่อง ก็อย่างเรื่องเจ้าพ่อประตูผา, ขุนทอง และพิชัยดาบหัก เป็นตำนานอิงประวัติศาสตร์ที่คนไทยควรรู้ เราอยากให้อะไรกับคนฟังบ้าง ไม่ใช่แค่ความบันเทิง เพราะคนเขียนบท (อ.วรการ) ก็เป็นครูมาก่อน ในฐานะสื่อที่ผลิตจากสถานศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเป็นสื่อที่มีคุณค่า เกิดผลกระทบด้านดีกับคนฟัง” เจ้าของแนวความคิด อธิบายแนวทางการทำงาน

     แม้ทุกวันนี้ โครงการฟื้นฟูละครวิทยุ จะพบอุปสรรคเรื่องเงินทุนในการดำเนินการไม่ต่างจากคณะละครทั่วไปอยู่บ้าง แต่หัวเรือใหญ่อย่างผศ.ธีระบุญฤทธิ์ ยืนยันจะเดินหน้าผลิตละครแนวสร้างสรรค์สังคม และออกอากาศอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่นำความภาคภูมิใจมาสู่ชาวคณะอย่างมากก็คือ การมีโอกาสผลิตละครวิทยุเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา และเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติ ๖๐ ปีที่ผ่านมา

     โลกของภาพพัฒนาล้ำหน้าโลกของเสียง วิ่งไปไกลจนกระทั่งสามารถมองภาพถ่ายทอดสดได้ในอุ้งมือ เมื่อล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นสำรวจและเสพความบันเทิงได้โดยไม่ต้องฟังแต่เสียงเช่นในอดีต แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะเทคโนโลยี เสน่ห์ของความบันเทิงบนหน้าปัด ที่เรียกว่า “ละครวิทยุ” ยังคงมีมนต์ขลังทุกยุคสมัย โดยสื่อแห่งความทันสมัย ไฮเทคอื่นใดก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้

  ฉบับที่ 450 ก.ค. 2008  
  พบกัน...เพื่อรอวันจากลา หรือ สร้างคุณค่าก่อนลาจาก
“จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป...”
 
  ฉบับที่ 449 ก.ค. 2008  
  จากเมือง...สู่บ้านนา เบ้าหลอมความคิดดีๆ ที่ผู้ใหญ่สร้างให้เด็กได้
“เรื่องง่ายๆ อย่างการปิดเปิดสวิทช์เขาก็มีไอเดียสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง ในอนาคตเขาอาจจะเป็นหนูน้อยที่คอยกระตุ้นเตือนพ่อแม่ให้ช่วยประหยัดไฟฟ้าในบ้านก็ได้ นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี นี่แหละคือความคิดที่ยั่งยืน”
 
  ฉบับที่ 437 เม.ย. 2008  
  ผู้บริโภคไม่ใช่เหยื่อ
" การเรียกร้องค่าเสียหายผู้บริโภค จะได้เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ในกลไกปกติขณะนี้ ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องความเสียหายทางจิตใจได้ด้วย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตสินค้าก็มีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองในชั้นศาล”