ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »
 
สมัครงาน Thai job search Thailand job online
Thailand job posting
  อ. สุชาดา สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา
อดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
 
Thailand job directory
  ร.ศ. ธงชัย สันติวงษ์
อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์
 
Thailand employment
  คุณ อารี เพ็ชรรัตน์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีแอนด์แอสโซซิเอสท์ จำกัด
 
Thailand employment
  คุณ อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์
คอลัมน์นิสต์ "เม้าท์เรื่องงานกับอลิส และ HR in Focus"
 
Thailand recruiter   Thailand job listing
 
Thai Job หางาน สมัครงาน
แหล่งงาน
 
งาน Workplace
ตำแหน่งงาน Resume & Cover Letter
Thai Job Prepare for Interview
Thai job search Employer Questions
Thailand job online Prepare for Working
Thailand job posting ดูทั้งหมด »
 
Thailand job directory   Thailand employment
 
 
  ฉบับที่ 365 วันที่ 8 ธ.ค. 2006  
  จากสตันท์ ได้เวลาลุย "เดี่ยว" ชูพงษ์ ช่างปรุง

ลีลาบู๊ระห่ำจากดาวรุ่งดวงใหม่ "เดี่ยว" ชูพงษ์ ช่างปรุง ปลุกให้วงการหนังบู๊ แอ็คชั่นเมืองไทยได้รับความสนใจอีกระลอก ไม่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้นที่ชื่นชอบในบทบู๊เขย่าจอของเขา แต่เดี่ยว ชูพงษ์ ยังเป็นชื่อที่ คอหนังชาวต่างประเทศเริ่มคุ้นเคยและชื่นชมในผลงานเช่นกัน...

หากไม่นับหนังทำเงินเรื่อง "องค์บาก" ที่เดี่ยวมีโอกาสเข้าไปร่วมเล่นเป็นนักแสดงสมทบ หนังเรื่องที่สองของเขา "เกิดมาลุย" นับเป็นผลงานแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว และ
ปูทางให้เขาก้าวขึ้นมาโชว์ฝีไม้ลายมือ ในฐานะพระเอกนักบู๊คนใหม่ของวงการ

ล่าสุดหนังแอ็คชั่น-คอเมดี้ "คนไฟบิน หรือ Tabanfire" กำกับโดย เฉลิม
วงค์พิมพ์ ซึ่งมี เดี่ยว ชูพงษ์ แสดงนำ ก็เป็นหนังไทยเรื่องที่สอง ที่มีโอกาสโกอินเตอร์ เช่นเดียวกับ "ต้มยำกุ้ง" ที่ไปสร้างชื่อมาแล้วในตลาดหนังต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น.....

ทั้งจา พนม และ เดี่ยว ชูพงษ์ ต่างเป็นศิษย์ร่วมสำนักของพันนา ฤทธิไกร สตันท์แมนและผู้กำกับคิวบู๊แถวหน้าของเมืองไทย ต้นแนวความคิดหนังบู๊แอคชั่น
มันส์สะใจ ไม่ใช้สลิง และตัวแสดงแทน

"จา พนม" มีดีที่ความสวยงามในการออกอาวุธ และอาศัยประสบการณ์ชั้นเชิงที่สูงกว่า ขณะที่ "เดี่ยว ชูพงษ์" นั้นได้ความหนักหน่วงและความสดพร้อมลุยเต็มพิกัด...

หากมองย้อนกลับไปถึงเส้นทางสายบู๊แอ็คชั่นของดาวรุ่งดวงนี้ ดูเหมือนว่า
ทุกอย่างได้เริ่มปูทางไว้บ้างแล้ว ในวัยเด็กเดี่ยวรักการต่อสู้ เขามักเล่นชกมวยกับเพื่อนๆ เสมอ ขณะเดียวกันก็เป็นนักกีฬา ของโรงเรียนด้วย โดยได้โควตาศึกษาต่อ ด้านกีฬาที่วิทยาลัยพละศึกษาจังหวัดมหา สารคาม และที่นี่เองเขามีโอกาสพบรุ่นพี่อย่าง จา พนม ซึ่งเป็นประธานชมรมมวยไทยและกระบี่กระบองอยู่ก่อนแล้ว

"จา เขาเอาวิชาสตันท์ไปผนวกเข้า กับทีมกระบี่กระบองของเขา ก็เหมือนการฝึกสตันท์เลย พอผมไปดู ก็รู้สึกว่าเดี่ยว จะโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ เขามีความสามารถเฉพาะตัวสูง ก็เลยคิดว่าไหนๆ ก็มี จา พนมแล้ว ก็น่าจะมีอีกสักคนหนึ่งไว้รองรับ ไม่อย่างนั้นก็จะขาดช่วง จึงตกลงกับคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ว่าจะเอาเดี่ยวมาเล่นหนัง" พันนา ฤทธิไกร กล่าว

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเดี่ยว และก็เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผู้กำกับคิวบู๊อย่าง พันนา ฤทธิไกร เริ่มจับตามมองและพยายามป้อนงานให้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนตัวของเดี่ยวเอง กว่าจะก้าวมา ถึงจุดนี้ได้ นอกจากความสามารถที่มีแล้ว ทั้งพันนา และ จา พนม ซึ่งเป็นทั้งครูและ รุ่นพี่ก็ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้ เขาสนใจวงการบันเทิงอย่างจริงจัง แล้วเริ่มชื่นชอบในบทบาทแสดงแบบบู๊บ้าบิ่น

"แรกๆ ผมไม่สนใจเป็นนักแสดงเลย อยากเป็นเพียงสตันท์แมนให้พี่เขาเท่านั้น ช่วงที่เขาทำเดโม่เรื่ององค์บากไปเสนอทางสหมงคลฟิล์ม ก็มีโอกาสไปร่วมเล่นด้วย ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี พี่เขาเป็นคนฝึกเรื่องการเตะต่อย และแอ็คชั่นให้ ส่วนผมเองก็มีส่วนช่วยพี่เขาทำเดโม่ด้วย ก็เลยได้เข้าเป็นทีมสตันท์แมนตั้งแต่นั้นมา

พอเรียนจบ หนังองค์บากก็ประสบความสำเร็จพอดี พี่จากับพี่พันนาก็ดึงมาทำงานด้วย เรื่องแรกที่เล่นเป็นตัวเด่น คือ เกิดมา ลุย เป็นหนังที่ผมตั้งใจมาก ต้องไปเรียนแอ็คติ้ง เพิ่มเติม แต่เรื่องแรกเล่นแข็งมากๆ ไม่ค่อยกล้า เท่าไหร่ ทำไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้"

แม้เดี่ยวจะผ่านการเล่นหนังมาแล้วสองเรื่อง แต่โดยส่วนตัวเขายอมรับว่าเรื่องคิวบู๊ เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง จา พนม ชั่วโมงบินของตัวเองยังถือว่าน้อยมาก และคงต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ อีกนานหากต้องการจะเป็นมืออาชีพจริงๆ

นอกจากนี้เรื่องของการแสดง ก็เป็นอีกเรื่องที่มีเขามีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย หนังเรื่องล่าสุด "คนไฟบิน" ซึ่งเป็นแนวบู๊แอ็คชั่นย้อนยุค และมีฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครค่อนข้างมาก ทำให้เขาเกิดอาการประหม่าและไม่มั่นใจพอสมควร

"ก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ๆ ผู้กำกับ รวมถึงพี่พันนาค่อนข้างมาก เวลาเกร็งเล่นไม่ได้ พี่พันนาจะให้เวลา ถ้าเป็นบทเศร้าที่ต้องร้องไห้ เขาก็จะ ให้ผมไปอยู่คนเดียว คิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำแล้ว รู้สึกเสียใจ โชคดีที่ในกองส่วนใหญ่พูดภาษาอีสาน บรรยากาศก็เลยผ่อนคลายเป็นกันเอง ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น"

พูดถึงหนังบู๊แอ็คชั่น-คอเมดี้อย่างคนไฟบิน นับว่าเดี่ยวได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคิวบู๊ เขามีส่วนในการออกแบบ ท่าต่างๆ รวมถึงช่วยกำกับบางฉากด้วย

"อย่างท่าลอยเตะ ก็ลองทำดูแล้วนำไปเสนอ พี่พันนา ผู้กำกับคิวบู๊ก็นำไปปรับให้สวยงามอีกที ก็พยายามหาท่าใหม่ๆ มาเพิ่มเติมเสมอ"

จากความตั้งใจเกินร้อยของเดี่ยว ทำให้ทุกฉากสามารถผ่านฉลุยด้วยดี แต่ความยากของหนังเรื่องนี้กลับเป็นฉากที่ต้องเข้าคิวบู๊กับคนคุ้นเคยอย่าง พันนา ฤทธิไกร นี่เอง

"ถ้าเล่นกับสตันท์หรือนักแสดงคนอื่นๆ ยัง โอเค แต่กับพี่พันนานี่ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ จะเตะต่อยก็เกรงใจ อาจเพราะความรู้สึกของเราเขาเป็นครูด้วยมั้ง ส่วนฉากอื่นๆ ก็มีระดับความยากแตกต่างกันไป อย่างฉากที่ต้องเล่นกับฝูงควายเยอะๆ ต้องอ่านจังหวะให้ดี เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง มี สตันท์คนหนึ่งเล่นฉากกระโดดข้ามควายแล้วไม่พ้น ตกลงมาเข่าหลุดไปเลย"

จากองค์บาก, เกิดมาลุย จนมาถึงคนไฟบิน ถือว่าเดี่ยวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง ในด้านคิวบู๊และด้านการแสดง ที่เป็นอย่างนี้เป็นเพราะเขามีความตั้งใจ และพยายามแก้ไขจุดบก พร่องอยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่างเขาก็มักฝึกฝนทักษะการแสดงอย่างสม่ำเสมอด้วย

"ถ้าให้คะแนนตัวเอง ผมว่าแค่ 5 จาก 10 ก็พอแล้ว คงต้องพัฒนาเต็มที่อย่างที่เราหวัง ถามว่าอีกกี่ปีคงกำหนดไม่ได้ ถ้าเรามีงานเยอะก็คงเร็วขึ้น เพราะได้ฝึกฝนบ่อย แต่ถ้าไม่งานก็คงจะขาดช่วง อย่างเรื่องคิวบู๊ซ้อมไว้นานๆ พอมาถ่ายจริงๆ ก็อาจจะไม่เหมือนตอนซ้อม เพราะถ่ายจริงบางอย่างมีเบาะรอง บางอย่างไม่มีเบาะรอง ฝึกมา 100 เวลาถ่ายจริงก็อาจจะได้ใช้แค่ 70 ก็ได้"

ถ้าไม่นับนักแสดงรุ่นพี่อย่าง จา พนม ที่แอบปลื้มในบทบาทการแสดงแล้ว "นิโคลัส เคจ" คือนักแสดงฮอลลิวู้ดที่เขาชื่นชอบที่สุด ด้วยเหตุผลความสามารถในการแสดงที่แพรวพราว รวมถึงความเทห์เฉพาะตัว ทั้งหมดกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เขาพัฒนาฝีมือการแสดงเรื่อยมา

อย่างไรเสีย เพราะมีลีลาบู๊บ้าบิ่นและสมจริง ไม่ ต่างจากนักแสดงรุ่นพี่ จา พนม จนทำให้หลายคิดไปต่างๆ นานาว่า เขากำลังเป็นศิษย์คิดล้างครูหรือไม่ ในเรื่องนี้เดี่ยวยืนยันหนักแน่น ว่าไม่มีความคิดอย่างนั้นแน่นอนสำหรับ จา พนม เขารักและเคารพเหมือนพี่ชายแท้ๆ ซึ่งหากไม่มี จา พนม ที่เป็นผู้ให้โอกาสในวันนั้น เขาก็คงไม่เป็นที่รู้จักเช่นวันนี้

ส่วนในอนาคตนั้นเขาไม่ได้มองไปไกลเกินตัว แต่จะทำทุกวันให้ดีที่สุด โดยคิดถึงคุณภาพของงานเป็นอันดับแรก ขณะเดียวกันก็มุ่งพัฒนาผลงานและสรรหาสิ่งใหม่ๆ มานำเสนออยู่เสมอ

"ผมอยากให้คนต่างชาติรู้จักหนังไทยมากขึ้น เพราะเราเดินมาถูกทาง ตอนนี้หนังไทยเริ่มทำสิ่งที่ อยู่ใกล้ตัว สมจริงมากขึ้น อย่างฉากบู๊ก็สมจริงมากกว่าหนังต่างประเทศเสียอีก คนต่างชาติก็ทึ่งว่าเรากล้าดี ไม่กลัวเจ็บ อยากให้เขามองจุดนี้ แล้วการที่หนังเรา ได้ไปฉายเมืองนอกถือว่าเป็นกำไรของคนทำหนัง อย่างอเมริกาเป็นเมืองหนังอยู่แล้ว หนังไทยได้เข้าไปฉายถือว่าน่าภาคภูมิใจมาก"

จากเด็กหนุ่มรักการต่อสู้ แล้วเรียนรู้บทบาท การแสดงเริ่มที่สตันท์ วันนี้ "เดี่ยว ชูพงษ์" ก้าวสู่ความท้าทายอีกขั้น ด้วยการเป็นพระเอกนักบู๊อย่างเต็มตัว ส่วนก้าวนับจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตามกันต่อไป...

ผมอยากให้คนต่างชาติรู้จักหนังไทยมากขึ้น เพราะเราเดินมาถูกทาง ตอนนี้หนังไทยเริ่มทำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และสมจริงมากขึ้น อย่างฉากบู๊ก็สมจริงมากกว่าหนังต่างประเทศเสียอีก คนต่างชาติก็ทึ่งว่าเรากล้าดี ไม่กลัวเจ็บ อยากให้เขามองจุดนี้...

เฉลิม วงค์พิมพ์
ผู้กำกับ "คนไฟบิน"

"พัฒนาการของเขาตั้งแต่องค์บากมาถึงเรื่องเกิดมาลุย แล้วล่าสุดคนไฟบินถือว่าน่าพอใจ แต่เนื่องจากบทเป็นคน ละประเภทกัน เกิดมาลุยจะเป็นแอ็คชั่นประมาณ 90% ส่วนคนไฟบินมีส่วนผสมของตลกดราม่า 30% บู๊อีก 70% สิ่งที่อยากเพิ่มเติมคือบทดราม่า เรื่องสีหน้าและแววตาเขาโอเคแล้ว แต่ถ้าเศร้าจริงๆ ก็อยากให้น้ำตาคลอเบ้าไปเลย คงต้องอาศัยการฝึกฝนบ่อยๆ"

กัญญาภัค สุวรรณกูฎ
นางเอกใหม่ "คนไฟบิน"
"ครั้งแรกที่เจอพี่เดี่ยวตอนไปเข้าบทกันเขาเก่งนะ อย่างฉากที่พระเอกต้องลานางเอกเพื่อไปปฏิบัติภารกิจก็ผ่านไปได้ด้วยดี เรื่องคิวบู๊ พี่เขาทำได้ทุกอย่าง ส่วนเรื่องการแสดงเขาก็เล่นได้อยู่ในระดับดี อาจจะติดขัดบ้างนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าเขายังใหม่อยู่ก็คงต้องให้เวลาสักพัก ในเมืองไทยพี่เขาดังระดับหนึ่ง แต่ในต่างประเทศที่ซื้อหนังเราไปฉายอย่างญี่ปุ่น เขามีแฟนคลับเยอะแยะเลย"

ต๋อง ชวนชื่น
เพื่อนนักแสดง

"เดี่ยวเป็นนักแสดงที่มีฝีมือเรื่องคิวบู๊สุดยอด อยู่ในระดับท็อปของเมืองไทย ผมว่าโอกาสที่เขาจะก้าวขึ้นระดับ จา พนม ก็มีสูงมาก เดี่ยวอาจเปรียบเสมือนเจ็ต ลี ส่วนจา พนม อาจจะเป็นเฉินหลง ก็เป็นมุมมองของแต่ละคน"
  ฉบับที่ 450 ก.ค. 2008  
  พบกัน...เพื่อรอวันจากลา หรือ สร้างคุณค่าก่อนลาจาก
“จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป...”
 
  ฉบับที่ 449 ก.ค. 2008  
  จากเมือง...สู่บ้านนา เบ้าหลอมความคิดดีๆ ที่ผู้ใหญ่สร้างให้เด็กได้
“เรื่องง่ายๆ อย่างการปิดเปิดสวิทช์เขาก็มีไอเดียสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง ในอนาคตเขาอาจจะเป็นหนูน้อยที่คอยกระตุ้นเตือนพ่อแม่ให้ช่วยประหยัดไฟฟ้าในบ้านก็ได้ นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี นี่แหละคือความคิดที่ยั่งยืน”