Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2006-03-13

แหลม คม แบบฉบับ 'สไปนี่' สไตล์

ใครจะรู้ว่าไอเดียอันเลื่องชื่อด้านอีเวนท์มาร์เก็ตติ้งของ อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเยนซี มีพลังของการ 'สื่อสาร' อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่การสื่อสารกับลูกค้าเท่านั้น แต่หัวใจหลักคือสื่อสารกับ 'พนักงาน' เพื่อให้คำว่า Spiny ฝังราก และหยั่งลึกในเนื้อในองค์กร

'Spiny' ถ้าแปลกันตรงๆ ก็คือการมีหนามที่แหลมคม ไม่ผิดเพี้ยนไปจาก 'จุดแข็ง' ที่มีอยู่รอบตัวของอินเด็กซ์ฯ โดยเฉพาะภายหลังการเข้าถือหุ้นโดยจีเอ็มเอ็ม มีเดีย ข้อได้เปรียบที่นำมาสู่การ ยูทิไลซ์แอสเซ็ท (asset) ที่มีจำนวนมากและหลายระดับความสำคัญของแกรมมี่มาใช้ประโยชน์กับงานอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้งได้อย่างเต็มที่

เท่ากับเป็นการเปิดเกม 'ไอเอ็มซี' อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดที่มีมาในตลาดอีเวนท์ เอเยนซี ในปัจจุบัน

'เหตุที่บอกว่าไอเอ็มซีของเราสมบูรณ์ที่สุดในตลาดก็เพราะนอกจากความครบถ้วนของอินเด็กซ์ในธุรกิจอีเวนท์ ที่มีทั้ง อุปกรณ์แสง สี เสียง เอฟเฟคท์พิเศษ และ เครื่องเล่นต่างๆ เมื่อบวกกับจุดโดดเด่นของพันธมิตรอย่างแกรมมี่ ที่มีสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และพร้อมด้วยศิลปิน ดารา นักร้อง รวมถึงพันธมิตรในต่างประเทศ เราจึงกลายเป็นอีเวนท์ เอเยนซี ที่มีอาวุธรอบตัว เพื่อการสื่อสารผ่านอีเวนท์แบบครบวงจรที่เราเรียกว่า Total Communications

ทั้งได้รับสิทธิที่เหนือกว่า (Priority) บริษัทอีเวนท์รายอื่น ในกรณีการจ้างดารา นักร้อง ในสังกัดแกรมมี่ อีกทั้งยังจะได้รับข่าวสารความเคลื่อนไหววงในของศิลปินในสังกัดก่อนใคร บวกกับช่องทางสื่อในเครือแกรมมี่ที่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้อีกทางหนึ่งด้วย'

เกรียงไกร - เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ซีอีโอแฝด แห่งอินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเยนซี พร้อมทีมงาน มาช่วยขยายความถึงโมเดลการสื่อสารคอนเซปต์ 'สไปนี่' แก่ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

เริ่มจากขั้นตอนการบ่มเพาะไอเดียจนเกิดขึ้นเป็น 'สไปนี่' ซึ่งขั้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มผู้บริหารและพนักงานระดับสูงของแต่ละแผนก ที่ต้องช่วยกันคิดจนได้ข้อสรุปธีมออกมา เพื่อให้ใช้เป็นกลยุทธ์การทำงานประจำปี 2549

'สิ่งแรกที่ทำหลังจากสรุปธีมได้แล้ว คือ สื่อสารให้พนักงานในองค์กรรับทราบจนถึงเข้าใจธีมดังกล่าว ซึ่งต้องไม่ใช่แค่ต้อนพนักงานมาประชุมและบรรยายเหมือนกับเลคเชอร์ในห้องเรียนอย่างที่หลายๆ แห่งชอบทำกัน เพราะนั่นไม่ได้ช่วยให้พนักงานเข้าใจแท้จริง โจทย์คือจะทำอย่างไรให้คนในองค์กรเชื่อในความแหลมคมอย่างแท้จริง และนอกจากเชื่อแล้ว ยังพร้อมจะปฏิบัติตามอีกด้วย' เกรียงไกร อธิบาย

หลังจากการเริ่มพัฒนาแนวคิดและวางแผนการสื่อสารตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2548 ก็ได้เริ่มออกทีเซอร์ในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยมีการนำภาพและ วัตถุสิ่งของต่างๆ ที่มีหนามแหลม อาทิ ทุเรียน, หอยเม่น, ลูกบอลหนาม, กระบองเพชร มาประดับตกแต่งทั่วสำนักงานไปจนถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์

ทั้งหมดที่ปรากฏอยู่นั้น จะมีคำว่า Get Spiny ติดอยู่ควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างความสนใจให้พนักงานรู้สึกตื่นเต้นและคาดเดาเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

จากนั้นจึงค่อยจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมกับอธิบายให้พนักงานทุกฝ่ายเข้าใจถึงความหมายของสไปนี่โดยแยกทีละแผนก เพื่อการอธิบายในรูปแบบที่แตกต่างกันตามแต่ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับไอเอ็มซีของพนักงานแต่ละแผนก

พนักงานทุกคนจะต้องเข้าใจในจุดแข็งที่เรามี และจะต้องมองภาพคร่าวๆได้ว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร

“กิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันเปิดตัวสไปนี่ภายในบริษัท จะมีตั้งแต่การเล่นเกมตอบคำถามผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของบริษัทในทุกๆ ชั่วโมง เป็นคำถามเกี่ยวกับไอเอ็มซี และ สไปนี่ เพื่อสร้างความตื่นเต้น

หลังจากนั้นจะทำการแบ่งกลุ่มให้กลับไปทำการบ้านคิดงาน ออกแบบแคมเปญ ที่สามารถประยุกต์ใช้หนามแหลมของอินเด็กซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการให้คะแนนเพื่อนำไปแบ่งกลุ่มใหม่ สำหรับการจัดอบรมในเรื่องที่ยังขาดความรู้” อัมภิณี เกตุซื่อสัตย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ซึ่งรับหน้าที่ดูแลและออกแบบการสื่อสารคอนเซปต์ สไปนี่ สู่พนักงานโดยตรง อธิบาย

โดยคอร์สการเรียนการสอนจะหมุนเวียนจัดขึ้นเดือนละ 2-3 ครั้ง ในหัวข้อที่แตกต่างกัน

มีทั้งความรู้พื้นฐานของไอเอ็มซี, ความสำคัญของอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้ง, เครื่องมือที่ใช้สำหรับการวางแผน, เทรนด์ของตลาด ไปจนถึงการทำพรีเซ็นเทชั่น เป็นต้น

วัตถุประสงค์คือเพื่อให้ทุกคนรับรู้เรื่องที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ทำให้องค์กรสื่อสารกันได้รู้เรื่อง และสามารถร่วมแชร์ความคิดกันได้ โดยเฉพาะระหว่างพนักงานแบ็คออฟฟิศ (Back Office) และ พนักงานในส่วนของงานโปรดักชั่น ที่มีทั้ง ครีเอทีฟ, กราฟฟิก ดีไซเนอร์, พีอาร์ ไปจนถึงเออี

“หลังจากแบ่งกลุ่มพนักงานตามความรู้พื้นฐาน ได้ทั้งหมด 3 ระดับ โดยระดับสูง ได้แก่คนที่คุ้นเคยกับไอเอ็มซีเป็นอย่างดี มีอยู่ประมาณ 70% กลุ่มที่สอง คือ ระดับกลาง เป็นกลุ่มที่ต้องข้องเกี่ยวกับงานลักษณะนี้อยู่บ้างแต่ไม่ใช่โดยตรง อาทิ นักออกแบบ กราฟฟิก ดีไซเนอร์ สุดท้าย คือ ระดับปกติ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานแบ็ค ออฟฟิศ ทั้งสองกลุ่มมีสัดส่วนพอๆ กันคือ 15%” อัมภิณี กล่าว

การแชร์ข้อมูลและความรู้ขององค์กร เกิดขึ้นโดยการวางระบบไอทีเสียใหม่ให้มีฐานข้อมูลกลาง เพื่อพนักงานทุกคนสามารถรับทราบการทำงานของแผนกอื่นๆ ได้ ไปจนถึงสามารถเข้าค้นดูข้อมูลเกี่ยวกับพันธมิตรอย่างแกรมมี่ได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการจัดระบบข้อมูลเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ในแง่การประเมินผล อัมภิณี บอกว่า อยู่ในขั้นประสบความสำเร็จ โดยทั้งเรื่องการรับทราบข่าวสาร และ ความเข้าใจในสารที่ต้องการบอกเพื่อการนำไปใช้กับงานที่ตัวเองทำอยู่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับพนักงานทั้งหมด เหตุเพราะรูปแบบการสื่อสารที่ใช้มีความน่าสนใจ สร้างความสนุกสนานให้กับพนักงานได้ในขณะที่สอดแทรกสาระที่จะพูดถึง

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการสื่อสารไปยังนอกองค์กร ซึ่งก็แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ คู่ค้าของอินเด็กซ์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรอื่นๆ ส่วนอีกกลุ่มได้แก่ สื่อมวลชน เพื่อการกระจายข่าวออกสู่สาธารณะ ให้ทราบถึงแนวคิดการทำงานแบบใหม่ของอินเด็กซ์ โดยมีเป้าหมายคือความเข้าใจตรงกันว่าอินเด็กซ์กำลังเดินไปในทิศทางใด

ช่องทางการสื่อสาร มีตั้งแต่ อีเมล, วารสารองค์กร (ราย 2 เดือน ชื่อ Index Times) และของพรีเมียม จนถึงสเตชันเนอรี่ (Stationery) ต่างๆ ที่แสดงถึงหนามแหลม เพื่อบอกว่าทั้งคู่ค้า และ ลูกค้า ของอินเด็กซ์ จะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างจากแนวคิดการทำงานแบบใหม่

นอกจากนี้ คนที่จะต้องไปพบปะกับลูกค้าอย่างฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ (SEP: Strategic Event Planner) ก็ยังเป็นสื่อกลางสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

“SEP เป็นคนที่จะต้องไปพบลูกค้าโดยตรง การทำความเข้าใจและสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจจึงสำคัญ แต่เนื่องจากพนักงานในฝ่ายนี้คลุกคลีอยู่กับไอเอ็มซีอยู่แล้ว จึงไม่ยากมากในการนำไปพัฒนาต่อเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด ในส่วนของความรู้ที่เหลือที่ได้จากการจัดอบรม ก็เป็นการเติมเต็มให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ภัททภาณี โภวาที ผู้จัดการฝ่าย SEP กล่าว

ส่วนทางฝั่งของทีมครีเอทีฟ วิจิตรา วัชรากรสกุล ซีเนียร์ ก๊อบปี้ ไรท์เตอร์ ยอมรับว่าการสื่อสารแนวคิดสไปนี่ไปยังคู่ค้า บรรดาซัพพลายเออร์ทั้งหลาย ช่วยให้การทำงานของฝ่ายครีเอทีฟลื่นไหลขึ้น เนื่องจากซัพพลายเออร์สามารถมองภาพเดียวกับที่อินเด็กซ์มองได้

ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายเสมอไปหากว่าองค์กรนั้นไม่ได้จริงจังกับการสื่อสารเท่าที่ควร

เกรียงกานต์ เปิดเผย 3 คีย์ซัคเซสที่จะช่วยให้การสื่อสารประสบผล สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรได้

'นอกจากวิธีการสื่อสารจะต้องน่าสนใจแล้ว ความต่อเนื่องของการสื่อสารก็จำเป็นมากแต่องค์กรโดยมากกลับจะมองข้ามข้อนี้ไปทำให้ไม่สำเร็จเท่าที่ควร อีกทั้งตัวผู้บริหารระดับสูงเองก็ต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้พนักงานทำตามด้วย”

ที่สำคัญ ความเชื่อใน 'สไปนี่' จะเกิดขึ้นได้อย่างไร้ข้อกังขาได้ คงต้องวัดกันที่ผลงานบั้นปลาย

  • เรื่อง : ปานใจ ปิ่นจินดา