โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ บ้าน กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ งาน ที่ บ้าน กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ ทำที่บ้าน ได้
วันที่: 2008-07-07
สีสันสุดซี้ด ที่แผลงฤทธิ์อยู่ในงานกิ๊ฟท์กวนๆ ทั้งตุ๊กตาหน้าทะเล้น รองเท้าเพนท์ลายจี๊ดจ๊าด เสื้อยืดสุดเท่ดีไซน์เฉพาะตัว สารพันความ แปลก ผลงานสุดภูมิใจของ "ฝ๋อง" (Fong) แบรนด์ใหม่แกะกล่อง ที่กำลังใช้ความแสบสันของพวกเขา ไต่บัลลังก์ผู้ประกอบการน้องใหม่
คิดจะทำตลาดกับคนรุ่นใหม่ จะสู้กันที่งาน พื้นๆ ไม่ได้อีกแล้ว อาวุธ ของผู้ประกอบการยุคต้อง สด แปลก แหวกแนวไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญต้อง โดนใจ มากที่สุด
เช่นเดียวกับการถือกำเนิดของแบรนด์ "ฝ๋อง" (Fong) งานกิ๊ฟท์แฮนด์เมดสายพันธุ์กวน ที่ประกาศลงสนามตลาดของขวัญทำมือ ด้วยจุดขายอย่าง แปลก แบบแรงร้าย ได้ใจวัยรุ่นตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
ปานทิพย์ โชคชีวาตม์ หรือ ฝ๋อง เจ้าของแบรนด์ในชื่อตัวเอง บอกที่มาของการจับตลาดสินค้ากิ๊ฟท์ ว่า ด้วยความชอบงาน แฮนด์เมด เป็นทุนเดิม โดยเฉพาะของที่ไม่ซ้ำซากจำเจ เพราะงานแบบนี้ให้ "คุณค่า" แก่ผู้รับ มากกว่าของขวัญซ้ำๆ ที่เห็นกันตามท้องตลาดเป็นไหนๆ
เมื่อมีความชอบเป็นจุดสตาร์ท ถึงเวลาหาสินค้ามาขับเคลื่อน การเริ่มแบบง่ายที่สุด เมื่อยังจับทางตลาดไม่ถูก คือไม่ต้องผลิตสินค้าเอง แต่ใช้ตระเวนหาอะไร "โดนๆ" มานำเสนอ
ไม่น่ารัก สีสันจัดจ้าน เห็นแล้วต้องยิ้มได้ นี่คือคอนเซปต์แบบโดนๆ
"สำหรับคนทั่วไป ตุ๊กตายังเป็นของขวัญอันดับหนึ่ง แต่สินค้าของเราต้องไม่เหมือนใคร จึงไปเสาะแสวงจนได้งานของน้องๆ ที่เชียงใหม่ เป็นตุ๊กตาแฮนด์เมด ที่มีตัวเดียวในโลก คาแรคเตอร์ คือ ไม่สวย แปลก หน้าตาตลก เข้ากับคอนเซปต์ที่เราต้องการ จึงเริ่มจากเอาตัวนี้มาขาย
"เด็กแสบ" ที่หาความสวยงามไม่ได้ แถมมาในมาดกวนๆ คือ จุดขายสำคัญในช่วงเริ่มต้น แต่การผูกตัวเองอยู่กับผลงานของคนอื่น ธุรกิจก็คงไม่โตเสียที ...ได้เวลามีสินค้าของตัวเองกันแล้ว
ผู้บริหารพันธุ์ใหม่ มองหาโอกาสรอบตัว ยังมีอะไรที่เป็นของขวัญสุดฮิพได้อีกบ้าง ด้วยความที่เธอและสมาชิกในครอบครัว ชอบสะสมรองเท้าเป็นทุนเดิม จึงเริ่มจับสิ่งที่คุ้นเคย มาใส่ไอเดียสร้างสรรค์ จนได้เป็น รองเท้าเพนท์ลาย สุดซี้ด ในที่สุด
จากตุ๊กตาเราก็มาต่อยอดว่าสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง เพราะของขวัญคงไม่ได้มีแค่ตุ๊กตาเท่านั้น จนมีโอกาสไปเดินงานสยามอินดี้อินทาวน์ เห็นไอเดียแปลกๆ เลยมาคิดทำรองเท้าเพนท์ลาย เพราะที่บ้านก็ชอบรองเท้ากันอยู่แล้ว พอดีน้องสาว ดวงใจ โชคชีวาตม์ เขาทำงานด้านออกแบบดีไซน์ จึงชวนมาคิดลายให้ แรกๆ ใช้คาแรคเตอร์การ์ตูน พอช่วงหลังลูกค้าต่างชาติเริ่มสนใจ พวกงานกราฟฟิก อย่างมังกร หัวกะโหลก จึงขยายรูปแบบออกไปเรื่อยๆ
นอกจากลวดลายและ สีสันที่ต้องสดใส สุดแจ่ม จุดเด่นของแฟชั่นสไตล์ฝ๋อง ยังรวมถึง เรื่องเล่าบนรองเท้า อีกด้วย
ถ้าสังเกตลวดลายบนรองเท้า จะพบว่าทั้งสองข้างไม่เหมือนกัน แต่มันเชื่อมโยงกันอยู่ เช่น ข้างขวา เป็นรูปผู้ชายกำลังเอาของขวัญไปให้ผู้หญิงโดยมียานพาหนะคือรถโฟล์ค ขณะที่ข้างซ้าย จะเป็นชายอีกคน ที่เอาของขวัญไปให้สาวเหมือนกัน แต่ขับเวสป้า คอนเซปต์ก็คือ ส่งความสุขให้สาว แต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป นี่คือความพิเศษของเรา
นอกจากลวดลายที่คิดกันขึ้นมาเอง ด้วยไอเดียใกล้ๆ ตัว อย่างครอบครัว คาแรคเตอร์หลังกล่องชาเขียว บริการอีกด้านของ "ฝ๋อง" คือรับเพนท์ลายตามใจสั่ง สอดรับกระแสนิยมของวัยรุ่น ที่ชอบนำรองเท้าแบรนด์เนม รองเท้าสุดรักสุดโปรด มาดีไซน์ในแบบเฉพาะตัว พวกเธอก็พร้อม "จัดให้"
มีลูกค้าเอารองเท้าลาคอสต์ คู่ละ 3,500 บาท มาให้เพนท์ พวกลายกราฟฟิกแปลกๆ ซึ่งเราก็รับทำให้ได้ บางคนช่วงบอลยูโร อยากได้โลโก้ของทีมฟุตบอลที่ชอบ เราก็ใช้วิธีเสิร์ชรูปจากในเน็ต แล้วมาวาดให้ รูปอะไรก็ได้แล้วแต่ที่เขาต้องการ ซึ่งงานพวกนี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
นอกจากจะขายได้ที่ สีสันสดใส ลวดลายสุดเฉียบ พวกเขายังทำให้สินค้าน่าสนใจขึ้น ด้วยการออกแบบถุงผ้าสำหรับใส่ โดยใช้เป็นถุงโปร่ง ที่สามารถมองเห็นลายรองเท้าได้ "ฝ๋อง" บอกเราว่า เวลาถือแล้วเห็นแบบนี้ รับรองว่าเท่สุดๆ
จากรองเท้าเพนท์ลาย ก็พัฒนามาเป็นสินค้าอีกหลากหลายชนิด อย่างเช่น เสื้อยืด กระเป๋า ที่เพนท์เอง ควบคู่กับหาสินค้าแปลกๆ จากทั้งในและต่างประเทศมาขาย เพื่อให้ร้านเล็กๆ ดูน่าสนใจขึ้น อย่างเช่น กระเป๋าและรองเท้าเกี๊ยะ ที่ได้มาจากเวียดนาม หรืออย่างตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ เหล่านี้เป็นต้น ขณะเดียวกันก็หาทางพัฒนาสินค้าใหม่อย่างหมวกและสายรัดข้อมือ ที่เธอมองว่าจะทำออกมาขายได้เร็วๆ นี้ โดยทุกอย่างยังต้องเน้นคอนเซปต์ "แปลก" ในแบบ ฝ๋อง
ปัจจุบันแฟชั่นพันธุ์แสบ แสดงตัวอยู่ในบูธเล็กๆ ที่ห้างเดอะมอลล์ บางแค ด้วยเหตุผลที่ใกล้บ้าน ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ รวมถึงลดต้นทุนด้านการขนส่งลงได้ด้วย ซึ่งแม้ค่าเช่าจะสูง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนลูกค้าที่ได้ คือรองเท้าไม่ต่ำกว่า 100 คู่ต่อเดือน รวมถึงงานออเดอร์ที่ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เธอบอกว่าพออยู่ได้ และมีกำไรแม้ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
ความสดใส สุดแสบ ส่งกลิ่นเย้ายวนคนชอบความแปลก จนหลังจากเปิดร้านได้เพียง 1 เดือน ก็มีลูกค้าซึ่งมีร้านอยู่ที่สีลมและมีขาช้อปเป็นชาวต่างชาติจำนวนมาก สนใจนำความแปลกของ "ฝ๋อง" ไปขาย ผลพลอยได้จากครั้งนั้น คือทำให้ ฝ๋อง เป็นที่รู้จักของลูกค้าอินเตอร์ และมีการพัฒนาสินค้าเพื่อรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น
เวลาเดียวกัน ผลงานของ "ฝ๋อง" ก็ไปเข้าตาผู้ประกอบการที่ทำกางเกงขาก๊วยส่งออก ซึ่งอยากเพิ่มความแปลกใหม่ใส่สินค้าของพวกเขา จึงส่งงานให้ "ฝ๋อง" เพนท์ลายให้ ออเดอร์ครั้งนั้นก็หลายร้อยตัว
ในส่วนกำลังการผลิต ของธุรกิจเล็กๆ ทำกันแบบครอบครัว รองเท้า อยู่ที่เดือนละประมาณ 300 คู่ ใช้เวลาทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง ต่อ 1 คู่ ซึ่งพวกเขามีลูกค้ารองเท้าต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 คู่ และยังได้ออเดอร์ตลอด สำหรับราคาสินค้าอยู่ตั้งแต่ 59 บาท เป็นพวกกระเป๋าเงิน และสูงสุดที่ 600-700 บาท
นี่คือบทพิสูจน์ของความพยายามสร้างความสดใหม่ ให้กับตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่งขัน และมีอุปสรรคบั่นทอนอย่างเศรษฐกิจที่ไม่ได้สวยหรู
ทำอย่างไรให้สินค้าเติบโตได้ และขายได้ราคาสูงกว่าท้องตลาด ผู้บริหารแบรนด์ "ฝ๋อง" บอกแค่ว่า ลูกค้าต้อง ถูกใจ ไว้ก่อน
งานฝีมือไม่เหมือนของแฟชั่น ที่ผลิตเป็นงานอุตสาหกรรม แต่ของเรามันต้องใช้เวลา เน้นที่ฝีมือและคุณภาพ งานเพนท์ในตลาดล่างมีเยอะมาก อย่างเช่นที่สะพานพุทธขายถูกกว่านี้ แต่ที่เรายังขายได้ราคาดีกว่า มันอยู่ที่คำเดียวคือ "ถูกใจ" ลูกค้ามีความสุข ชอบ เพราะธรรมชาติของคนที่ซื้องานศิลปะ เขาซื้อที่ความพอใจ แล้วทำอย่างไรลูกค้าถึงจะพอใจงานของเรา นั่นคือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องหาคำตอบมันให้ได้
สำหรับใครที่คิดจะลุกมาทำธุรกิจในยุคนี้ คนมีประสบการณ์มาแล้วบอกแค่ว่า ให้เลือก ทำในสิ่งที่ชอบ โดยอาจไม่ต้องลงทุนมากมาย ลงทุนแค่เล็กๆ พอประมาณตัว แต่สามารถดูแลได้ทั่วถึง
เมื่อไรที่มีความชอบเป็นจุดเริ่มต้น แม้เจอสารพัดปัญหา สารพันอุปสรรค ก็จะ "ฮึดสู้" และฝ่าฟันมันไปได้