Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2000-11-06

"ครูอ้วน" สอนร้องเพลง แฟรนไชส์การศึกษาแนวใหม่

วงการเพลง ค่ายเทป เป็นธุรกิจที่รู้ๆ กันอยู่ว่าสามารถ "โกยเงิน" สวนกระแสเศรษฐกิจ ซบได้หน้าตาเฉย

แต่สำหรับ "ธุรกิจโรงเรียนสอนดนตรี" ต้องขอดูกันก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นธุรกิจ ที่อยู่ในข่ายเดียวกัน แต่ก็ออกจะเป็นธุรกิจที่ไม่ฟู่ฟ่าอึกทึกครึกโครมนัก เพราะคนที่สนใจ ด้านเสียงเพลงทั้งหลาย มักมุ่งจะไปเป็นนักร้องเย้วๆ อยู่หน้าเวทีมากกว่าจะเป็นครูผู้สอน

อย่างไรก็ตาม สำหรับ "มณีนุช เสมรสุต" หรือ "ครูอ้วน" นั้น "การสอนร้องเพลง" คืองานหลักของเธอมากกว่าการเป็นนักร้องเสียอีก กว่า 10 ปีกับการสอนในโรงเรียน M.S.Voice Studio มีลูกศิษย์ตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกยันไฮโซ ก็น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่า ธุรกิจนี้ก็ไปได้เหมือนกัน ถึงจะไม่บูมสนั่นอย่าง "ซูเปอร์สตาร์" ก็ตามที

"สอนมา 10 ปีแล้ว และแต่ละปีธุรกิจก็ขยายตัว 100% มาตลอด ก็มานั่งคิดว่าถ้าอีก 10 ปี 100 ปีเราตายไป สิ่งที่มีก็ตายไปพร้อมเรา ไม่อยากให้ประสบการณ์นี้ตายไปกับเรา แล้วจะทำอย่างไรดีกับความรู้ที่มี"

ด้วยจุดคิดนี้เองบวกประสบการณ์ด้านการสอน หลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นมาเอง "ครูอ้วน" จึงรวบรวมความรู้และประสบการณ์ด้านโรงเรียนสอนร้องเพลงของตนมาพัฒนาเป็น "ธุรกิจแฟรนไชส์" ซึ่งเธอเห็นว่าจะได้ประโยชน์ถึงสองทาง คือ คนที่มองหาธุรกิจ จะมีทางเลือกของการลงทุน ทั้งเด็กๆ ที่จะมีโอกาสเรียนด้านการร้องเพลงมากขึ้น

แนวคิดดี แต่ดูๆ ไปแล้วโรงเรียนสอนร้องเพลงกับธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่น่าจะเข้ากันได้สักเท่าไร เพราะตามหลัก "ความสามารถเฉพาะตัว" หรือ "งานศิลปะ" มักเป็นวิชาชีพที่ไม่เหมาะ จะสร้างเป็นแฟรนไชส์ เนื่องจากผู้เรียนมักเลือกเรียนเพราะความเชื่อถือในตัวครู และครูผู้นั้นก็ต้องมี "จุดขาย" หรือความสามารถเฉพาะตัวสูง จึงจะดึงดูดศิษย์อีกแรงหนึ่ง

ครูอ้วนแห่ง "เอ็ม เอส มีดี" แถลงไขว่า "โรงเรียน เอ็ม เอส มีดี" ใช้มัลติมีเดีย เป็นสื่อเข้ามาช่วย ในการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนทุกคนได้เรียนกับ "ครูอ้วน" เหมือนกันหมด รวมทั้ง คนที่เรียนจากโรงเรียนแฟรนไชส์ด้วย ซึ่งในสื่อมัลติมีเดียนี้ "ครูอ้วน" ก็จะสอนตามขั้น ตามหลักสูตรที่วางไว้

"การเรียนผ่านระบบมัลติมีเดียที่เรียกว่า MTS จะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ และเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความสนุกสนาน เหมือนนั่งดูหนังอยู่กับบ้าน เหมือนได้เรียนกับครูอ้วนจริงๆ สามารถโต้ตอบ และถามปัญหาได้จากครูพี่เลี้ยงที่ผ่านการอบรมจากครูอ้วน"

แม้ว่าที่นี่จะใช้ "ชื่อ" ของครูอ้วนเป็นจุดขาย ซึ่งตัดปัญหาความน่าเชื่อถือด้าน การเรียนการสอนไปได้ แต่ระบบแฟรนไชส์ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับนักลงทุน

จุดนี้ "ครูอ้วน" บอกอย่างมั่นใจว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะกว่า 10 ปี จากการทำธุรกิจส่วนตัว เธอเก็บประสบการณ์มารวบรวม และพร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ เธอยังได้ "ชัยฤทธิ์ กาญจนาเวส" เจ้าของแฟรนไชส์ฟิตเฟล็กซ์ แฟรนไชส์ พันธุ์ไทยมาแรงที่สามารถขยายแฟรนไชส์ได้กว่า 100 สาขาในเวลาเพียง 1 ปี มาเป็นหุ้นส่วน และเป็นผู้ช่วยวางระบบธุรกิจแฟรนไชส์แห่งนี้ด้วย

"ระบบแฟรนไชส์ของที่นี่ง่าย ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถบริหารกิจการได้โดยได้รับการดูแล จากบริษัทแม่ โดยเฉพาะเรื่องครูพี่เลี้ยงจะผ่านการฝึกฝนจากครูอ้วนตัวจริง ซึ่งจะสอน ทั้งศิลปะทางดนตรี ศิลปะการถ่ายทอด พร้อมกับขั้นตอนในการเรียนหรือหลักสูตร เพื่อให้แฟรนไชส์ ซี่ สบายใจกับหลักสูตรที่ออกมาจากต้นฉบับเดียวกัน" "ชัยฤทธิ์" กล่าว

เอ็ม เอส มีดี จะทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อป้อนให้กับแฟรนไชส์ ซี่ ที่เข้ามาซื้อแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดครูพี่เลี้ยง โดยมีแผนที่จะรับสมัครครูสอนดนตรีและขับร้อง (Advisor) ที่มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปวช. ที่มีใจรัก และมีความสามารถพิเศษด้านการดนตรีและขับร้อง เข้ามาฝึกฝน 200 ชั่วโมงในเวลา 3 เดือน

หลักสูตรนี้ถือเป็นการอบรมภาคบังคับที่ครูพี่เลี้ยง "ต้องผ่าน" เพื่อส