Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2000-12-04

อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ธุรกิจยอดฮิตในปี 2000 (ตอนจบ)

จากคราวที่แล้วคงมีหลายคนสนใจ อยากจะเปิดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ กันบ้างแล้วครับ ถ้าอยากจะเปิดกันจริงๆ วันนี้จะมาเล่าให้ฟังต่อครับ การมองหาที่ตั้ง

ทำเลที่ตั้งถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุดครับสำหรับร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เพราะสินค้าและบริการ ยังไม่เป็นมหาชน มากเท่าร้านเซเว่นฯ ทำให้การจะเปิดร้านสักร้าน ไม่ใช่แค่มีพื้นที่ มีความรู้จะเปิดกันได้

อย่างแรกเราต้องดูก่อนว่าร้าน ที่อยากเปิดอยู่ในละแวกไหน จากคราวที่แล้ว ที่กล่าวถึงกลุ่มลูกค้า ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา แสดงว่าร้าน ที่เปิดต้องอยู่ใกล้สถานศึกษา และหอพัก โดยเฉพาะหอพักนี่ เป็นทำเลทอง เลยทีเดียว เนื่องจากกลุ่มลูกค้า จะเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ในช่วงเย็นหรือหัวค่ำ หลังจากเลิกเรียนแล้ว

สังเกตได้จากมีร้าน พวกนี้เกิดเป็นดอกเห็ด ย่านโรงเรียน มหาวิทยาลัย แต่ย่านอื่น ก็ไม่ได้หมายความว่า จะร้างผู้คนกันไปเลย เพราะมีหลายคน ที่เปิดในย่านชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงและประสบความสำเร็จ

ผมว่าจุดหลักเราต้องดูว่า คนกลุ่มไหนที่จะผ่านมา และแวะมากกว่า ยังมีอีกหลายทำเลครับ ที่เป็นทำเลทองแต่ยังขาดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ลองศึกษาดูก่อน ผมว่าไม่ต้องแห่กันไปเปิดตาม โรงเรียนกันหมดก็ได้


สิ่งที่ควรรู้ของผู้ประกอบการ

ในที่นี้ผม หมายถึง ความรู้ของผู้ประกอบการครับ อย่างที่เกริ่น ในครั้งแรกว่า ผู้ประกอบการ ต้องมีความรู้ ด้านคอมพิวเตอร์ พอสมควร ไม่ต้องเชี่ยวชาญก็ได้ครับ เพราะของอย่างนี้ ศึกษากันได้ แต่จุดหลักคือ ต้องหมั่นหาสิ่งแปลกใหม่ ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต ให้มากที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้น ช่วงที่ไม่ค่อยมีลูกค้า ก็เล่นซะเอง นั่นแหละครับ จะได้ศึกษาหาความรู้อื่นๆ ไปด้วย เวลามีปัญหา ด้านโปรแกรม ก็สามารถ ให้คำปรึกษาลูกค้า ได้ฉะฉาน จุดนี้อาจทำให้ลูกค้าติดใจ ในการบริการ และกลับมาเป็น ลูกค้าประจำ ก็ได้


สิ่งที่ต้องคำนึงในการให้บริการ

ทุกบริการจะผูกใจลูกค้าได้หรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ราคาและคุณภาพ ก็จัดเป็นสิ่งสำคัญต้นๆ เพราะเราจัดอยู่ ในพวกขายบริการครับ (ขายบริการอินเทอร์เน็ตน่ะ) เพราะฉะนั้น ตัวผู้ประกอบการ หรือคนคุมร้าน ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ลูกค้าเข้าก็ทักทาย ลูกค้าออก ก็เชิญมาใหม่คราวหน้า คนไทยชอบครับ

ถึงเราจะเห็นเค้าไม่สนใจ กับคำพูดของเรา แต่ความจริง ในใจเค้าแอบชมอยู่ในใจ อย่างน้อย ก็ดีกว่าร้านที่มีตุ๊กตาหน้ายักษ์ นั่งเฝ้าอยู่ ถามคำตอบครึ่งคำ จะจ่ายเงินก็กลัวโดนกัด แบบนี้ลูกค้ามาไม่นานครับ ถ้ามีคู่แข่งที่ดีกว่า หรือบริการเท่ากัน เค้าไปหมดครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพ ของอินเทอร์เน็ต อันนี้ขาดไม่ได้ พวกติดปุ๊บหลุดปั๊บ อย่าได้แตะต้อง เพราะจะทำให้เราและลูกค้าหงุดหงิด แล้วจะพาลหาว่า เราบริการไม่ดีไปด้วย ตอนนี้ผู้ให้บริการมีเยอะครับ ลองดูหลายๆ ที่ ผมว่าต้องมีรายที่ถูกใจเราอยู่ไม่มากก็น้อย ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

พอพูดถึงรายจ่าย บางคนเลือกอ่านหัวข้อนี้ เป็นอันดับแรก เพราะทุกธุรกิจ น่าสนใจหรือไม่ก็ตรงนี้แหละ ลงทุนน้อย (หรือไม่ลงทุน) แต่ได้กำไรงามๆ อันนี้คนไทยชอบครับ แต่ในความเป็นจริง เราลองมาดูกันว่าโดยทั่วๆ ไป เราต้องจ่ายอะไรกันบ้าง

1.คอมพิวเตอร์ ไม่มีไม่ได้แน่นอน นอกจากต้องมีแล้วยังจัดเป็นต้นทุนมหาศาล ที่สุดครับ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่งๆ ก็ประมาณ 3 หมื่นเข้าไปแล้ว ถ้าต้องการให้เล่นเกม ได้สะใจ ก็อาจแพงกว่านี้ นิดหน่อย กรณีซื้อปริมาณมากๆ อาจลดหรือ ได้ของแถมมาบ้าง

แต่ถ้าอยากจะทราบว่าเราต้องลงทุนเท่าไร ก็ให้คำนวณ จากต้นทุนตรงนี้เป็นหลัก ลองคูณคร่าวๆ น่ะครับ ร้านคาเฟ่ทั่วไป มักมีประมาณ 10 เครื่อง ถึงเรียกได้ว่าคุ้มทุน ดังนั้นในส่วนนี้ ก็ต้องใช้เงินประมาณ 3 แสนกว่าบาท จุดนึงที่สำคัญมาก คือเรื่องซอฟต์แวร์ ที่เคยบอกไปแล้ว และการบริการหลังการขาย เนื่องจากธุรกิจเราต้องทำ ไปอีกนาน อยู่ๆ ร้านที่เคยซื้อกลับหายตัวไป เครื่องเราเสีย จะไปหาใคร ก็ลำบากไปหมด อันนี้อันตรายครับ

2.ระบบเน็ตเวิร์ค เป็นระบบที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่องเชื่อมถึงกัน มีประโยชน์มาก ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการแชร์ ข้อมูลระหว่างเครื่อง รวมถึงการเล่นเกม ภายในเครือข่ายด้วยครับ ปรกติถ้าทำแบบดีๆ ก็ตกประมาณ 1 พันถึง 2 พันบาทต่อจุด แต่ถ้าทำลวกๆ ก็ถูกกว่านี้เยอะครับ

3.เครื่องคอมพิวเตอร์หลัก หรือ Server เป็นสิ่งสำคัญกรณีเราต่อแบบเครือข่าย และบริการแบบมีระบบควบคุม เนื่องจากเราต้องลงโปรแกรม ควบคุมหลัก (Server license) เพื่อควบคุม เครื่องลูกทั้งหมด ออกรหัสผ่าน ตรวจสอบรายรับ และกระทำการใดๆ ในเครือข่าย ตรงนี้เครื่องที่ใช้ อาจจะสูงกว่า เครื่องธรรมดาบ้าง แต่ใช้แค่เครื่องเดียวพอครับ

4.Internet Gateway อุปกรณ์ตรงนี้อาจฟังดูสวยหรู แต่จริงๆ แล้วอุปกรณ์ดังกล่าว จะเปลี่ยนแปลง ไปตามขนาดการเชื่อมต่อ เช่น ถ้ามีขนาดเล็กหน่อย ก็อาจใช้เป็น Modem ธรรมดา หรือถ้าเชื่อมแบบ High speed connection เช่นความเร็ว 64 kbps ขึ้นไป ก็อาจใช้เป็นอุปกรณ์ router ซึ่งมีคุณภาพดีกว่า ราคาก็จะแตกต่างตามคุณภาพด้วยครับ มีตั้งแต่หลักหมื่น จนถึงหลักแสน ตรงนี้รายละเอียด ค่อนข้างมาก อาจไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้

5.ค่า Software license นอกจากพวก software ที่ใช้เกี่ยวกับ Internet อย่าง Internet Explorer, Pirch และอื่นๆ แล้ว ในที่นี่ยังรวมถึง software ที่เป็นตัวควบคุมระบบ และคำนวณค่าบริการด้วย ค่า software ระบบจะคิดเป็นเครื่อง เครื่องล่ะประมาณ 1 พันบาทครับ อยากมีกี่เครื่อง ก็บวกลบคูณหารได้เลย ถ้าต้องการเกม ไว้บริการลูกค้า อันนี้คงต้องสอบถามราคา จากร้านที่ขายโดยตรง จะได้ราคาที่อัพเดท ที่สุดครับ

6.ค่าบริการอินเทอร์เน็ต ตอนนี้มีผู้ให้บริการ หลากหลายยี่ห้อให้เลือก ทั้งเจ้าใหม่ เจ้าเก่า จุดหลักในการเลือกซื้อไม่ใช่ดูแค่ ราคาอย่างเดียวน่ะครับ ต้องดูคุณภาพด้วย เพราะประเภทใช้ๆ อยู่แล้วหลุดบ่อย หรือช้าอืดอย่างนี้คงไม่ไหว แต่ถ้าคุณภาพดี แถมราคาถูกก็ยิ่งดี ช่วงแรกคงต้องเลือก หรือลองดูซักระยะ แล้วจะทราบข้อจำกัด ของแต่ละบริษัทเองครับ หรืออาจดู จากการวัดประสิทธิภาพ ตามหนังสือคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้เราลดเงินและเวลาได้เยอะ


อนาคตของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่

ผมเขียนแบบนี้ไม่ได้ หมายความว่า ผมจะเป็นหมอดูที่เก่งกาจอะไร เพียงแต่ผมดูจากทิศทาง และมุมมองของตัวเองที่มีต่อธุรกิจนี้เท่านั้น จะเห็นด้วยหรือไม่ อาจถูกหรือผิดก็ได้น่ะครับ ที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดคือตลาดอินเทอร์เน็ต บ้านเรามีกลุ่มเป้าหมายที่จำกัด อัตราการเติบโตช้า แต่อัตราการตื่นตัวสูง อาจเป็นเพราะบางกลุ่ม บางคนยังติดข้อจำกัด หลายอย่าง รวมถึงกลัวเทคโนโลยี หรือไม่สนใจเลยก็มี

แต่ถึงแม้ว่าอนาคตบ้านเรา จะเต็มไปด้วยคนใช้อินเทอร์เน็ต นิสัยคนไทย ก็ยังคงนิยมใช้อินเทอร์เน็ตในแง่ความบันเทิงเป็นหลัก ดังนั้นถ้าอนาคต จะมีอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ที่จะทำให้อินเทอร์เน็ต เป็นสื่อบันเทิงที่ง่าย และน่าสนใจ จะทำให้ตลาดตรงนี้โตเร็ว ถึงตรงนั้นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก็คงต้องปรับปรุงตัวอีกครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามยุคสมัย

หรือแม้แต่สมัยนี้ก็ตาม ผมก็ยังเห็นร้าน อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ หลายที่ปิดตัวไปแล้วเปลี่ยนไปทำ Game Center แทน เพื่อบริการ Network Game ซึ่งก็ถือเป็น การกลายพันธุ์ ที่ดูเหมาะสมแล้วแต่สถานการณ์ครับ ถ้าท่านใดมีมุมมองที่น่าสนใจ ผมยินดีแลกเปลี่ยนครับ หวังว่าจะได้มาเล่า ประสบการณ์ ที่มีประโยชน์ อีกในอนาคตครับ

พงษ์ศักดิ์ จงจิตต์
ร้านบ้านเน็ต อินเทอร์เน็ตคาเฟ่
tonkra@bannetcafe.com
www.bannetcafe.com