Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2000-12-11

"เฮ้าส์ ดอกเตอร์ส" ธุรกิจต่อเติม-ซ่อมแซมบ้าน

คำพูดที่ว่า วิกฤติมักจะสร้างโอกาส ทางธุรกิจให้แก่คนบางคน ได้กลายเป็นเรื่องจริง และสามารถ นำมาเป็นตัวอย่างที่ดีได้

นับถอยหลังจากผลพวงของเศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วทุกระแหงล้มละลาย

แต่กับคนบางคนบางกลุ่ม กลับสบโอกาส และได้ช่องทางการทำมาหากินใหม่ จนยึดเป็นอาชีพอิสระที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายๆ ในวันนี้

"House Doctors Handyman Service" หรือ ศูนย์ต่อเติม-ซ่อมแซมบ้าน โดยทีมหมอมืออาชีพ ได้กลายเป็นอาชีพใหม่ ที่แตกตัวออกมาจาก ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ที่ซึ่งความต้องการของตลาด อยู่ในระดับไปได้สวยทีเดียว และยังสอดประสาน รับกันอย่างลงตัว กับปัญหาที่ลูกค้า มักจะประสบกับช่างห่วยๆ และไม่รับผิดชอบงานเสมอๆ เมื่อใดที่จำเป็นต้องให้การรักษา-ซ่อมแซมบ้าน

ไอเดียของเฮ้าส์ ดอกเตอร์ส จึงเกิดขึ้น ท่ามกลางปัญหา ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และวัสดุก่อสร้างกำลังโอนเอน

" ชัยรัตน์ พิรุฬหพัสต์ " ผู้จัดการทั่วไป หรือในนามเจ้าของธุรกิจนี้ บอกว่า แรกเริ่มเดิมที ไอเดียการทำธุรกิจนี้ เกิดจากเมื่อบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้เชิญเอเย่นต์ ผู้จำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจ ของครอบครัวดั้งเดิม ให้ไปพูดคุยกัน และเสนอไอเดียลักษณะนี้ บวกกับตัวเอง เคยเห็นธุรกิจนี้มาบ้าง เมื่อครั้งไปร่ำเรียน ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่สหรัฐ

เขาเล่าว่า เป็นไอเดียผสมผสานระหว่างปูนซิเมนต์ ในช่วงที่ธุรกิจนี้เกิดคู่แข่งใหม่คือ โฮมโปร จึงทำให้บริษัทปูนซิเมนต์ มีนโยบายให้เอเย่นต์ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทำโฮมมาร์ท เพื่อเป็นศูนย์บริการด้านวัสดุก่อสร้าง แต่พอเศรษฐกิจล่มสลายเมื่อ 2-3 ปีก่อน เกิดปัญหาหนี้สูญและเอ็นพีแอลมากมาย ทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างชะงักงัน จึงคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนโฟกัสไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันก็ยังสามารถขายวัสดุก่อสร้างได้ด้วย

จากการที่เคยเห็นธุรกิจนี้มาบ้าง เมื่อครั้งไปเรียนปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่สหรัฐอเมริกา และขณะเดียวกัน ก็มีพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรม ในระดับปริญญาตรี จึงทำให้เขามองเห็นความชัดเจน และอนาคตของธุรกิจนี้ได้ดียิ่งขึ้น จนปัจจุบัน เขากลายเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยอายุอานามด้วยตัวเลข 30 ปีต้นๆ ได้โดยไม่ยากเย็น

"ตอนแรกเห็นว่า เซ็กเมนท์เจ้าของบ้าน ยังว่างอยู่ และไม่มีใครทำเท่าไรนัก จึงคิดทำศูนย์บริการวัสดุก่อสร้าง แต่พอทำวิจัยออกมาเข้าจริง กลับพบว่า ดีมานด์ของลูกค้าด้านซ่อมแซมบ้าน ยังไม่มีใครให้บริการอย่างจริงจัง จึงหันมาทำตรงนี้ด้วยตัวเอง"

ดีมานด์หรือความต้องการของลูกค้า ที่ชัยรัตน์พบว่ามีจำนวนมากนั้น เขาได้ใช้วิธีประเมิน จากการโทรศัพท์เข้ามา ของลูกค้าเดิมๆ เพื่อซื้อวัสดุก่อสร้าง ตัวเลขลูกค้าเก่า ที่ต้องการใช้บริการ ซ่อมแซมบ้านมีกว่า 30% และดูจากค่าใช้จ่าย ต่อรายการของลูกค้าค่อนข้างสูง

ชัยรัตน์เริ่มเทสตลาดเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ด้วยขนาดธุรกิจไม่ใหญ่โตมากนัก และเป็นเพียงแผนกหนึ่ง ที่อยู่กับโฮมมาร์ทหรือร้านขายวัสดุบ้านของครอบครัว เริ่มจากมีช่าง 2 คน การตลาด 1 คน และบัญชีอีก 1 คน

แต่เมื่อทำธุรกิจไปแล้วเป็นเวลา 6 เดือน เขาจึงพบว่า ดีมานด์ของลูกค้าใช้บริการด้านนี้มีอยู่สูงมากจริงๆ

ดีมานด์หรือความต้องการของลูกค้า ที่ชัยรัตน์พบว่ามีจำนวนมากนั้น เขาไม่ได้คาดเดา ยังไม่มีหลักการ แต่เขาใช้วิธีประเมินความต้องการ ของลูกค้าที่มีตัวตนจริง ไม่ว่าจากการโทรศัพท์เข้ามา ของลูกค้าเดิมๆ เพื่อซื้อวัสดุก่อสร้าง, ตัวเลขลูกค้าที่เข้ามาขอใช้บริการ ซ่อมแซมบ้านจากบริษัทแล้วมีกว่า 30% และดูจากค่าใช้จ่ายต่อรายการของลูกค้าค่อนข้างสูง

หลังจากก้าวหนึ่งไปสู่อีกก้าวหนึ่ง และผลการเทสธุรกิจออกมาแล้วไปได้สวย จึงทำให้เขามองตลาดได้ชัดและง่ายขึ้น กับการเดินหน้าอย่างเต็มตัว

ทีมงานของเขาจึงเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัวโดยไม่น่าแปลกใจ ปัจจุบันเขาจึงมีทีมงาน รวมทั้งหมดเป็น 60-70 คน แบ่งเป็นทีมวิศวกร สถาปนิกออกแบบ พนักงานออฟฟิศ รวมถึงช่างฝีมือ ที่รับช่วงต่ออีกทีหนึ่ง

2 ปีที่แล้ว เขาจึงได้ตัดสินใจ แยกธุรกิจอย่างเด็ดขาด ออกจากโฮมมาร์ท ซึ่งเป็นธุรกิจ ภายใต้การดูแลของครอบครัว

วันนี้ธุรกิจของ "เฮ้าส์ ดอกเตอร์ส แฮนดี้ เซอร์วิส" ของชัยรัตน์ จึงครอบคลุมเกือบทุกด้านที่ "หมอบ้าน" มืออาชีพพึงให้การรักษาได้

ไม่ว่าจะเป็นอาการเบา ตั้งแต่งานติดตั้งหรือซ่อมแซม ได้แก่ ลูกบิดประตู หลอดไฟ โคมไฟ เครื่องทำน้ำร้อน สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ ฝ้าเพดาน ทาสี ปูฉนวนกันความร้อน เดินสายไฟ ปั๊มน้ำ งานรั้วและอื่นๆ หรือเป็นอาการหนัก เช่น ต่อเติมบ้าน งานโครงสร้าง งานประปา งานไฟฟ้า เปลี่ยนหลังคา ดัดแปลงห้องน้ำ และอื่นๆ

ในการให้การรักษาแต่ละครั้ง แต่ละรายลูกค้า "ชัยรัตน์" บอกว่า เขาทำอย่างมืออาชีพแท้จริง เริ่มตั้งแต่ใช้วิศวกรประจำ ที่มีประสบการณ์ดูแลงาน, ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ จากเครือซิเมนต์ไทย และกล้าที่จะรับประกัน เนื้องานที่ทำไปแล้วเป็นระยะเวลา 1 ปี

"หากเกิดปัญหากับงาน เราจะจัดการให้ทันที เรามั่นใจคุณภาพงานของเรา เพราะใช้หลักวิชาการและความรับผิดชอบต่องาน ซึ่งตรงไปตรงมากับลูกค้า จะต่างจากผู้รับเหมาที่ไม่ได้ใช้หลักวิชาการกับการทำงานเท่าไรนัก ส่วนใหญ่ 3-6 เดือน ก็จะมีปัญหาบ้านแตกร้าวตามมาให้เห็นการบ่อยครั้ง"

แต่จะให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือหรือไว้ใจในเนื้องานได้อย่างไร มักเป็นปัญหาหลักของมืออาชีพอิสระที่จะต้องสร้างตรงจุดนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นธุรกิจก็มักจะไม่ได้เกิด

ชัยรัตน์ก็เช่นกัน เขาใช้วิธีการวางแผนงาน อย่างเป็นระบบ ด้วยการได้ความช่วยเหลือ จากเจ้าของเเฟรนไชส์ชื่อ เฮ้าส์ ดอกเตอร์ส จากอเมริกา ซึ่งเขาได้ติดต่อ ขอซื้อลิขสิทธิ์นี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อกลางปีนี้นี่เอง หลังจากได้ทดลองทำธุรกิจนี้ มาแล้วเกือบ 2 ปี

"แรกๆ เราใช้ชื่อนี้เช่นกัน โดยได้คุยกับเขาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า ขอเวลา Test ดูความต้องการของลูกค้าก่อน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับด้วยดี เราจึงขอซื้อเเฟรนไชส์จากเขาอย่างจริงจังเมื่อราวเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา"

แม้ว่าการได้ "แฟรนไชส์" หมายถึง การเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และยังไม่เคยมีใครทำชื่อนี้ มาใช้ก่อนในไทย แต่เขากลับมองว่า จะทำให้เขาได้รับโนว์ฮาวที่ดี มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านระบบคอมพิวเตอร์ ระบบงาน แผนการตลาด และส่วนงานโอเปอเรชั่น หรือแบ็คออฟฟิศที่ดี แต่ต้องสามารถ นำมาปรับระบบ และวางแผนการพัฒนา ให้เข้ากับวัฒนธรรม ของคนไทยเอาเองให้ได้

ขั้นตอนการทำงานของ เฮ้าส์ ดอกเตอร์ส ที่ถ่ายต่อมา จึงมีระบบและแบบแผนทั้งที่ได้รับแนวทางจากเจ้าของเเฟรนไชส์ บวกกับการประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบไทยๆ เอาเอง

นั่นก็คือ วิธีการทำงาน เริ่มจากเมื่อลูกค้าโทรศัพท์เข้ามา ทางบริษัทจะนัดวันคุย เกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า จากนั้น จึงส่งทีมงานวิศวกรไปดู และแนะนำลูกค้า เกี่ยวกับงานที่ลูกค้าต้องการ ขั้นตอนต่อมาก็คือ จัดส่งใบเสนอราคา ซึ่งตรงจุดนี้อาจใช้เวลาในการต่อรองกันบ้าง

หลังจากลูกค้า "เซ-เยส" หรือตอบตกลงเมื่อใด บริษัทก็จะวางแผนงาน และทำตารางเวลางาน ส่งให้แก่ลูกค้า ติดไว้หน้าบ้าน เพื่อลูกค้าสามารถตรวจสอบ การทำงานได้ตลอดเวลา

ชัยรัตน์บอกว่า เราจะติดตารางเวลา การทำงานไว้หน้าบ้านลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะสามารถเช็คงาน ได้ตลอดเวลา ว่างานไปถึงไหนแล้ว และจะเสร็จตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งหากมีปัญหา ก็สามารถโทรแจ้งบริษัท ได้ตลอดเวลา

"เราต้องการให้ลูกค้าสบายใจว่า งานควรจะเร่งอย่างไร เพื่อลูกค้าจะได้วางแผนตัวเอง และเตรียมเงินได้ทันเวลา แนวคิดนี้จึงทำให้การประสานงานระหว่างเรากับลูกค้าแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย"

แต่หากถามว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ คิดเป็นอย่างไร และสูงกว่ารายอื่นๆ หรือไม่ คงต้องบอกว่า ย่อมแพงกว่าช่างชาวบ้านทั่วไปแน่นอน "ยอมรับว่าเราคิดค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า แต่ถ้าวัดกันหมัดต่อหมัดแล้ว ราคาต่อตารางเมตร ไม่แพงกว่าช่างทั่วไป"

ชัยรัตน์บอกว่า ช่างทั่วๆ ไป มักจะลดขนาด หรือคุณภาพของสินค้า และไม่ค่อยมีมาตรฐาน ในวิชาชีพเท่าไรนัก แต่บริษัทของเขา จะมีมาตรฐานกว่า ทั้งด้านคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ และบุคลากรที่ใช้วิศวกร และสถาปนิกมืออาชีพ

ในการตีราคาค่างวดของเฮ้าส์ ดอกเตอร์ส จะคิดจากต้นทุน ค่าแรงและค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมกัน โดยเขาจะใช้เครื่องมือในการคำนวณราคา ทำให้ประหยัดเวลา และมีมาตรฐาน ทั้งนี้เป็นวิธีคิด ที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบริษัทแม่ เจ้าของเเฟรนไชส์ชื่อนี้ นั่นเอง

ปัจจุบันลูกค้าของเขามีประมาณ 100-200 รายต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่ค่อนข้างสูง และเต็มกำลังการผลิต เมื่อเทียบกับบุคลากร ที่ต้องคอยรองรับการให้บริการ จึงทำให้ชัยรัตน์ เกิดไอเดีย ที่จะขยายธุรกิจออกไป เพื่อรองรับลูกค้า ที่อยู่ในพื้นที่ไกลออกไป และบริการไม่ทั่วถึง

เขาจึงวางแผนขยายสาขาเพิ่มในปีหน้าอีก 2 แห่ง คือสาขาบางนา และรังสิต พร้อมๆ กับหาผู้ร่วมลงทุน และหลังจากนั้นอีก 3 ปี หรือในราวปี 2546 จะเริ่มขายเเฟรนไชส์ให้แก่ผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นของตัวเองต่อไป

ถ้าผู้ที่สนใจ อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเฮ้าส์ ดอกเตอร์ส หรือต่อเติม-ซ่อมแซมบ้าน แบบนี้ ก็เป็นได้ไม่ยาก โดยสามารถหาซื้อเเฟรนไชส์ธุรกิจนี้ได้จากบริษัทนี้ในอนาคตอันใกล้

ถนนราคาของเเฟรนไชส์ตัวนี้ จะใช้เงินทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าเช่าสถานที่ ค่าตกแต่ง เงินทุนหมุนเวียน ซึ่งยังมีค่าซื้อลิขสิทธิ์เเฟรนไชส์ และค่าธรรมเนียมต่างหาก แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเลขที่แน่นอนว่าเป็นเท่าไร "ในปีหน้าคนซื้อเเฟรนไชส์ ถึงจะรู้ทุนที่แท้จริงว่าเป็นเท่าไร แต่คิดว่าไม่น่าจะสูงมากนัก"

ถือได้ว่าเป็นธุรกิจเริ่มแรกที่ไปได้สวย แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจ จะซบเซาเช่นนี้ เขาบอกว่า เราเดินมาถูกทางแน่นอน คล้ายๆ กับร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในอดีต ที่เข้ามาจัดการตลาด จนประสบความสำเร็จในวันนี้

"การรันธุรกิจที่ผ่านมาบอกได้เลยว่า ไม่ขาดทุนและมีเงินสดเป็นบวก"

ขณะที่เขามองคู่แข่งในตลาดเดียวกันนี้ ยังไม่มีคู่แข่งที่โดดเด่นขึ้นมา จะมีก็แต่เพียงผู้รับเหมาที่มีฝีมือ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมองไม่เห็นตัวตนเท่านั้น ที่น่ากลัวในสายตาของเขา

แม้ธุรกิจเฮ้าส์ ดอกเตอร์ส ของเจ้าของชื่อ "ชัยรัตน์ พิรุฬหพัสต์" จะเป็นสูตรสำเร็จ ตามฉบับเถ้าแก่รุ่นใหม่ ที่มีรากฐานเดิม จากธุรกิจรุ่นพ่อแม่ต่อแต้ม และมีตัวเงินสนับสนุน

และแม้ว่าชื่อนี้ยังไม่มีใครรู้จักเท่าใดนัก แต่ด้วย "ไอเดีย" ที่ดี บวกกับมุมมองธุรกิจที่ยาวไกล ได้ส่งให้เขาเดินไปใกล้ดวงดาวเข้าไปทุกทีๆ ใครสนใจธุรกิจลักษณะนี้ จะหยิบยืมไปใช้เป็นแนวทางก็ไม่ผิด