Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2000-12-25

ปั้น "บ้านใร่กาแฟ" สู่ "สตาร์บัคส์เมืองไทย"

"สายชล เพยาว์น้อย" สถาปนิกหนุ่มคนนี้ฝันไกลว่าจะปั้น "บ้านไร่กาแฟ" ร้านกาแฟพันธุ์ไทยแท้ ให้กลายเป็นสตาร์บัคส์เมืองไทย

กระแสนิยมดื่มกาแฟกำลังมาแรง ร้านกาแฟเปิดกันให้พรึบ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้งแบรนด์ไทยแบรนด์นอก ต่างแข่งขันแย่งชิงตลาดกันอย่างดุเดือด "บ้านไร่กาแฟ" กาแฟพันธุ์ไทยแท้ๆ ก็คือ รายหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้น ทั้งยังกล้าประกาศตัว อย่างมั่นใจว่าฉันนี่แหล่ะ "ตัวจริง"

ด้วยนิสัยชอบขับรถไปต่างจังหวัด กาแฟชาวบ้านที่ขายริมทางจึงเป็นยาแก้ง่วงที่ดีที่สุดสำหรับ "สายชล เพยาว์น้อย" กรรมการบริหารบริษัท ออกแบบไร่นา จำกัด ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสถาปนิกอยู่ที่ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

เมื่อเริ่มเล็งเห็นว่า สถานีบริการน้ำมันกับกาแฟ ดูจะเป็นสองสิ่งที่สำคัญ ในการขับรถทางไกล สถาปนิกหนุ่มก็ "ปิ๊ง" ไอเดียที่หารายได้เสริม เข้ากระเป๋าขึ้นมาทันที

"ผมเป็นคนชอบขับรถ นอกจากต้องเข้าปั๊มแล้ว ก็ต้องกินกาแฟ เพราะมันมีผลต่อการขับรถ ที่น่าสังเกต คือ บางจุดที่ไม่น่าจะมีขาย อย่างริมแม่น้ำโขง ก็ยังมีกาแฟขาย ก็แปลว่า ตลาดมันได้ ตลอดช่วงปี 2538-2540 ผมก็เก็บข้อมูลมาตลอด โดยพูดคุย กับร้านกาแฟสดของชาวบ้าน กาแฟแบบนี้อร่อยเพราะความสด ที่สำคัญ คือ มีลีลาที่น่าสนใจ เขาทำให้เห็นตั้งแต่ ตัก บด และชงต่อหน้า ทำให้รู้สึกว่ากาแฟหนึ่งแก้วมันมีคุณค่า แอ็คชั่นนี้เป็นลีลาการนำเสนอที่ไม่ธรรมดา" สายชล กล่าว

แม้จะเซอร์เวย์ข้อมูลไว้พร้อม แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าจะมีปั๊มน้ำมันใด ยอมให้สถาปนิกเปิดร้านขายกาแฟ ทั้งโดนตำหนิ โดนปฏิเสธต่าง ๆ นานา เพราะไม่เห็นความจำเป็นต้องมี

แต่ด้วยความมุ่งมั่น ในที่สุด 6 โมงเช้าวันที่ 21 ธันวาคม 2540 "บ้านไร่กาแฟ" สาขาแรกก็เปิดให้บริการที่ปั๊ม Jet รังสิตคลอง 7 และตั้งแต่ขายแก้วแรก ได้ตอน 10 โมงจนถึงปิดร้านก็ขายได้ถึง 40 แก้ว "ชายชล" จึงโล่งอกพลางคิดในใจว่า "ไปรอดแน่"

โชคไม่ดี สาขาแรกเปิดได้เพียง 13 วันก็ถูกรถชนเสียหาย จนต้องปิดซ่อมไป 3 เดือน แม้จะเปิดได้เพียง 13 วัน แต่ก็ถือเป็น "นาทีวัดใจ" ซึ่งในที่สุด Jet ก็อนุมัติให้สร้าง "กระท่อมไม้ทรงสูง" ที่เขาออกเองภายในปั๊มได้

"บ้านใร่กาแฟ" สาขาที่ 2 ที่ปั๊ม Jet ย่านมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้ฤกษ์เปิดให้บริการ ในเดือนเมษายน 2541 และสาขาที่ 3 ตามมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน

ด้วยความเป็นธุรกิจ ที่เน้นความเป็นไทยทั้งชื่อ รูปแบบ แม้แต่ตัวอาคาร Jet จับตามองบ้านใร่กาแฟมาเรื่อยๆ จนมองเห็นความตั้งใจจริง และการรักษาคุณภาพ ได้ตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดปลายปี 2542 Jet ก็ตกลงใจที่จะลงทุน สร้างบ้านไร่เพิ่มอีก 7 สาขาโดยมอบหมายให้ "สายชล" เป็นผู้บริหาร

"Jet เลือกเราก็เพราะเราทำคุณภาพได้ เราเป็นธุรกิจที่ทำกาแฟอย่างเดียว และต้องการเป็นมืออาชีพ ด้านกาแฟจริงๆ ผมอยากเป็นสตาร์บัคส์เมืองไทย เขาก็ดูเรามาเรื่อยๆ จนเชื่อมั่นในการรักษาคุณภาพ และความสะอาด เขาไม่สนใจว่า เราจะแย่งลูกค้าของเขาหรือไม่ แต่ขอให้เราขายของที่มีคุณภาพ นอกจากที่เขาเสนอให้ 7 สาขาแล้ว เราก็ขอเลือกทำเองด้วย จนปลายปี 2542 เราก็มีสาขาเพิ่มขึ้น 22 สาขา รวมกับ 3 สาขาแรกเป็น 25 สาขา" สายชล เล่า

แม้อาชีพเสริมจะทำให้เขาเป็นเถ้าแก่ร้านกาแฟ แต่ช่วงกลางวัน เขาก็ยังเป็นสถาปนิกอยู่เช่นเดิม โดยอาศัยความ "อึด" ใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกงานขับรถ ตระเวนดูสาขาต่างๆ ตั้งแต่สิงห์บุรีไปจนถึงชลบุรี จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2543 เขาจึงตัดสินใจว่าคงได้เวลาเปลี่ยนอาชีพจริงๆ เสียที

"เมื่อทำได้สักพักใหญ่ๆ ผมก็ออกมาจากงานประจำ มาบริหารบ้านใร่กาแฟอย่างเต็มตัว Jet บอกผมว่าคุณน่าจะออกมาตั้งนานแล้ว เพราะงานตรงนี้ มันมีมูลค่ามหาศาล" สายชล กล่าว

จากนั้น "ชายชล" ใส่เกียร์เดินหน้าบริหารบริษัท ออกแบบไร่นา เต็มกำลัง โดยวางกิจกรรมหลัก ภายใต้หลังคาจั่วสามเหลี่ยม ให้เป็นสถานที่เพื่อการพบปะ ณ เวทีแห่งการนำเสนอ ทั้งเชิงสังคมและพาณิชย์ ซึ่งเขามุ่งหวังว่าอีกไม่เกิน 10 ปี จะสร้างวัฒนธรรม การกินกาแฟแบบใหม่ในสวนเรียกว่า "Coffee Garden" ออกมาชนกับ "Beer Garden" ที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้

แผนการสร้างสวนกาแฟดังกล่าวได้ถูกระบุไว้ในแผนการตลาดปี 2544 ของบ้านใร่กาแฟ โดยจะเริ่มสร้างเป็นแห่งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา นอกจากนี้ ก็จะทดลองสร้างกระท่อมบ้านไร่แบบ 2 ชั้น และมีแผนขยายอีก 20 สาขาใหญ่ และนำเสนอช่องทางการตลาดใหม่ คือ การทำแฟรนไชส์บ้านไร่อีกด้วย

ยังมีต่อ >>