Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2000-12-25

กิ๊ฟท์ช้อปมีดีไซน์ "PLASTIC-I-TY" โดนใจวัยทีน
"เซ็นเตอร์ พอยท์" แหล่งนัดพบศูนย์กลาง ของสยามสแควร์ แหล่งรวม วัยรุ่น ผู้มีอำนาจในการซื้อสูงสุดในยุคนี้ และที่นี่เป็นแหล่ง สานฝันธุรกิจส่วนตัว ของคนรุ่นใหม่วัยมันทั้งหลายที่พากันเข้ามาจับจองพื้นที่

ในยามนี้ วัยรุ่นไทยยุคปี 2000 คงไม่มีที่ใครไม่รู้จัก แหล่งนัดพบที่เป็นจุดศูนย์กลาง ของสยามสแควร์ แหล่งรวมวัยรุ่น ผู้มีอำนาจในการซื้อสูง

บรรดาเถ้าแก่ทั้งหลายได้เล็งเห็นตลาดกลุ่มใหญ่ในย่านนี้ ได้เข้ามาจับจองพื้นที่กันเต็ม มีกิจกรรมสร้างภาพพจน์สินค้าและองค์กร ที่ดีให้แก่วัยรุ่นแห่งนี้อยู่เนืองๆ แม้กระทั่งนักการเมือง ยังต้องเดินเข้าหาเอาคะแนนนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น ณ พื้นที่นี้โดยเฉพาะ จึงทำให้เซ็นเตอร์ พอยท์ มีสีสันอยู่ตลอดเวลา

ความทันสมัย และสถานที่ “ใหม่” ยังยั่วยวนให้วัยรุ่นได้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยกัน ตลาดแห่งนี้สามารถ สร้างรายได้ให้เติบโตขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งสวนทางกับ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศอย่างสิ้นเชิง

เมื่อใครได้ก้าวเท้าเข้าไปเซ็นเตอร์ พอยท์ เป็นครั้งแรก ย่อมรู้สึกถึงความแตกต่าง ถือว่าเป็นแหล่งที่สนองตอบ ความต้องการของวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี ร้านค้าแต่ละแห่ง ล้วนมีจุดเด่นของตัวเอง ตกแต่งหรูหรา และล้ำสมัย สร้างความหลากหลายดึงดูดให้วัยรุ่นเดินเข้าร้านตัวเองมากที่สุด PLASTIC-I-TY เป็นหนึ่งในอีกหลายๆ ร้านบนทำเลทองแห่งนี้

ร้านนี้เลือกขายสินค้าประเภทกิ๊ฟท์ช้อป ของตกแต่งบ้าน มีหลากหลายสไตล์ แต่วัสดุที่ใช้ทำมาจากพลาสติกเสียส่วนใหญ่ และดูเหมือนเป็นของล้ำสมัยที่ถูกใจวัยรุ่น ในขณะที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนคงเห็นเป็นของไร้ค่ามากกว่า

“เด็กไทยไม่ชอบซื้อของวางบนโต๊ะทำงาน หรือไว้ที่บ้าน เพื่อโชว์ความสวยงามแค่ที่นั้น แต่จะชอบของที่เดินโชว์ได้ ทำให้สินค้าประเภทนี้ขายได้ดี เนื่องจาก มีความสอดคล้องกับจิตวิทยาของเด็ก สังเกตไหมว่าทำไมเด็กไทยสมัยนี้ชอบถือกระเป๋าเหมือนกัน โทรศัพท์มือถือขายดี เพราะจับต้องได้ โชว์ได้ พวกเขาก็จะชอบ และวัยรุ่นไทยอยากมีอะไรเป็นของตัวเองด้วย จุดนี้จึงเป็นที่มาให้เรามั่นใจว่าสินค้าที่ขายไอเดียให้เกิดรูปลักษณ์แปลกๆ ใหม่ๆ วัยรุ่นต้องชอบ” ปิลันธนา ศุขปราการ เจ้าของร้าน PLASTIC-I-TY อดีต COPY WRITER สาว จากบริษัทโฆษณาชื่อดังของเมืองไทย บอกถึงแนวคิดเริ่มต้นของตัวเอง

การตกแต่งร้านไม่มีอะไรมากนัก เน้นความโปร่งใสมากที่สุด โดยอาศัยกระจกเป็นตัวช่วยให้ดูร้านกว้างขวางมากขึ้น เนื่องจากถูกจำกัดด้วยขนาดของพื้นที่ที่เล็กกว่า 9 ตารางเมตร จึงต้องอาศัยการจัดวาง และตัวผลิตภัณฑ์เป็นตัวดึงดูดความสนใจของลูกค้าแทน

“จุดเด่นของร้านในการนำสินค้าเข้ามาขาย จะต้องเป็นสินค้าที่มีการออกแบบที่แปลกหูแปลกตา ร้านค้าที่อื่นๆ จะมีสินค้าที่ทำด้วยมือ (HAND MADE) ใช้วัสดุ ที่มาจากธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นงานไม้ เป็นแนวง่ายๆ เรียบๆ คนต่างชาติมาเมืองไทยจะชอบสินค้าประเภทนี้มาก เพราะเขาชอบงานที่มาจากธรรมชาติจริงๆ แถวสวนจตุจักรมีเยอะ และขายดีมาก แต่ถ้ามาขายที่สยามคงขายไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่แนวที่เด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายจะซื้อกัน

สินค้าที่นำมาขายให้กับเด็กไทยในย่านสยามสแควร์ ต้องเป็นของที่มีสีสันฉูดฉาด เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ตื่นตาตื่นใจ จึงจะขายได้ดี โดยเฉพาะเด็กมหาวิทยาลัยจะมีกำลังซื้อสูง”

แนวหลักของตัวสินค้าในร้าน ต้องเป็นสินค้าที่ทำจากพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ การที่จะให้สินค้าในร้านหลากหลาย ทำให้เจ้าของร้านต้องสืบเสาะสินค้าประเภทนี้จากหลายๆ ประเทศ ด้วยการค้นหาจากนิตยสารต่างประเทศหลายๆ ฉบับ เพื่อติดต่อนำสินค้ามาขายให้ถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต และการไปต่างประเทศ เลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเอง จากประเทศอังกฤษ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ไต้หวัน เป็นต้น สินค้าที่นำมาจำหน่าย อาทิ กระปุกออมสินหมูพลาสติก เก้าอี้เป่าลมพลาสติก กล่องใส่แว่นรูปแบบเก๋ๆ แคปซูลยาขนาดยักษ์ กรอบรูป กล่องใส่ของกระจุกกระจิก

รวมถึงการผลิตสินค้า จากฝีมือคุณปิลันธนา และเพื่อนฝูง ที่เคยเป็นครีเอทีฟด้วยกันมาก่อน สร้างสรรค์ออกแบบสินค้าขึ้นมาเองตามแต่ความชอบและแนวคิดของแต่ละคน จะเน้นที่วัสดุการทำหลากหลายมากหน่อย เช่น โคมไฟที่ตกแต่งด้วยผ้าขนสัตว์ปกคลุมไว้ให้มีสีสันสวยงาม มีทั้งสีฟ้า สีแดง สีชมพู ซึ่งเจ้าของร้านออกแบบเอง

อย่างไรก็ดี สินค้าที่ผลิตเองมักมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าที่นำเข้า เพราะมีการผลิตจำนวนน้อยชิ้นกว่า และมีกระบวนการที่ผลิตแตกต่างกัน บางครั้งจึงไม่คุ้ม กับการลงทุนผลิตสินค้าขายเอง แม้จะรู้ว่าสินค้าบางอย่างมีวิธีทำไม่ยากนัก

การ์ดอวยพรในวาระต่างๆ ที่ทำจากกระดาษทั่วไป ก็ปรับเปลี่ยนนำพลาสติกมาทำเป็นการ์ดให้มีหลายรูปแบบ และมีหลายสีให้เลือก เป็นการ์ดสีโปร่งใส สะท้อนแสง สนนราคา 80 บาท ซึ่งแพงกว่าการ์ดกระดาษในร้านพอสมควร แต่กลับถูกใจฝรั่งมากกว่า

สินค้าที่ร้าน PLASTIC-I-TY ขายดีมากที่สุด เป็นพวกพวงกุญแจที่มีรูปแบบให้เลือกมากมาย พวงที่เป็นเรซิ่น หรือพลาสติกทำในประเทศไทย บางพวงนำเข้า จากประเทศไต้หวัน ขายในราคา 100 บาท ซึ่งการสั่งซื้อพวงกุญแจเข้ามาขายแต่ละครั้ง ต้องไม่ต่ำกว่า 400-500 ชิ้น

โดยเฉลี่ยแล้วสินค้าในร้านมีราคาตั้งแต่ 100 บาท ถึง 1,000 บาท ซึ่งเจ้าของร้านกำหนดราคาขายเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์จากต้นทุน มีรายได้ต่อวันประมาณ 4,000-5,000 บาท

PLASTIC-I-TY ใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือน ในการคืนทุนขั้นต้นที่เสียไปกับค่าเซ้งร้าน ค่าตกแต่งร้าน และการซื้อของเข้าร้านในระยะแรก จำนวน 4 แสนบาท

สินค้าที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่งเป็นที่วางแผ่น CD และที่ใส่แผ่น CD ทำจากพลาสติก มีหลายสีให้เลือก ทางร้านขายในราคา 260 และ 180 บาท ตามลำดับ ยี่ห้อ Inflate จากประเทศอังกฤษ นำเข้าถูกต้องลิขสิทธิ์ทุกอย่าง แต่ถูกมือดีลอกเลียนแบบไปแล้วโรงเรียนไทยแลนด์ วางขายกันเกลื่อนแถวพันธุ์ทิพย์ อันละประมาณ 20-40 บาท

ในช่วงเทศกาลต่างๆ ทางร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นมาก แต่ยอดขายจะตกลงในช่วงฤดูฝน ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนสินค้า ตามวาระของแต่ละเทศกาล ซึ่งปลายปีนี้ สินค้าในร้านจะเปลี่ยนไปอีก ลูกค้าจึงจะเข้ามาเลือกชมสินค้าได้เรื่อยๆ ไม่ซ้ำกัน

ด้วยประสบการณ์ที่เคยอยู่วงการโฆษณากว่า 10 ปี ของปิลันธนา ศุขปราการ ในบริษัทโฆษณาหลายแห่ง อย่างบริษัทลินตาส บริษัทฟาร์อีสท์ ทำให้มีเพื่อนฝูงนำสินค้า ที่มีไอเดียใหม่ๆ มาฝากขายอยู่เสมอ ประกอบกับตนเองมีความชอบในผลิตภัณฑ์ที่มาจากพลาสติกทุกอย่างเป็นทุนเดิม จึงมีวิธีเลือกสินค้าให้แตกต่างจากร้านอื่นได้ไม่ยากนัก และเล็งเห็นว่าสินค้าในแนวนี้ จะยังสร้างความชื่นชอบและเป็นที่นิยมกับกลุ่มวัยรุ่นได้เสมอ

“แนวโน้มในการขายสินค้าพลาสติกของร้าน คิดว่ายังคงจับกลุ่มวัยรุ่นได้เหมือนเดิม เพราะวัยรุ่นมีการเกิดและโตขึ้นอยู่เสมอ วัยรุ่นยุคนี้โตขึ้น วัยรุ่นยุคใหม่ก็มาแทนที่ใหม่ ลูกค้าจึงไม่มีวันหายหมดไปได้ เพียงแต่เราต้องทำการเปลี่ยนของในร้านให้ทันตามยุคตามสมัย เปลี่ยนสินค้าไปเรื่อยๆ แต่ไม่เปลี่ยนคอนเซ็ปท์ที่วางไว้”

เจ้าของร้านยังมีแนวคิดที่จะเปิดร้านเพิ่มขึ้นอีกแห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหาสถานที่ แต่คงหนีไม่พ้นแถวสยามสแควร์ เพราะมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มลูกค้าหลักและ แน่นอนกว่า

สำหรับผู้ที่อยากจะเป็นเถ้าแก่เอง หรือเบื่องานประจำที่ทำอยู่ ทางเจ้าของร้านให้คำแนะนำที่ถือว่าเป็นหัวใจให้เราทำงานได้อย่างมีความสุข ว่า “การจะทำร้านค้าในสมัยนี้ ควรให้แต่ละร้านขึ้นอยู่กับสไตล์ของใครของมัน ทุกคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเป็นพื้นฐาน เพราะเมื่อทำแล้วจะทำให้รู้สึกดูดีขึ้น อย่างร้าน PLASTIC-I-TY ขอให้มีสีสัน ออกแนวการใช้วัสดุของสินค้าที่เป็นพลาสติกตรงใจคนทำก็พอแล้ว”

ที่สำคัญ หาเงินกับเด็กที่ขอเงินพ่อแม่ง่ายกว่ากันเยอะ ซื้อขายคล่องไม่ต้องคิดมาก
ล้อมกรอบ
ประเภทสินค้า : กิ๊ฟท์ช้อป ของตกแต่งบ้าน
เงินลงทุนขั้นต้น : 400,000 บาท
ค่าเช่าต่อเดือน : 30,000 บาท
รายได้ต่อวัน : 4,000-5,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : 6 เดือน
ทำเลที่ตั้ง : เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ แหล่งชอปปิงในเมือง
กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียน นักศึกษา
จำนวนพนักงาน : 1 คน