Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2002-02-06

แฟรนไชส์ลงทุนน้อย จากสิงคโปร์

จุดที่น่าสนใจของแฟรนไชส์นี้คือ สามารถ "ผ่อนชำระ" ค่าใช้จ่ายต่างๆ กับบริษัทแม่ได้หากผู้ประกอบการต้องใช้เงินเพื่อหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ

ทั้งนี้ ราคาค่าเล่าเรียนของหลักสูตรเด็กเล็กจะอยู่ที่ 1,100 บาทต่อเดือน โดยหนึ่งเดือนเรียน 4 ครั้งๆ ละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ส่วนเด็กโตตั้งแต่ประถม 4 ขึ้นไปที่เรียนในหลักสูตรต่อมาจะเสีย 5,200 บาทต่อ 4 เดือน เรียน 16 ครั้งๆ ละ 2 ชั่วโมง

"เราต้องเทสต์เด็กก่อนให้เรียนหลักสูตรซาคาโมโต้ เพราะแม้เด็กจะอยู่ในชั้นเดียวกัน อาจจะมีความเข้าใจที่ต่างกันได้ ดังนั้นเราจึงจัดระบบใหม่เพื่อให้เรียนรู้ได้พร้อมๆ กัน และเราเน้นที่คุณภาพการเรียนการสอนเป็นสำคัญ ครูหนึ่งคนจะสอนเด็ก 5-7 คน ต่อชั้นเรียนเท่านั้น"

สำหรับความช่วยเหลือ ที่ผู้รับสิทธิจะได้รับจากเอ็ดดูเคชั่น เน็ทเวิร์คนั้น นอกจากการใช้ชื่อหลักสูตร และเครื่องหมายการค้า และการฝึกอบรมความรู้ในตัวหลักสูตร ทักษะในการสอน และการบริหารงานด้านต่างๆ แล้ว ผู้รับสิทธิยังจะได้รับความช่วยเหลือ ทางด้านการตลาด และการทำประชาสัมพันธ์ให้เสร็จสรรพ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้ "ง่าย" ต่อการดำเนินธุรกิจ

"บริษัทจะทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์รวมให้กับแฟรนไชซีทุกรายอย่างต่อเนื่อง เราเคยจัดกิจกรรมร่วมกับเอไอเอส นำมาสมาชิกของเอไอเอสมาเรียน หรือสมาชิกของแมคโดนัลด์ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับเรา หรือห้างดังๆ อย่างเซ็นทรัลและโรบินสันก็ใช้สิทธิสมาชิก มาเป็นส่วนลดหรือมารับของพรีเมียมเมื่อพาบุตรหลานมาเรียนกับเรา" "อำนวย" กล่าว

นอกจากนี้ทางบริษัทยังจะคอยติดตามการดำเนินการ ให้คำแนะนำในการสอนและการบริหาร การทำบัญชี การเก็บข้อมูลทางการตลาด การพัฒนาสินค้า และวิจัยตลาดอย่างสม่ำเสมอ และการให้นโยบายต่างๆ ที่สำคัญในการบริหารงาน

ส่วนครูผู้สอนนั้น ทางแฟรนไชซีจะต้องเป็นผู้จัดหาครูสอนเอง แต่ทางบริษัทกำหนดคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาสอนไว้ว่าต้องมีความเชี่ยวชาญ ทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะ และจบมาทางด้านนี้โดยตรง

"เพื่อควบคุมมาตรฐานการสอน ครูต้องจบทางด้านครุศาสตร์สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สาขาคณิตศาสตร์ หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์โดยตรง โดยบริษัทจะเทรนให้ก่อนสอนจริง

หลักสูตรแรกเทรนสองวัน หลักสูตรต่อมาเทรนสามวัน แต่หากทางศูนย์หาครูไม่ได้ ทางบริษัทจะจัดหาครูให้ ซึ่งเป็นครูที่ผ่านการอมรม และคอยฝึกสอนอยู่แล้วที่บริษัท" "อำนวย" กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนหนึ่งๆ ควรมีนักเรียน ตั้งแต่ 20-30 คนขึ้นไป เพราะ "จุดคุ้มทุน" คือนักเรียน 20 คนต่อเดือน

"ถ้าเกินกว่านี้ก็กำไร บางศูนย์เป็นโรงเรียนกวดวิชาอยู่แล้วไม่ต้องลงทุนอะไรมาก นักเรียนแค่ 10 คน ก็สบายๆ แล้ว แต่หากลงทุนในสถานที่และการตบแต่งมากก็ต้องหานักเรียนให้ได้มากๆ เกิน 30 คน" ทั้งนี้ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ราวๆ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน แต่ศูนย์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ก็อาจคืนทุนได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน

"อย่างที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว แค่ 2 เดือนก็คืนทุนแล้ว เพราะมีนักเรียนถึง 200 คนต่อเดือน ที่ประสบความสำเร็จเพราะเขาทำการตลาดเองด้วย โดยไม่รอความช่วยเหลือจากเราฝ่ายเดียว ทางเจ้าของศูนย์ลงมาดูแลต้อนรับเอง จำชื่อนักเรียนและผู้ปกครองได้หมด สามารถสื่อสารได้อย่างดี และจัดตารางการเรียนดี"

เขาให้ความเห็นไว้ว่าธุรกิจการศึกษานั้น ยังคงเติบโตได้เรื่อยๆ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นเหมือนปัจจัย ที่ 5 ในชีวิต เพราะทุกคนต้องเล่าเรียน อย่างไรก็ตาม หากจะทำธุรกิจนี้โดยไม่ต้องแข่งขันมาก ก็ควรจะทำในสิ่งที่ "แตกต่าง" และมี "เอกลักษณ์"

"วิชาคณิตศาสตร์นั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนที่เก่งๆ มาเป็นติวเตอร์ได้ คิดหลักสูตรเองได้ และเป็นหลักสูตร ที่ไม่ซ้ำใคร ก็เปิดโรงเรียนกวดวิชาได้ แต่ถ้าคิดหลักสูตรเองไม่ได้ สร้างความแตกต่างไม่ได้ ก็น่าจะลองพิจารณา หลักสูตร จากต่างประเทศดู และเลือกซื้อแฟรนไชส์จะดีกว่า เพราะหากเป็นหลักสูตรทั่วไป ใครๆ ก็เปิดได้ การแข่งขันจะสูง เพราะสามารถทดแทนกันได้ ไม่ได้เรียนที่นี่ไปเรียนที่อื่นก็เหมือนกัน" "อำนวย" กล่าว

แต่ผู้ที่สนใจที่จะทำแฟรนไชส์ด้านนี้ต้องยอมรับว่า การเรียนการสอนนั้น ไม่ได้ทำกำไรมากเหมือนบางธุรกิจ อย่างแฟชั่นหรือไฮเทค และคนที่จะเปิดโรงเรียนได้ ต้องมีใจรักในการศึกษา รับผิดชอบต่อเด็กจริงๆ เพราะจะต้องเกี่ยวข้องกับนักเรียน และผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง

"เราจะต้องเจอเค้าทุกวัน ดังนั้น ต้องรับผิดชอบความรู้สึก ของคนเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ไม่เหมือนกับการขายขาด อย่างสินค้าอื่นๆ"


* ที่มาของรูป : www.sagamoto.net