Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2002-02-25

แฟรนไชส์อ่านเร็ว ธุรกิจที่ทำได้ด้วยคนๆเดียว

"ปัญหาของผม คือ อ่านหนังสือ ภาษาอังกฤษ ไม่เคยจบ หรือกว่าจะอ่านจบ ก็ต้องใช้เวลานาน เพราะการใช้ภาษาอังกฤษ ยังขาดประสิทธิภาพ แม้จะรู้ศัพท์มากพอ มาเข้าใจเอาตอนหลังว่า การอ่านเร็วทำได้ จากการฝึกฝน ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องมีศาสตร์มารองรับ"

ลิขิต เขมะปานนท์ ผู้อำนวยการ Improved Reading Centre (Thailand) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองสนใจหลักสูตรฝึกอ่านเร็ว จนกระทั่งผันตนเอง มาสู่การทำธุรกิจ เปิดสอนหลักสูตร "Advanced Reading Skills" ขึ้น

ศาสตร์ของการอ่าน หมายถึง ความเร็วในการใช้สายตา ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถ ในการแปลงสัญญาณ ของสมองจากภาพที่เห็น รวมถึงวิธีการคาดเดา ศัพท์ภาษาอังกฤษ วิธีการฝึกฝน เพื่อให้ไปถึงจุดที่ต้องการ

ลิขิตบอกว่า โดยปกติคนเรา จะมีความเร็ว ของสายตา หรือสามารถอ่านได้ 500-800 คำต่อนาที แต่ถ้าได้รับการฝึกฝน จะสามารถพัฒนา ให้เร็วขึ้น ประมาณ 3 เท่าตัว หรือศักยภาพสูงสุด ของการอ่าน จะมีถึง 3 หมื่นคำภายใน 1 นาที เรียกว่าเร็ว จนแทบไม่รู้สึกตัว หรือเราใช้ประสิทธิภาพ ในการอ่านให้เต็มที่ได้

ศาสตร์การอ่านเร็ว เกิดขึ้นโดยความบังเอิญ จากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกองทัพอากาศ ของอังกฤษ มีปัญหานักบิน ขาดความชำนาญ ในการบิน จนยิงพวกเดียวกันเอง จึงนำไปสู่ การหาแนวทาง แก้ไขปัญหา โดยดอกเตอร์สแตนซ์ รอดเจอร์ส (Dr.Stanz Rodgers) ซึ่งเป็นทหารอากาศ ของอังกฤษ ได้ศึกษาและวิจัย เรื่องการทำงาน ของสายตา กับสมอง พบว่า เมื่อสายตา รับภาพผ่านแสง ก็จะส่งไปที่สมอง เพื่อแปลงสัญญาณ จากจุดนี้ทำให้ทราบว่า การทำงานของสายตา และสมอง มีการทำงาน สัมพันธ์กัน

เมื่อวิจัยลงลึกต่อไปอีก ก็ปรากฏว่า ความเร็ว ของสายตาสูงสุด จะเท่ากับเศษ 1 ส่วน 500 คำต่อวินาที หรือเราสามารถ จะเห็นคำนั้นๆ ได้ภายในเสี้ยววินาที ดังนั้นถ้าใน 1 วินาที เราเห็น 500 คำ ใน 60 วินาทีเราจะเห็นถึง 30,000 คำ ความจริงที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า คนสามารถพัฒนาการอ่าน ให้เร็วขึ้นได้ หลายเท่าตัว

ในปี 1965 รอดเจอร์ จึงได้พัฒนา หลักสูตรฝึกฝน ความเร็ว ของสายตา ในการอ่านขึ้น ที่ประเทศออสเตรเลีย และพัฒนาต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน

โดยนอกจากจะฝึก ให้อ่านเร็วขึ้นแล้ว หลักสูตรนี้ยังช่วย ให้ผู้อ่าน มีความเข้าใจ ได้มากขึ้น มีความจำในการอ่านมากขึ้นด้วย

"เขาเห็นว่า ปัญหาของคนทั่วโลก ก็คือไม่สามารถ พัฒนาไปสู่ความจำ ในระยะยาวได้ คืออ่านไม่เท่าไรก็ลืม จึงเริ่มทำวิจัย ทฤษฎีความจำ ได้ข้อสรุปว่า คนเราสามารถจำได้ ระยะยาวและตลอดไป เพียงแต่ต้องอาศัยวิธีการ เขาจึงนำแนวคิดนี้ มาเผยแพร่ว่า "สามารถพิชิตอุปสรรคได้แล้ว"

เทคนิคของการอ่านเร็ว เข้าใจได้มากขึ้นนี้ ก็คือ การเคลื่อนสายตา แทนการอ่านเป็นคำ เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ในเนื้อหาโดยรวม แทนที่จะใช้เพียง ความจำอย่างเดียว

"ทฤษฎีความจำ บอกไว้ว่า ถ้าเราอ่านทีละคำ เมื่อมาเจอคำ ที่ไม่สามารถ สื่อความหมายได้ ก็จะนำไปสู่ ความจำระยะสั้น ซึ่งก็จะลืมเร็ว ถ้าความจำเท่ากับ 5 บวกลบ 2 หมายความว่า หากเราอารมณ์ดี ความจำ ก็จะเท่ากับ 5+2 คือจะจำได้เท่ากับ 7 แต่ถ้าอารมณ์เสีย เราจะจำได้เป็น 5-2 เท่ากับ 3 ก็จะลืมไปเลย ในเสี้ยววินาที ดังนั้นถ้าอ่าน ไม่ปะติดปะต่อ ก็จะลืม หรือมัวอ่านเป็นคำ จะลืมง่าย"

หลักสูตร Advanced Reading Skills นี้จึงเกิดขึ้นมากว่า 30 ปี และเผยแพร่ไป ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง โดยมีคนกว่า 2 ล้านคน ที่มีโอกาสเข้าฝึกอบรม ในหลักสูตรดังกล่าว ส่วนในเมืองไทย ธุรกิจนี้เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2543 ที่ผ่านมา

"ตอนนั้นสถานทูตออสเตรเลีย ประกาศรับผู้ที่สนใจ ทำแฟรนไชส์นี้ ผมสนใจ ก็ไปคุยกับเขา คุยกันแค่ครึ่งชั่วโมง ก็รู้ว่าใช่สิ่งที่เราต้องการ ตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ที่มาประเทศไทย เพราะเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลัก แฟรนไชส์ของเขา จะขยายไปยังประเทศ ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลัก แต่ผมเองอยากทำ เพราะรู้ว่าคนไทย อ่อนเรื่องคำศัพท์ การคาดเดา หรืออยากรู้ว่า จะอ่านอย่างไร ให้เหมือนเจ้าของภาษา"

ในขณะนี้ "ลิขิต" จึงได้เป็นตัวแทนแฟรนไชส์ ของบริษัทแม่ในไทย หลังจากเปิดสอน จนถึงขณะนี้ มีผู้เข้าอบรมแล้วกว่า 900 คน จากกว่า 10 สถาบัน ในหลากหลายกิจการ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย บริษัทไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ แอนด์ คูเปอร์ส บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร บริษัทอีริคสัน บลจ.วรรณ และยังได้รับการบรรจุ เป็นหลักสูตรการเรียน ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

เขากล่าวว่า ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ สามารถอ่านได้เร็วขึ้น ประมาณ 3 เท่าตัว หรือบางราย ก็สามารถพัฒนาการอ่าน ได้สูงกว่านั้น

"ยกตัวอย่างนิสิต ที่มหาวิทยาลัยมหิดลคนหนึ่ง เขาสามารถพัฒนาความเร็ว ความเข้าใจ และประสิทธิภาพ ในการอ่าน ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทดสอบครั้งแรก เขาสามารถอ่านได้ 826 คำต่อนาที ระดับความเข้าใจ 70 ทดสอบครั้งสุดท้าย เขาสามารถอ่านได้ถึง 1,980 คำ ที่ระดับความเข้าใจสูงถึง 90 ภายในระยะเวลา 2 วัน แสดงว่าการอ่านเร็ว มันฝึกกันได้ ซึ่งถ้าไม่มี 900 คนที่มาเรียนแล้ว ผมก็จะไม่กล้าพูด"

ผู้ที่สนใจในแฟรนไชส์นี้ จะมีค่าธรรมเนียม สำหรับค่าลิขสิทธิ์ ตั้งแต่ 3 หมื่น-1.25 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.3 ล้านบาท-5.6 ล้านบาท และจะต้องแบ่งรายได้อีก 10% ของรายได้ต่อเดือน

เงินลงทุนค่อนข้างสูง ด้วยเหตุที่เป็น แฟรนไชส์ข้ามชาติ แต่นอกจากนั้นแล้ว แฟรนไชส์ซี แทบจะไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายอะไรอีก ไม่ต้องมีสต็อกสินค้า ไม่ต้องลงทุน เรื่องสถานที่ แค่มีเครื่องมืออุปกรณ์ ก็สามารถไปสอนได้ทุกที่ เพราะใช้วิธีไปอบรมตามองค์กร ตามหน่วยงานต่างๆ เป็นหลัก โดยทางบริษัทแม่ จะจัดหาอุปกรณ์ให้ พร้อมกับอบรมให้ความรู้ แก่แฟรนไชส์ซี เพื่อนำไปสอน ไปถ่ายทอดอีกต่อหนึ่ง

"แฟรนไชส์นี้ง่าย เขาจะมีขั้นตอน บอกให้เสร็จ ว่าทำขั้นนี้ ขั้นนี้ ใครก็นำไปถ่ายทอดได้ แต่ถ้ามาเรียนกับผม จากประสบการณ์ของผม ก็อาจจะสอดแทรกนั่นนี่ด้วย"

หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 2 วัน ค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นบุคคลทั่วไป 8 พันบาท นักศึกษา 5 พันบาท ในการเรียนการสอนต่อครั้ง "ลิขิต" กล่าวว่า ควรจะมีผู้เรียน ประมาณ 20 คน

"ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะมีแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น โดยในเขตกรุงเทพฯ น่าจะมีสัก 5 แห่ง ขณะที่ในต่างจังหวัด น่าจะมีขึ้นในเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ พิษณุโลก โคราช นครปฐม" ลิขิตกล่าวและมองว่า ถ้าขยายสาขาออกไปอีก จะทำให้ค่าเล่าเรียน ปรับลดลงได้กว่านี้

ธุรกิจนี้คาดว่า จะสามารถคืนทุนได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับเป็นธุรกิจและศาสตร์แขนงใหม่ สำหรับผู้ที่มีใจรัก ด้านการให้ความรู้ และมีทุนหนาสักหน่อย

  • "อ่านเร็ว" ฝึกกันได้
  •