Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2002-06-24

เป็นเจ้าของร้านสเต็กด้วยเงินสองหมื่น

"จุดเริ่มของโมบายสเต็ก มาจากทางญาติๆ ของผม เค้าชอบทำสเต็ก ทานกัน ซึ่งเราก็มีฝีมือ ทางนี้ คิดค้นสูตรซอส กันเองทั้งหมด และเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ทางบ้านผม ก็ได้พัฒนา มาเปิดธุรกิจ ร้านสเต็กชื่อ ''คอร์สเต็ก'' (Core Stake) ก็เปิดไปทั้งหมด 7 สาขา ซึ่งมีทั้งทำเอง และขายแฟรนไชส์ แต่ละสาขา ก็ใช้เงินลงทุน เป็นล้าน เลย คิดว่าเราน่า จะทำอะไร ที่มันเล็กลงกว่านี้ เลยมาทำเป็น โมบายสเต็ก เมื่อเดือนที่แล้ว เพราะต้องการ ให้คนทั่วไป ได้รู้จักสเต็กเยอะขึ้น รองรับคน ที่อยากกินสเต็ก แต่ไม่กล้าเพราะมันแพง" เชิดเกียรติ มีจู เจ้าของไอเดีย เล่าถึงความเป็นมา “โมบายสเต็ก”

จึงถูกออกแบบ เป็นร้านสเต็กขนาดย่อม เพื่อเจาะลูกค้า ตลาดกลางถึงล่าง ซึ่งเป็นกลุ่ม ที่มองว่าสเต็ก เป็นอาหาร ที่แพงและหรู เสียจนไม่กล้า ลองทาน แต่โมบายสเต็ก จำหน่ายสเต็ก ในราคาประหยัด เริ่มต้นที่ 25-35 บาท “คอนเซ็ปท์หลัก ของโมบายสเต็ก คือ "สเต็กใกล้บ้านคุณ"

เนื่องจากปกติ ร้านสเต็ก จะต้องเป็นร้าน ขนาดใหญ่ ลงทุน หลายสิบล้าน และขายอยู่กับที่ แต่โมบายสเต็ก จะขายครอบคลุม ทุกพื้นที่ ซึ่งจะเข้ากับ แนวคิด สเต็กใกล้บ้าน” เขาเล่าว่า สำหรับโมบายสเต็ก นี้ได้เปิดตัวครั้งแรก ที่จังหวัดชลบุรี โดยออกงาน เทศกาลอาหาร ที่จัดโดยการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย มาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งก็ได้รับผล ตอบรับที่ดีมาก มีคนสนใจ จำนวนมาก "ต่อไปเราจะโฆษณา มากขึ้น อาจจะทำไดเร็กเซลส์ ไปถึงลูกค้า"

โดยแฟรนไชส์โมบายสเต็ก จะมีสองรูปแบบ คือ แบบเป็น "รถเข็น" และแบบ "บูธ" ส่วนเงินลงทุน ก็จะอยู่ที่ 20,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ที่เลือกและทำเลที่เปิด ซึ่งรวม ค่าธรรมเนียม แฟรนไชส์แล้ว “ที่กำหนดไว้ เป็นรถเข็น และบูธนั้น ก็เพื่อให้หาทำเล ได้ง่ายและ ใช้พื้นที่ไม่มาก โดยแบบบูธนั้น จะลงทุนสูงกว่า รถเข็นนิดหน่อย ถ้าลงทุน เป็นรถเข็นใหม่ ทั้งคัน ก็ลงทุนประมาณ 30,000-35,000 บาท ถ้าลงทุน เป็นบูธ ที่ต้องมีโครงสร้าง ด้วยก็จะลงทุน ประมาณ 50,000 บาท แต่ถ้ามีรถเข็นเดิมอยู่แล้ว แค่ตกแต่งเพิ่มป้าย เล็กน้อยก็ลงทุน ประมาณ 20,000-25,000 บาท และหากเป็นบูธ ตามฟู้ดเซ็นเตอร์ ที่มีโครงสร้างอยู่แล้ว ตกแต่งเพิ่มป้าย เล็กน้อย ก็ลงทุนประมาณ 30,000 บาท" เขาว่า

เขาบอกว่า รถเข็นนั้นจะเปิดขาย ตรงจุดไหนก็ได้ อย่างเช่นตลาดนัด หรือโต้รุ่ง ส่วนบูธจะมีพื้นที่ ที่แน่นอนกว่า โดยจะเปิดตามห้าง สวนสาธารณะ หรือตามฟู้ดเซ็นเตอร์ "หรือจะเปิดร้านริมทะเลก็ยังได้” สิ่งที่ผู้ลงทุน จะได้รับจาก การมาเป็นเจ้าของ โมบายสเต็ก ก็คือ ค่าใช้จ่ายในการจัดหา รถเข็นหรือบูธ การถ่ายทอด วิธีการปรุงสเต็ก เพื่อให้ได้มาตรฐาน เดียวกัน การจัดส่งซอสสเต็ก สำเร็จรูปให้ ฝึกอบรม และช่วยเปิดร้าน ในวันแรก ค่าอุปกรณ์ ในการประกอบธุรกิจ ทั้งหมด และค่าอนุญาต ให้ใช้สิทธิ์ ชื่อโมบายสเต็ก แต่ไม่รวม ค่าสถานที่ และเงินประกันความเสียหาย 3,000 บาท ซึ่งจะคืนให้ เมื่อเลิกกิจการ หรือสิ้นสุดสัญญา โดยที่ผู้ลงทุน ต้องไม่ทำผิดสัญญา

"ปกติเราจะเรียกเก็บ ค่าแฟรนไชส์ 10,000 บาทต่อรถเข็นหนึ่งคัน หรือ 1 บูธ ซึ่งค่าแฟรนไชส์นี้ ก็จะรวมอยู่ในงบ การลงทุน ที่เราประมาณ การให้แล้ว จริงๆ แล้วไม่น่าจะ ถือว่าเป็นค่าแฟรนไชส์ น่าจะเรียกว่า เป็นค่าฝึกอบรม และถ่ายทอด วิธีการปรุงสเต็ก มากกว่า เพราะผู้ที่มาลงทุน ส่วนใหญ่ มักจะไม่มีความรู้ เรื่องนี้มาก่อน เราก็จะสอนให้ทุกอย่าง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย” เชิดเกียรติ กล่าว

"เรามีการแบ่งเขต การขายอย่างแน่นอน ไม่ซ้อนพื้นที่กัน เช่นเจ้าแรก เปิดไปแล้ว เจ้าต่อไป ห้ามเปิดทับเส้นทางกัน ในระยะ 10 กิโลเมตร หรือ ถ้ายังไม่มีทำเล ให้เราช่วยหา ให้ก็ได้ โดยในช่วงแรกนี้ เราจะทำเฉพาะ ในกรุงเทพฯ ก่อน จะได้ตรวจสอบคุณภาพ ได้ง่าย และเราก็มีคน ทำงานตรงนี้แค่ 5 คน เลยยังไม่เปิดรับ ในต่างจังหวัด แต่ต่อไป

หากมีคน ในต่างจังหวัด สนใจ เราอาจจะเปิดรับ เป็น sub-dealer รับไป ทั้งภูมิภาคก็ได้ ช่วงแรก เราจะรับน้อยๆ ก่อน อาจจะประมาณ 20 รายทั้ง แบบรถเข็น และบูธ แล้วประเมินผล ค่อยๆ ปรับเปลี่ยน เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ตามกำลัง ใครติดต่อ มาก่อนเราก็พิจารณา ให้สิทธิ์ก่อน" และที่พิเศษ กว่าแฟรนไชส์ทั่วๆ ไป ก็คือ ไม่มีการหักยอดขายหรือ "รอยัลตี้ฟี" แต่อย่างใด

"ยอดขายนั้น เราไม่หักเลย จริงๆ เราต้องการ ขายซอส ของเราอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งราคา ที่ขาย ก็ไม่แพง 40-110 บาทต่อสองกิโลเท่านั้น คือ เราอยาก ให้ผู้ลงทุน มีธุรกิจ เป็นของตนเอง เราไม่ได้ต้องการ ส่วนแบ่ง เราต้องการปริมาณ การขายซอสมากกว่า

อีกอย่างราคา ที่ขายก็นับว่าต่ำอยู่แล้ว ถ้าขืนเราหักเปอร์เซ็นต์ เค้าก็ไม่ได้อะไรเลย ส่วนยอดขาย ต่อวัน ก็แล้วแต่ ทำเล แต่จากที่เรา ทดสอบตลาดแล้ว รายได้ต่อเดือน ก็ประมาณ 12,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล และระยะเวลา ในการเปิดขาย และจุดคุ้มทุน จะอยู่ที่ประมาณ 2-4 เดือน แต่ถ้าขายดีมากๆ แค่เดือนเดียว ก็คุ้มทุนแล้ว"

เขาบอกว่า "จุดเด่น" ของโมบายสเต็ก คือ แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทำให้ไม่มีคู่แข่ง ในตลาดหรือมีก็น้อย เพราะสเต็กมีคน รู้จักวิธีการ ทำให้อร่อยน้อย ไม่เหมือนก๋วยเตี๋ยว ที่ใครคิดจะทำ ก็ทำได้ ทั้งยังลอกเลียนแบบ ได้ยาก เพราะซอสผลิต และจัดส่ง โดยส่วนกลางเท่านั้น ไม่เพียงแต่เลียนแบบ ได้ยากเท่านั้น สเต็กติดดิน เจ้านี้ยัง มีราคาถูก ทันสมัย มาตรฐานเดียวกัน ลงทุนต่ำ ได้ทุนคืนเร็ว

"ถ้าเป็นแฟรนไชส์อื่น ก็เสียค่ากินเปล่าไปแล้ว 30,000 ส่วนอุปกรณ์ ก็ต้องหาเองอีกด้วย" ที่ว่าราคาถูกนั้น ... อยากรู้ว่าถูกแค่ไหน ก็ลองถาม "เชิดเกียรติ" ได้ "ตอนนี้ที่เรามี ก็คือ สเต็กหมูราคา 25-35 บาท ไก่ 25-35 บาท พอร์คช้อป 50-55 บาท ปลาอินทรี 50-55 บาท ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว 25-30 บาท ข้าวเทอริยากิ 25-30 บาท สลัดผัก 15-20 บาท และสลัดไข่ 20-25 บาท

โดยมีซอส ให้เลือกสองแบบ คือ เปปเปอร์ซอส กับเกรวี่ซอส และถ้าจะขายอย่างอื่น ก็ต้องขอเราก่อน เป็นรายๆ ไป เราไม่ให้เอาอะไร มาขายเพิ่ม ที่ร้านโดย ไม่ได้รับอนุญาต และไม่ยอม ให้มีการ ปรับเปลี่ยนสูตรสเต็กด้วย" ส่วนมาตรฐาน และความสะอาดนั้น เขาบอกว่า ใช้มาตรฐาน เหมือนกับร้าน คอร์สเต็กที่ทำอยู่ แต่ก็ต้องปรับ ให้ลงมานิดหนึ่ง เพราะว่ากลุ่มตลาด ของโมบายสเต็ก คือ กลุ่มกลางถึงล่าง ราคา ก็ต้องถูกกว่า ขณะที่ร้านคอร์สเต็กนั้น จะเป็นระดับกลาง ถึงบน แต่ทั้งนี้วัตถุดิบ ก็มาจากแหล่งเดียวกัน

"ตอนนี้ร้านสเต็ก ก็ยังทำอยู่ ก็ทำสองอย่างไปพร้อมๆ กัน แต่ว่าเราเน้น โมบายสเต็ก มากกว่า ที่ใช้คนละชื่อ ก็เพราะว่าลูกค้า เป็นคนละกลุ่ม ส่วนการบริหาร เราก็แยกกัน อย่างชัดเจน" เขาบอก ไม่เพียงเท่านั้น โมบายสเต็ก มีการ รับประกัน คืนเงินให้ นี่เป็น " เงื่อนไขพิเศษ " ที่ทางโมบายสเต็ก เสนอให้

เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจ ในธุรกิจเหมือน กับที่เขามั่นใจ และกล้าที่จะรับประกัน "เชิดเกียรติ" บอกว่า ถ้าขายไม่ดี ในช่วงแรก เราจะแนะนำ ให้เปลี่ยนจุดขายก่อน แต่ถ้าไม่ไหวจริง ทางเราก็จะรับซื้อคืน แต่จะคืน เฉพาะค่าของกับค่ารถเข็น หรือบูธ โดยคิดตาม สภาพสูงสุด ไม่เกิน 70% ตามมูลค่าของ แต่เราจะไม่รับผิดชอบ ของสดทั้งหมด แต่ต้องไม่เกินสามเดือน ท้ายสุด

เขาฝากถึงคน ที่สนใจเป็นเจ้าของ ร้านสเต็กเคลื่อนที่นี้ว่า คุณสมบัติ ของผู้ลงทุน ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงขอให้มีเงินลงทุน และตัวเจ้าของ หรือคนใกล้ชิด เป็นคน ดำเนิน กิจการเอง หรือสามารถทุ่มเวลา ให้กับการบริหาร อย่างเต็มที่ และมีความรัก ในอาชีพบริการ

"คนที่คิด อยากทำการค้า อยากขายอะไร ที่ไม่เหมือนใคร แต่ไม่รู้จะทำอะไร หรือคนที่สนใจ ก็มาซื้อสิทธิ์ตรงนี้ได้ หรือเห็นว่า ขายก๋วยเตี๋ยว กันเยอะแล้ว ก็มาทำตรงนี้ได้ เพราะว่าเงิน ลงทุนต่ำ และราคาก็ใกล้เคียง กับอาหารจานเดียว โดย ที่ไม่จำเป็น ต้องมีความรู้ ด้านอาหารใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราจะ สอนทุกอย่าง ให้อยู่แล้ว"

เชิดเกียรติ กล่าว ด้วยคอนเซ็ปท์ที่ง่ายๆ (แต่ยังไม่มีใครคิดได้แบบนี้) และ ความแตกต่าง อย่างมีเอกลักษณ์ ของ "โมบายสเต็ก" เจ้านี้แล้ว รับรองได้เลยว่า ต่อไป คนไทย ต้องได้ลิ้มลอง สเต็กแบบ "ติดดินๆ" กันทั่วบ้านทั่วเมืองแน่

  • ทำไมต้องเหมือนใคร?
  •