Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2002-08-30

ThaiTicket Master.com รับ จองตั๋ว ทั่วราชอาณาจักร

คงไม่มีใครคาดคิดว่า...สักวันการ "จองตั๋ว" เพียงอย่างเดียว จะสามารถจับมาเป็นธุรกิจได้...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ผนวกธุรกิจ "Hi Touch" อย่างจุดจำหน่ายบัตร และธุรกิจจองบัตรแบบใหม่อัน "Hi Tech" ด้วย "e-Booking" มาไว้ด้วยกัน ในรอบปีสองปีนี้ เมืองไทยมีการแสดง ระดับโลกแวะเวียนเข้ามาให้ชมมากมาย โดยแต่ละงาน ล้วนมีคนเข้าชมนับหมื่นนับแสน... การรับจองบัตรของการแสดงเหล่านั้น ล้วนมีเบื้องหลังอย่าง "ThaiTicket Master.com" เป็นผู้ดูแล ภายใต้คอนเซ็ปท์ " Your ticket to great entertainment "...

งานแรกที่บริษัท “ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์” ประเดิมในการจัดจำหน่ายบัตร คือการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง บนลานหิมะครั้งยิ่งใหญ่ ดิสนีย์ ออน ไอซ์; เดอะ ลิทเติ้ล เมอร์เมด ที่จัดขึ้น ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี เมื่อสองปีที่แล้ว...นานพอๆ กับอายุของบริษัท แต่ตอนนั้นยังเป็น การซื้อตั๋วผ่านจุดจำหน่าย จากนั้นบริษัทจึงค่อยๆ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายบัตรผ่าน อี-คอมเมิร์ซ

"ดิสนีย์ ออน ไอซ์ เป็นงานใหญ่มาก มีถึง 18 รอบ รองรับคนดูถึง 180,000 คน แต่ว่าตอนนั้นบริษัทเรายังมีแค่ระบบการซื้อตั๋ว ผ่านจุดจำหน่ายอยู่ หลังจากนั้นเราก็มีงานใหญ่ๆ เข้ามาโดยตลอด" ผู้จัดการฝ่ายการขายและฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ดอทคอม "โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร" กล่าว

ThaiTicketMaster.com เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัทบีอีซี เทโร เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้ทำธุรกิจบันเทิงของไทย และบริษัทสามารถ คอปอเรชั่น ซึ่งทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีครบวงจร ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท นับเป็นการจับมือกันทำธุรกิจที่เหมาะเหม็ง เพราะทางบีอีซีเทโร ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดคอนเสิร์ต จะคอยชี้แนะด้านการให้บริการ และการตลาด ส่วนด้านระบบ อี-คอมเมิร์ซ และโนว์ฮาวต่างๆ ก็มีสามารถคอยสนับสนุนอยู่

บริการหลักของไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ดอทคอม คือ การจองและจำหน่ายบัตรผ่าน "จุดจำหน่าย" และบริการจองและจำหน่ายบัตรผ่านเวบไซต์ "www.thaiticketmaster.com" เพื่อไม่ทำให้ลูกค้า พลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของบัตรด้วย "ข้อจำกัด" ทางด้านเวลา ไม่เพียงแค่จำหน่ายบัตรเท่านั้น ทางบริษัทยังออกแบบ และผลิตบัตรแบบต่างๆ ให้เสร็จสรรพ ซึ่งบัตรแต่ละใบนั้นก็สวยงาม จนกลายเป็นของสะสมไปแล้ว

"เราเริ่มทำจากจุดจำหน่าย เพียงอย่างเดียวก่อน พอคนไทยใช้คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และธุรกรรมจาก อี-คอมเมิร์ซ ก็มีมากขึ้น เราจึงเริ่มเปิดเวบไซต์เพื่อทำ อี-คอมเมิร์ซ เป็นช่องทางเสริม"

การเปิดตัวเวบไซต์มีขึ้นในปี 2544 และการจองบัตรออนไลน์ครั้งแรก ก็คือ คอนเสิร์ต Bakery the Concert ซึ่งหลังจากนั้น บริษัทก็ทำธุรกิจออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ... จนตอนนี้ ThaiTicketMaster.com เป็นผู้ที่จำหน่ายบัตรการแสดงมากที่สุด ในไทยแล้ว

"เราไม่ใช่เจ้าแรกที่รับจองบัตร เจ้าอื่นๆ ก็มี อย่างธุรกิจสายการบิน ธุรกิจบันเทิง เพียงแต่เราเป็นเจ้าแรกที่นำ e-Booking เข้ามาในเมืองไทย ส่วนที่ต่างประเทศนั้นมีระบบ e-Booking ประมาณ 2-3 ปีก่อนหน้าที่เวบไซต์จะเปิดตัว ซึ่งเท่ากับว่าไทยไม่ได้ช้ากว่ามากนัก" เขากล่าว

ล่าสุดที่ Thaiticketmaster จำหน่ายบัตรไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็เช่น วัน แมน โชว์ โดยพิง ลำพระเพลิง, One 2 Call Blue All Rise Live Freedom Concert, คอนเสิร์ต10 ปีเอ็กแซ็กท์, The Return of J Jetrin, คอนเสิร์ต Rock Phenomenal โดยกิตติ กีตาร์ปืน, WAR for Life Concert โดย P.O.P. และ GROOVE RIDERs ฯลฯ

"โชคชัย" เล่าต่อไปว่า...ไม่เพียงแต่การซื้อบัตรผ่านจุดขาย และผ่านเวบไซต์เท่านั้น อีกช่องทางหนึ่งคือ การซื้อผ่านโทรศัพท์ ที่เป็นวิธีการมีไว้ สำหรับผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัด และไม่สะดวก เข้ามาซื้อที่กรุงเทพ แต่ปัจจุบัน ยังไม่ได้ทำคอลล์ เซ็นเตอร์ อย่างเต็มรูปแบบ

"จุดจำหน่ายของเรามีเยอะ แต่คอลล์ เซ็นเตอร์ ยังมีอยู่น้อยมาก เพราะเรายังไม่ได้เปิดเต็มระบบ"

สำหรับขั้นตอนการซื้อบัตรผ่าน www.thaiticketmaster.com นั้นก็ไม่ยุ่งยาก โดยก่อนอื่นต้องเข้าไป สมัครเป็นสมาชิกก่อน ซึ่งจะได้รับ id และ password เพื่อเข้าไปทำรายการ หากจะซื้อบัตรก็ต้องชำระเงิน โดยบัตรเครดิต ได้แก่บัตรวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งการชำระเงินนี้ มีความปลอดภัยสูงทัดเทียมกับสากล

“แล้วเราจะส่ง อี-เมล์ เพื่อคอนเฟิร์มการสั่งซื้อ และผู้ซื้อต้องมารับบัตรภายใน 4 วันที่จุดจำหน่ายบัตร ความรับผิดชอบในด้าน อี-คอมเมิร์ซ ทั้งหมดอยู่ที่ธนาคาร ไม่ได้อยู่ที่เรา เมื่อลูกค้าป้อนข้อมูลมาให้เรา เราก็จะส่งข้อมูลนั้น ผ่านไปยังธนาคารเลย ลูกค้าจะได้ทำรายการ กับทางธนาคารโดยตรง ซึ่งก็คือธนาคารกรุงเทพ โดยเราไม่มีโอกาส ได้เปิดข้อมูลด้วยซ้ำ เพราะเราใช้ระบบ payment SSL ซึ่งเป็นระบบสากล ที่ไหนๆ ก็ใช้ระบบนี้ จึงเชื่อได้ว่าความปลอดภัย ของเราเป็นมาตรฐานสากล”

หลังจากจองซื้อตั๋วแล้ว ผู้สั่งซื้อผ่านเวบจะต้องมารับบัตรเอง โดยต้องนำหลักฐานมาแสดงด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางของผู้สั่งซื้อ ที่มีลายเซ็นเจ้าของบัตรรับรองสำเนาถูกต้อง, สำเนาบัตรเครดิต ที่มีลายเซ็น ผู้ถือบัตรรับรองสำเนาถูกต้อง

สำหรับภายในเวบไซต์ นอกจากจะเปิดจำหน่ายบัตรแล้ว ยังมีรายงานข่าวการแสดง และสาระบันเทิงต่างๆ พร้อมข้อมูลการแสดงต่างๆ และ บริการผลิตแบนเนอร์โฆษณาบนเวบไซต์อีกด้วย

"เราเคยจัดงานระดับสากลด้วย มีคอนเสิร์ตของนักร้องดังๆ อย่าง รอบบี วิลเลียม, เพท ช้อป บอยส์ และพิงค์ ฟลอยด์ ที่มาเล่นในเมืองไทย บางคนอยู่ต่างประเทศแต่จองตั๋ว มาดูที่เมืองไทย ดูเสร็จแล้วก็กลับก็มี อย่างคอนเสิร์ตของโรเจอร์ เราก็ไปเปิดจุดขายบัตรที่สิงคโปร์ด้วย" "โชคชัย" เล่า

โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการซื้อผ่านเวบจะมีประมาณ 10-15% ของการซื้อทั้งหมด “อย่างล่าสุดคอนเสิร์ต เดอะ รีเทิร์น ออฟ เจ เจตริน มีคนเข้ามาซื้อผ่านเวบถึง 20-30% เพราะคนเข้ามาเพื่อซื้อบัตรจริงๆ เราเอาของ ที่ไม่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดมาขาย”

“โชคชัย” เล่าต่อไปว่า ถ้าหากเป็นการจองบัตรผ่านจุดจำหน่ายบัตรทั่วไปนั้นก็ง่ายหน่อย จุดจำหน่ายบัตร ของไทยทิคเก็ตมาสเตอร์นั้น มีที่เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลบางนา และที่เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งเมื่อเดินเข้าไป พนักงานก็จะแนะนำให้เลือกที่นั่ง เมื่อเลือกได้แล้ว ก็จ่ายเงินและรับบัตร เป็นอันเรียบร้อย

“ปีที่แล้วเราจัดทั้งหมด 26 งาน บัตรประมาณ 7 แสนใบ สำหรับปีนี้ผ่านไปแค่ 7 เดือน เราจัดไปแล้ว 41 งาน เดือนหนึ่งๆ เฉลี่ย 7-8 งาน บัตรทั้งปีนี้ก็น่าจะเกินล้านใบ กีฬาก็มีเหมือนกัน งานแรกที่เราทำ ก็คือ ครั้งที่ลิเวอร์พูลมาเยือนไทย ต่อมาก็บาร์เซโลน่า เป็นฟุตบอลจากสโมสรต่างประเทศทั้งนั้น ประมาณ 4 งานแล้ว เราเน้นงานทางด้านบันเทิง การแสดง กีฬา คือการแสดงหรือ งานอะไรก็ตามทางด้านเอนเตอร์เทนเมนท์ เพราะเรามองเห็นว่าธุรกิจ ด้านบันเทิงยังไปได้อีกไกล และตลาดก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่อไปเราอาจจะขยาย ไปยังธุรกิจอื่นๆ ด้วย”

เขาบอกว่าตอนนี้ 3 ช่องทางของ ThaiTicketMaster ก็ถือว่าค่อนข้างครบวงจรแล้ว ต่อไปคงจะขยายจุดจำหน่าย ไปตามมุมเมืองต่างๆ โดยเน้นที่ห้างเซ็นทรัลก่อนเพราะว่า เป็นพันธมิตรกัน ซึ่งจะเป็นลักษณะการ ไปเปิดจุดจำหน่ายแบบ “ชั่วคราว”

“อย่างการแสดงเซี่ยงไฮ้โชว์เรา ก็ไปเปิดจุดจำหน่ายที่โคราช สุราษฎร์ และหาดใหญ่ด้วย ส่งพนักงานไปขาย เพราะว่ามันมีดีมานด์ เราก็จัดเตรียมให้ แต่จะให้มีสาขา ในต่างจังหวัดคงยัง เพราะว่าอินเทอร์เน็ต ก็ไปได้ถึงอยู่แล้ว หรือไม่อย่างนั้น ก็โทรมาซื้อกับคอลล์ เซ็นเตอร์ของเรา โอนเงินเข้าบัญชี ก็จะสะดวกทั้งเราและทั้งลูกค้า”

ส่วนการหาลูกค้า ที่เป็นผู้จัดงานนั้น เขาเล่าว่าต้องติดต่อไปกับทางผู้จัดงานว่าให้ ThaiTicketMaster.com เป็นตัวกลางในการผลิตและจำหน่ายบัตรให้

“ก็มีที่เค้าติดต่อเรามาก่อนบ้าง แต่ยังมีน้อย ไม่ถึง 10% ซึ่งจริงๆ บริษัทเราไม่เพียงแต่เป็น ticket agency เท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย เราจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดงานทุกอย่าง”

ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้มีพนักงาน 40 กว่าคน โดยแบ่งเป็นฝ่ายโปรแกรมเมอร์ ฝ่ายอาร์แอนด์ดี ฝ่ายบัญชี ฝ่ายเซลล์ และฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเขาบอกว่าในอนาคตจะเพิ่มฝ่าย customer service เข้าไปด้วยเพื่อให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น โดยรายได้ของบริษัทก็มาจากเปอร์เซ็นต์ของการจำหน่ายบัตรนั่นเอง

“ส่วนคู่แข่ง ก็คือ เวบไซต์ที่มีการจำหน่ายเหมือนเรา อย่างเช่นเคาน์เตอร์เซอร์วิส เค้าก็ขายผ่านเวบไซต์เหมือนกัน เท่ากับประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลายในการซื้อ” เขากล่าว

เรื่อง ...กมลวรรณ มักการุณ

  • ดับเบิล เช็ค ปลอดภัย เมื่อซื้อตั๋วออนไลน์
  •