Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2003-02-28

ริเวอร์บาร์ คาเฟ่ กิน-ดื่มบรรยากาศ ร้านเหล้ายุคใหม่
บางคนอาจจะบอกว่า ความสำเร็จของเขาแค่เกิดจาก "กินเหล้าจนได้ดี"

แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้ว "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" เป็นผลงาน ของคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่ "เดิมพัน" อนาคตตัวเองด้วยเงินทอง เท่าที่พอจะหาได้ ทุ่มเทกำลังกาย ความตั้งใจ เพื่อสร้างร้านเหล้า อย่างที่พวกเขาฝัน

เป็นร้านเหล้าริมน้ำ ขายบรรยากาศดีๆ ดนตรีเพราะๆ.......

วันนี้ "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" เป็นที่รู้จักทั้งใน และต่างประเทศและนำไปสู่การเปิด “ลาบแจ๊ส” ร้านแห่งที่สอง ที่กำลังมาแรงไม่แพ้กัน

"พวกผมกินเหล้ากัน ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เพาะช่าง ตกเย็นก็ไปกันแถวท่าเตียน กินเหล้ากันประจำ เราประทับใจแม่น้ำกันทุกคน แม้ว่าทีหลังจะแยกย้าย กันไปทำงานที่ต่างๆ ก็ยังหาโอกาสกินเหล้าริมน้ำอยู่เรื่อย ก็พยายามที่จะมีร้านของเราเอง อยู่ริมน้ำให้ได้ จนมาได้ที่ดินผืนนี้”

"เกรียงไกร โรจนพรพันธุ์" เล่าถึงการเริ่มธุรกิจร้านเหล้า ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เน้นบรรยากาศริมน้ำ ตามความชอบของเจ้าของ

การได้สถานที่ตั้ง "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" คาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีมุมมองสะพานกรุงธนบุรี สวยสงบในตอนค่ำมาจากทั้ง ความพยายามและโชค

สมาชิกในกลุ่ม ใช้เวลาเช่าเรือล่องแม่น้ำ เพื่อสำรวจสถานที่เป็นเวลานาน จนพบกับที่แห่งนี้ "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" จึงเริ่มขึ้น โดยการระดมทุนของสมาชิกเพื่อนพ้อง ในกลุ่มที่มีอยู่ประมาณ 20 คน

การถือหุ้นของที่นี่จะขึ้นอยู่กับ กำลังของแต่ละคน วงเงินจึงมีความแตกต่าง ตั้งแต่ระดับเงินหมื่น เงินแสน และเงินล้าน บางคนมีเอง และบางคนต้องหยิบยืมจากทางบ้าน

"ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ร้าง ทำให้ต้องลงทุนมากตั้งแต่ถมที่ สร้างตลิ่งคอนกรีต สารพัด จนเมื่อร้านเสร็จ เราลงทุนไปเกือบ 15 ล้านบาท มันเยอะมาก สำหรับพวกเรา ที่ไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนเลย และอายุก็ไม่มาก คือ ตอนเปิดร้านยังไม่ถึงสามสิบปีกัน

อย่างผมก่อนหน้านั้น ก็ทำกิจการดำน้ำเล็ก อยู่ทางใต้ เพื่อนๆ ก็ตามกลับมา การลงทุนคราวนี้เป็นการเดิมพันสูง เพราะถ้าไม่สำเร็จพวกเราก็ไม่เหลืออะไร”

ก่อนเปิดร้าน เกรียงไกรบอกว่า ทุกคนเครียดกันมาก เพราะไม่รู้ว่าผลจะออกมายังไง

"แต่พอวันเปิดร้าน มีแขกมาแน่นมาก ตอนนั้นพวกเรากอดคอกันร้องไห้ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก”

นอกจากจะได้บรรยากาศริมน้ำแล้ว พวกเขายังได้ใช้ความรู้ทางศิลปะ ที่มีอยู่มาช่วยสถาปนิก ในการออกแบบสถานที่ ให้เป็นศิลปะร่วมสมัย และใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง โมเดิร์นสตีลให้เป็นอาคาร ที่ดูเป็นมิตรและกลมกลืน กับบรรยากาศของแม่น้ำ ผนังอาคารกระจกจากพื้น จรดเพดานเปิดมุมมองแม่น้ำทุกจุด ส่วนหลังคาโค้ง ให้ความรู้สึกถึงท้องเรือ และลานไม้ภายนอกอาคาร ให้บรรยากาศของความเป็นบ้าน

ส่วนการจัดการงานใน "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" จะเป็นการนำเอาประสบการณ์ ของแต่ละคนออกมาใช้เท่าที่มี โดยผู้ถือหุ้น 7 คน แบ่งสรรหน้าที่กันทำตาความถนัด เช่น ดูแลด้านอาหาร ดนตรี บาร์ จัดซื้อ พนักงาน การเงิน ฯ

สมาชิกบางคนมีครอบครัว ทำอาหารอยู่ก็รับหาพ่อครัวมือดี มาร่วมงาน การซื้ออาหารสด ก็ทำโดยผู้ถือหุ้นที่มีธุรกิจ ที่ปากคลองตลาดอยู่แล้ว

โดยระบบครัวของริเวอร์บาร์ คาเฟ่ จะเป็นเช่นเดียวกับ ในแบบโรงแรม คือ แบ่งตามความชำนาญ ของแต่ละคน เช่นพ่อครัวมือผัด มือแกง มือยำ เพื่อให้รสชาติของอาหาร มีมาตรฐาน มีพ่อครัวใหญ่ควบคุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง

ส่วนสิ่งที่ไม่รู้แน่ พวกเขาก็ศึกษา และทดลองเอาเอง เช่น สูตรผสมคอกเทลแต่ละรายการก็ทดลองชิมกันเป็นเวลานาน

แม้จุดหลักของร้านนี้ หวังเพียงจะให้เกิดสถานที่ดื่มกิน ซึ่งมีบรรยากาศของแม่น้ำที่ขายตัวเองได้ แต่เพราะคนครัวที่มีฝีมือ บวกกับการจัดการด้านดนตรีทำให้เป็น "จุดเด่น" ของร้านในเวลาต่อมา ซึ่งเกรียงไกรเล่าว่า กลุ่มของพวกเขายังประหลาดใจ กับสิ่งที่เกิดกับ "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่"

ระบบดนตรีของที่นี่ ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันนั้นดูแลโดย "ราชวัล ไกรสร" ซึ่งผ่านการเรียน มาจากเพาะช่างเหมือนกัน ราชวัล คลุกคลีกับดนตรี ในหลากหลายรูปแบบมานานถึง 15 ปี ทั้งในฐานะนักดนตรี และในฐานะช่างควบคุมเสียงในสตูดิโอ พร้อมกันนั้นก็เรียนรู้ประสบการณ์ ธุรกิจจากกิจการส่วนตัวเล็กๆ บนเกาะสมุยและเกาะช้าง ก่อนที่จะเข้ามาร่วมงาน กับริเวอร์บาร์ คาเฟ่

ทุกวันนี้ราชวัลจะเป็นผู้ดูแล ทางด้านระบบเสียง และดนตรีให้แก่ริเวอร์บาร์ คาเฟ่ คอยตรวจสอบคุณภาพเสียง จากลำโพงทุกตัว

"เราอยากจะให้แขกทุกคน มีความสุขจากดนตรีอย่างเต็มที่ เราจึงลงทุนด้านดนตรีสูงมาก ที่นี่มีดนตรีผลัดเวียนกันมาแสดง ไม่น้อยกว่า 8 วงต่อสัปดาห์ ก็ได้ผลคุ้มค่า เพราะรูปแบบและลีลาของแต่ละวง เป็นสื่อสำคัญที่นอกจาก จะไม่ให้เกิดความจำเจแล้ว ยังตอบสนองความชื่นชอบ ของผู้คนได้หลากหลาย" เกรียงไกร กล่าว

วงดนตรีซึ่งมาเล่นที่นี่ถือว่า มีชื่อเสียงและประสบการณ์สูง เช่น บางกอก คอนเน็คชั่น ซึ่งได้รับยกย่องว่า เป็นวงดนตรีแจ๊สไทยที่ดีที่สุด ในปัจจุบัน วงพรรณนา ในสังกัดแกรมมี่ ที่มีการประสานเสียงได้โดดเด่น หรือบอยไทย ที่สร้างบรรยากาศคึกคัก หนักแน่น

การจัดวางดนตรีในทั้งสัปดาห์ ส่งผลให้ริเวอร์บาร์ คาเฟ่ มีลูกค้าแตกต่างกันไป ในแต่ละวัน เช่น คืนวันเสาร์ จะเป็นกลุ่มที่สนุกสนาน กับเพลงเร้าใจของวงบอยไทย คืนวันอังคารและพฤหัส เป็นคืนสำหรับเพลงป๊อปปูลาร์ และแจ๊สจากวงพรรณา และวงบางกอก คอนเน็คชั่น เป็นต้น

นอกจากนี้ก็จะจัดการ แสดงดนตรีพิเศษขึ้นเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เพื่อให้เป็นจุดขายในเทศกาลนั้นๆ

"ตอนนี้ดนตรีที่ริเวอร์บาร์ เปลี่ยนไปบ้างจากแต่ก่อน เพราะกลุ่มลูกค้าก็เปลี่ยนไป คือ โดยรวมแล้วดนตรีที่นี่ หลากหลายขึ้น ฟังง่ายขึ้น” เกรียงไกร กล่าว

ดนตรีจึงเป็น "ตัวช่วย" สร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ให้กับริเวอร์บาร์ คาเฟ่ เพราะสามารถให้ความบันเทิง กับลูกค้าหลายกลุ่ม โดยแนวโน้มของกลุ่มลูกค้า ของทางร้านจะเป็นผู้ที่มีอายุสูงขึ้น เป็นกลุ่มคนทำงาน ผู้บริหารรุ่นใหม่

ขณะเดียวกันลูกค้าเดิมซึ่งเป็นวัยรุ่น ก็ยังคงแวะเวียนมาเป็นระยะ

“วัยรุ่นไม่เที่ยวที่ประจำอยู่แล้ว จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ก็จะเวียนๆกันมา สังเกตเห็นว่าแขกประจำ มีเพิ่มมากขึ้น เป็นคนทำงาน การจัดดนตรีที่ดีๆ และหลากหลายรูปแบบ ทำให้เราครอบคลุมได้มากกว่า”

เขาบอกว่าในตอนแรกๆนั้น "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" จะเป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่น เท่านั้น ต่อมาก็ได้กลุ่มลูกค้า ครอบครัวเพิ่ม เพราะผู้ปกครองบางคน ติดตามลูกหลานมาที่ร้าน เมื่อเห็นบรรยากาศด้วยตัวเอง ก็กลับกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านบ้าง

"ตอนนี้ "ริเวอร์บาร์ คาเฟ่" เป็นที่ฉลองงานรับปริญญา งานเลี้ยงวันเกิด หรือแม้แต่การใช้เป็นสถานที่จัดงา นแนะนำสินค้า และการแถลงข่าวสื่อมวลชน" เกรียงไกร กล่าว

นอกจากนี้บริษัท ยังมีกิจกรรมด้านการตลาด ร่วมกับบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ไฮเนเก้น บาร์คาดิบรีเซอร์ และอื่นๆ ที่นำรายการส่งเสริมการขาย เข้ามาเสนอแก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกค้า บริษัทสินค้า และริเวอร์บาร์ ได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน

ความสำเร็จที่ "มาเร็ว" ทำให้เกรียงไกรและเพื่อนฝูง มีความมั่นใจมากขึ้น พวกเขาตัดสินใจ เปิดร้านแห่งใหม่คือ “ลาบแจ๊ส” ใกล้ตลาด อ.ต.ก. ซึ่งก็ได้รับความนิยมตามมาทันที

“ไม่ว่าร้านนี้หรือร้านใหม่ เราวางคอนเซ็ปท์ไว้ชัดว่า จะออกมาในแนวไหนให้ตรงใจลูกค้า อย่างที่ลาบแจ๊ส จะเน้นการตกแต่งที่สวย ไม่ได้เน้นความทันสมัย แต่เรื่องอาหาร และดนตรีจะต้องดีไม่แพ้กัน”

เพราะทำได้ตามความตั้งใจ และคอนเซ็ปท์ ระยะเวลาเพียงสองปี ริเวอร์บาร์ คาเฟ่ ได้รับการกล่าวขวัญถึง อย่างกว้างขวาง ขณะที่ “ลาบแจ๊ส” ก็กำลังไปได้ดี

โดยขณะนี้ชื่อของริเวอร์บาร์ คาเฟ่ ถูกจัดให้เป็นแหล่งเที่ยว และกินอันดับต้นๆ ของไทย ในนิตยสาร และเวบไซต์เพื่อการท่องเที่ยวของต่างประเทศ

เรื่อง : BENJAWAN PHAOCHINDAMUK