Home Biz
โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ บ้าน กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ งาน ที่ บ้าน กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ ทำที่บ้าน ได้
วันที่: 2000-06-29
แฟรนไชส์ "คุมอง" ไม่ใช่ธุรกิจ แต่เป็นอาชีพได้
จั่วหัวกันแบบนี้ผู้อ่าน คงจะมีเครื่องหมายปรัศนี เต็มหัว ถ้าไม่เป็น ธุรกิจแล้ว จะยึดเป็นอาชีพ ได้อย่างไร
เรื่องนี้ " ชนินทร์ ปรีชพันธุ์ " ผู้จัดการ อาวุโส ฝ่าย การตลาด บริษัท คุมอง ( ไทยแลนด์ ) เจ้าธุรกิจ แฟรนไชส์ แจงว่า " คุมอง " เป็นธุรกิจ
การศึกษา ซึ่งทำขึ้น เพื่อ การศึกษา อย่างแท้จริง ตั้งแต่ เมื่อครั้งที่ " โทรุ คุมอง " เจ้าตำรับ แฟรนไชส์นี้ คิดค้น การเรียน วิธีนี้ เพื่อช่วย
พัฒนา การเรียน ของลูกชาย จนได้ กลายเป็น ปรัชญาหนึ่ง
ด้วยเงื่อนไข การลงทุน ที่ไม่เน้น ธุรกิจ แตกต่าง กับธุรกิจ อื่น " ชนินทร์ " จึงเตือน ผู้ที่ จะเข้า มาซื้อ แฟรนไชส์ " คุมอง " ว่า ธุรกิจนี้ ไม่เหมาะ
กับการ ลงทุน ที่หวัง ความร่ำรวย ในระยะ เวลาสั้น เพราะ ต้องใช้ ความอดทน การทุ่มเท เต็มเวลา และ ทำงาน อย่างจริงจัง
"หากตั้งใจจริง ใช้เวลา ประมาณ 3 ปี จะยึดเป็น อาชีพได้ และมี รายได้ เพิ่มขึ้น อย่างมาก" อาชีพนี้ จึงเหมาะ กับคน ที่มีใจ รักเด็ก และ
ชอบการสอน ซึ่ง "ชนินทร์" เน้นว่า เหมาะอย่างมาก สำหรับ คุณแม่ ที่มี ลูกแล้ว และไม่อยาก ทำงาน ประจำ แต่ต้องการ ทำงาน ส่วนตัว
เพราะคน กลุ่มนี้ จะมีความ เข้าใจเด็ก และมีแรง อดทนสูง
" 100% ของแฟรนไชส์ ซี่ ขณะนี้เป็น หญิงล้วน " ชนินทร์ ภูมิใจ ที่จะพูด เช่นนั้น เขาบอกว่า จากประสบการณ์ ในการ บริหาร ศูนย์ คุมอง
ทำให้ มั่นใจว่า คุณแม่ หรือ ผู้หญิง ทำงานนี้ ได้ดีมาก เพราะเป็น งานที่ต้อง ใช้ความ ละเอียดอ่อน เอาใจใส่ ซึ่ง คนกลุ่มนี้ สามารถ
อดทน กับ งานหนัก และต้องการ รายได้ พอประมาณ
" จากความ ตั้งใจ ที่เป็น รากฐาน จะทำ ให้มี รายได้น้อยๆ เพิ่มขึ้น จนเมื่อ ผ่านไปได้ ประมาณ 3 ปี คุณแม่ ที่เข้ามา เป็นแฟรนไชส์ ซี่
เหล่านี้ มีโอกาส ได้รับ รายได้ แซงหน้า คุณพ่อ "
|
การทำ ธุรกิจ ที่ไม่ คาดหวัง ผลทางด้าน ธุรกิจ ทำให้ " คุมอง " ตั้งค่า ลิขสิทธิ์ ไว้เพียง 22,000 บาท เท่านั้น และ เป็นการจ่าย เพียงครั้งเดียว
เพราะสิ่งที่ "คุมอง" ต้องการ ไม่ใช่เงิน ที่นักลงทุน ขนมาให้ เป็นลิขสิทธิ์ จำนวน มากมาย แต่เป็น การเปิดทาง ให้คน ที่มีใจรัก เข้าทำธุรกิจ
|
" ที่กล้าพูด อย่างนี้ เพราะคุมอง เก็บค่า แฟรนไชส์ เพียง 22,000 บาท เท่านั้น ส่วนที่อื่น เก็บค่า แฟรนไชส์ สูงถึง 2-5 แสนบาท ซึ่งเรา ไม่ได้
คัดคน ที่เข้ามาทำ ธุรกิจ ว่าเขา มีเงินทุน มากเท่าไร แต่ดู ตัวบุคคล เป็นอันดับแรก โดยคัดจาก อุดมการณ์ ทางการศึกษา จากข้อเขียน และ
การสัมภาษณ์ "
ภายใน เวลาเพียง 3 ปี ของการ ก่อตั้ง " คุมอง " สามารถ เปิดศูนย์ มาแล้วถึง 103 แห่ง ซึ่งเป็น การเติบโต แบบก้าว กระโดด ทำลาย สถิติ
การขยายตัว ของแฟรนไชส์ กันทีเดียว และมีการ ปิดศูนย์ ไปเพียง 6 ศูนย์ เท่านั้น
สาขา จำนวน ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะ การเริ่ม จากการ เฟ้นหาคน ที่ตั้งใจจริง มากกว่า แสวงหาธุรกิจ และ อีกส่วนหนึ่ง เป็นเพราะ การเปิด
รับสมัคร แฟรนไชส์ ซี่ ของ "คุมอง" ทำกัน อย่างเป็น ระบบ ตั้งแต่ เริ่มแรก
" ชนินทร์ " บอกว่า " คุมอง " จะเปิด รับสมัคร เพื่อคัดเลือก แฟรนไชส์ ซี่ ทุกเดือน เดือนละ 2 รอบ โดยเริ่ม คัดเลือก หลังวันที่ 20 ของ
ทุกเดือน ซึ่งคนที่สนใจ สามารถ ลงชื่อไว้ และเข้ามา รับฟัง รายละเอียดก่อน แต่การ คัดเลือก ของ " คุมอง " ค่อนข้าง เข้มข้น
เฉลี่ยมี ผู้เข้า สมัคร มากถึง 80 คน ต่อเดือน แต่ผู้ที่ มีคุณสมบัติ พร้อมจะเป็น " คร ู" จะคัดได้ เพียง 6-7 คน เท่านั้น
|
และ การสมัคร เป็นแฟรนไชส์ ซี่ ของ " คุมอง " มีเงื่อนไข พิเศษ มากกว่า แฟรนไชส์ อื่น ซึ่งไม่เหมาะ กับคนที่ ต้องการ จับหลาก ธุรกิจ
เพราะข้อจำกัด เจ้าของ สิทธิ แฟรนไชส์ ติดตัว ให้กับ ผู้ที่ เข้าอบรม แต่เพียง ผู้เดียว นั่นเพราะ ต้องการ ให้แฟรนไชส์ ซี่ ดำเนิน ธุรกิจ
ด้วยตนเอง และ เป็นการ เติบโต จากศูนย์ ขนาดเล็กก่อน |
แต่สำหรับ คนที่ มองหา " อาชีพ " ติดตัว ระยะยาว " ชนินทร์ " แนะนำว่า ให้ทำ ใจเย็น และทำงาน อย่างค่อยเป็น ค่อยไป เริ่มจาก รับนักเรียน
ไม่เกิน 30 คน ในช่วงแรก จากนั้น ค่อยๆ เพิ่มขึ้น และถ้าขยัน ภายใน 3 ปี ภายใน หนึ่งศูนย์ สามารถ รองรับ นักเรียน ได้ถึง 300-400 คน
ได้อย่าง สบายๆ
" ช่วงแรก ครูผู้สอน ไม่ควร รับนักเรียนมาก เพราะ " คุมอง " จะใช้ ระบบ ครูคนเดียว ซึ่งจะต้อง รู้จัก นักเรียน ทุกคน ติดตาม พัฒนาการ
ของเด็ก นักเรียน ทุกวัน และ ทำรายงาน การพัฒนา ของเด็ก ให้ผู้ปกครองด้วย ส่วนผู้ช่วย คนอื่น จะมี ขอบเขต จำกัด ระดับหนึ่ง
แต่ไม่สามารถ สอนเด็ก แทนได้ หน้าที่นี้ จึงเป็น หน้าที่ ที่หนักมาก "
ซึ่งบริษัทแม่ จะส่ง ผู้จัดการ พื้นที่ เข้ามา ดูแล และ คอยช่วยเหลือ การทำงาน แบบก้าว ต่อก้าว และเพียง 3 ปี สามารถ สร้าง อาชีพ ได้
ด้วยรายได้ ที่เป็น กอบเป็น กำถึง 1-2 แสนบาท ซึ่งหาก อยู่ใน ฐานะ ลูกจ้าง การจะทำ รายได้ มากขนาดนี้ เป็นเรื่องยาก เอาการ และ
เป็นอาชีพ ที่ไม่ต้อง ลงทุนมาก เพียงแค่ หานักเรียน มาเข้า ชั้นเรียน นอกนั้น ในเรื่อง โนฮาว เป็นหน้าที่ ของบริษัท ที่จะส่ง กำลังหนุน
เข้าไป อย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัท จะจัด อบรม เสริมทักษะ ความรู้ ให้แฟรนไชส์ ซี่ เฉลี่ย เดือนละ 1 ครั้ง บรรยากาศ ในการ ฝึกอบรม แฟรนไชส์ ซี่ จะเปรียบเสมือน
เพื่อนที่ ทำธุรกิจ เดียวกัน จะมีการ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ และร่วม แก้ปัญหา " ร่วมกัน " ซึ่ง " ชนินทร์ " ย้ำกับ แฟรนไชส์ ซี่ ว่า " คุมอง "
ไม่ใช่ ธุรกิจ แฟรนไชส์ ซี่ ไม่ต้อง แข่งขัน แต่อยู่ ร่วมกัน อย่างเพื่อน
ทำให้ บริษัท ไม่ได้ ขีดเส้นแบ่ง อาณาเขต กันชัดเจน เหตุผลหนึ่งที่ " ชนินทร์ " ให้ไว้ ก็คือ บริษัท ประเมิน ศักยภาพ ในแต่ละ พื้นที่
ว่าเหมาะสม จะขึ้น ศูนย์ได้ กี่แห่ง จะให้ เปิดศูนย์ ได้เต็มที่ โดยไม่ จำกัดว่า ต้องรักษา ระยะห่าง ของแต่ละ ศูนย์ไว้ หากพอใจ จะเปิดศูนย์
คนฟากถนน ก็ไม่ว่ากัน
"ถ้าเรา ประเมินว่า สามารถ เปิดศูนย์ อีกแห่งได้ ในเขต พื้นที่นั้น เจ้าของศูนย์ จะเปิด ตรงไหน ก็ได้ เพราะศูนย์ แต่ละแห่ง จะมี กำลัง รับเด็ก
จำกัด หากศูนย์ นี้เต็ม เขาอาจ จะส่งต่อ ไปให้ อีกศูนย์ ที่ใกล้เคียงกัน ก็ได้ หรือขึ้นกับ ความพอใจ ของคนเรียน ซึ่งเรา ถือนโยบาย
กระจายศูนย์ ให้ใกล้ ผู้เรียน มากที่สุด"
นโยบาย ไม่แบ่งเขต พื้นที่ สร้างความ กังวลใจ ให้กับ ผู้ที่ จะเข้ามา ประกอบ ธุรกิจ พอควร เพราะแม้ว่า แฟรนไชส์ ซี่ จะไม่ คำนึงถึง
กำไร มากมาย แต่การลงทุน ไม่ใช่ การกุศล เพื่อ ความรอบคอบ จึงจำเป็น ต้องคำนวณ ความคุ้มค่า และ ความเสี่ยง ควบคู่กัน
|
อย่างไร ก็ตาม บริษัท ยังยืนยัน ว่าเจ้าของ แฟรนไชส์ สามารถ เติบโต ไปพร้อมๆ กัน แม้จะห่างกัน แค่ถนนกั้น ซึ่งเป็น ลักษณะ เดียวกัน
ต่างประเทศ ที่สามารถ เปิดศูนย์ได้ 2-3 ศูนย์ ภายใน อาคาร เดียวกันได้ หรือ ศูนย์ห่างกัน แค่คนเดิน 300 เมตร เท่านั้น แต่ "ชนินทร์"
ยืนยันว่า ทุกศูนย์ ยังอยู่ สบายดี |
จากการ ทำธุรกิจ ที่ไม่ใช่ ธุรกิจ แฟรนไชส์ ซี่ จะต้อง ยอมรับ กับระบบ จ่ายค่า รอยัลตี้ ซึ่ง สูงมาก กว่าปกติ โดย บริษัท เก็บที่ 45% ของ
รายได้ ซึ่งบริษัท เน้นว่า ค่ารอยัลตี้ ส่วนนี้ ไม่ใช่ เงินกินเปล่า แต่เป็น เสมือนหนึ่ง เงินลงทุน ที่ทยอยจ่าย
" ศูนย์คุมอง ไม่ต้อง ลงทุนมาก แต่ที่ต้อง เก็บค่า รอยัลตี้ ฟี 45% เพราะ ทุกอย่าง บริษัท จะสนับสนุน อย่างเต็มที่ ตลอดเวลา ตั้งแต่
เอกสาร การเรียน ตามจำนวน เด็กนักเรียน ที่ให้ แบบไม่อั้น การอบรม เสริมความรู้ การโฆษณา และ การบริหาร ศูนย์ เพื่อให้ศูนย์ เติบโตขึ้น
ซึ่งส่วนนี้ บริษัท จำเป็น ต้องมี ค่าใช้จ่าย "
" ชนินทร์ " เปรียบเทียบว่า แฟรนไชส์ อื่น ค่าเริ่มต้นสูง ขณะที่ " คุมอง " ลงทุน ทั้งหมด เพียงแค่ แสนเศษๆ แม้จะ จ่ายค่า รอยัลตี้สูง แต่
ทุกอย่าง ต่อจากนี้ บริษัท จะเป็น ผู้จัดการ ทั้งด้าน การตลาด การฝึกอบรม ขณะที่ แฟรนไชน์อื่น ต้องเสีย ค่าโฆษณา ค่าฝึก อบรม และ
ค่าเอกสาร
ถ้าจะ เปรียบกันแล้ว เป็นเงิน ลงทุนใกล้ๆ กัน เพียงแต่ จะจ่ายก่อน หรือจ่ายหลัง เท่านั้น แต่บริษัท ยืนยันว่า ถ้าขยัน อดทน ปีแรก
รายได้ จะยืนอยู่ ประมาณ 2 หมื่นบาท ต่อเดือน และเพิ่มขึ้น เป็น 4-5 หมื่นบาท เมื่อขึ้น ปีที่สอง และ พอปีที่ จะทำ รายได้ 1-2 แสนบาท
ไม่ใช่ เรื่องยาก แต่เป็น เรื่องที่ ต้องเหนื่อย มากกว่า