Nationejobs.com
 

Home Biz

โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ไม่เพียงแต่จะทำให้เราก้าว ออกไปหาโลกได้สะดวกง่ายดายเท่านั้น แต่ไอทียังทำให้โลกทั้งโลกมาเยือนหน้าประตูบ้านเรา และทำให้ “บ้าน” กลายสภาพเป็นสถานที่ทำงาน และ ทำเงิน ให้กับเราได้อย่างน่าสนใจ เขาทำ “งาน” ที่ “บ้าน” กันอย่างไร และมีธุรกิจใดบ้างที่เปิดโอกาสให้ “ทำที่บ้าน” ได้

 
 

วันที่: 2006-05-15

จับกระแส"สุขภาพ" ขยายอาณาจักร"เอ็มเค"

เอ็มเคเห็นแนวโน้มในกระแสสุขภาพที่ก่อตัวขึ้นในช่วง 2-3 ปีจากการทำวิจัยผู้บริโภค จึงได้นำโปรแกรมคำนวณโภชนาการเพื่อบอกสารอาหารที่ลูกค้าได้รับในแต่ละมื้อ" เอ็มเคเรสเตอรองท์พยายามคว้าหลักไมล์ความสำเร็จที่สองและสามหลัง หลังปักธงในฐานะเบอร์หนึ่งตลาดสุกี้มานาน ความสำเร็จที่อยู่ในกำมือยิ่งทำให้นิ่งนอนใจไม่ได้ เมื่อกระแสสุขภาพเข้ามาเป็นปัจจัยท้าทาย อาณาจักรเอ็มเคที่กำลังขยายจึงต้องจับกระแสสุขภาพเพื่อเชื่อมแบรนด์ไปสู่คนรุ่นใหม่และกำลังซื้อใหม่

กว่า 20 ปีที่เอ็มเคสุกี้ลองผิดลองถูกจนถึงปัจจุบันมีมากกว่า 200 สาขาในประเทศและอีก 17 สาขาในญี่ปุ่น เฉพาะรายได้ในประเทศกวาดเข้ากระเป๋าในปีที่แล้วกว่า 5,000 ล้านบาทและมีอัตราการเติบโต 10% ต่อปี เรียกได้ว่ากุมตลาดเกือบทั้งหมดเพราะตลาดสุกี้เมืองไทยมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาทเอ็มเคมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 90%

ทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์สองและสาม แทบไม่เห็นฝุ่น

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มเค เรสเทอรองส์ จำกัด ผู้กุมบังเหียนเอ็มเคสุกี้ บอกว่า แม้เอ็มเคจะประสบความสำเร็จในปัจจุบันแต่ต้องมองอนาคตและปัจจัยสำคัญที่มากระทบกับการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม คือ กระแสสุขภาพซึ่งมาพร้อมลูกค้ากลุ่มใหม่และกำลังซื้อใหม่

กระแสสุขภาพจึงกลายเป็นปัจจัยหลักของธุรกิจร้านอาหาร ทั้งแบรนด์นอกแบรนด์ในหรือแม้กระทั่งธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดเองต้องให้ความสำคัญและพัฒนาเมนูไปในทิศทางนี้มากขึ้น

เขา บอกว่า เอ็มเคมองเห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในกระแสสุขภาพที่ก่อตัวขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจากการทำวิจัยผู้บริโภค จึงได้นำโปรแกรมคำนวณโภชนาการเพื่อบอกสารอาหารที่ลูกค้าได้รับในแต่ละมื้อแม้จะยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพราะข้อมูลยังไม่สามารถทำให้เฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคนได้ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นในทิศทางเดียวกับกระแสสุขภาพ

ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาต่อยอดระบบให้สามารถคำนวณปริมาณสารอาหารให้ลูกค้าแต่ละคนได้ และยังสามารถแนะนำลูกค้าเรื่องการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับสุขภาพลูกค้าแต่ละคนด้วย เช่น แนะนำการออกกำลังกาย แนะนำการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรค เป็นต้น

ในปีที่ผ่านเอ็มเคทุ่มงบลงทุนสำหรับการพัฒนาเครือข่ายด้านไอทีเพื่อให้ทันกับกระแสดังกล่าวกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากการติดอาวุธเครื่องไม้เครื่องมือในร้านแล้ว การสื่อสารภาพลักษณ์สู่ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของเอ็มเคเป็นสิ่งที่ลูกค้ารับรู้และจับต้องได้ โดยเฉพาะการสื่อภาพให้กินผักมากขึ้น ผ่านสื่อทีวี ขณะที่ตัวสินค้าเป็นอาหารลักษณะต้มสอดคล้องกับกระแสสุขภาพเช่นกัน โดยใช้งบการตลาดปีละ 150 ล้านบาท และงบส่วนใหญ่เน้นหนักไปกับภาพยนตร์โฆษณาในทีวี

แม้เอ็มเคจะทิ้งห่างคู่แข่งหลายช่วงตัวและเปรียบเป็นเสือนอนกินเพราะอยู่ในช่วงการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนได้แล้ว แต่เอ็มเคสุกี้อยู่ในฐานะที่ต้องรักษาตำแหน่ง"เบอร์หนึ่ง" จึงไม่พอใจกับความสำเร็จในปัจจุบัน หากแต่ยังมองหาโอกาสให้กับแบรนด์ นั่นคือ การสร้างและขยายอาณาจักรอาหารให้เป็นมากกว่าสุกี้

กระแสสุขภาพจะเป็นโจทย์สำหรับในการส่งแบรนด์ใหม่ๆ สู่กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งจะกลายเป็นกำลังซื้อใหม่เช่นกัน

การแตกหน่อสร้างอาณาจักรเอ็มเค ประกอบด้วย เอ็มเค โกลด์,ร้านอาหารไทย ณ สยาม และ 2 แบรนด์ใหม่ คือ เอ็มเค เทรนดี้และร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นยาโยอิ บาย เอ็มเค

เป็นที่น่าสังเกตว่าเอ็มเคไม่ได้ยึดติดกับการสร้างแบรนด์ที่มุ่งเฉพาะในสายพันธุ์สุกี้เท่านั้น แต่พร้อมนำคอนเซปต์หรือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วในต่างประเทศมาขยายสาขาในไทย และยาโยอิ บาย เอ็มเค เป็นตัวอย่างแรกของการรุกตลาดวัยรุ่นอย่างจริงจังของเอ็มเค

ฤทธิ์ บอกว่า ร้านฟาสต์ฟู้ดอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ บาย เอ็มเค (Yayoi By MK) เป็นแบรนด์ของพันธมิตรชาวญี่ปุ่น ที่นำเอ็มเคสุกี้ไปเปิดที่โน่น จนครบ 17 สาขาในปัจจุบัน

"คอนเซปต์ของร้านยาโยอิ คือ ฮอต ควิก เรสเตอรองท์ เป็นอาหารญี่ปุ่นให้บริการรวดเร็วเน้นขายอาหารชุด ชุดละ 99 บาทเปิดสาขาแรกที่คาร์ฟูร์พระราม 4 และวางแผนจะขยายอีก 4-5 สาขาในปีนี้ ถ้าดูจากทำเลที่ตั้งร้านนี้จะเป็นคู่แข่งกับฟาสต์ฟู้ดทั่วๆ ไป"

ส่วนแบรนด์เอ็มเคซึ่งเป็นสายเลือดหลักของบริษัทก็ยังมีศักยภาพในการขยายตัวและแบรนด์ใหม่ "เอ็มเค เทรนดี้" ที่เป็นการควานหาความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจุดขายอื่นมากกว่าอาหาร ดังนั้นเอ็มเคเทรนดี้จึงมีจุดดึงดูดใหม่ เช่น มุมเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ทั้งเพลงและเกม เข้ามาเป็นจุดขายเพิ่มนอกเหนือจากการตกแต่งร้านให้ ”โดน” ซึ่ง ประเดิมสาขาแรกที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

ฤทธิ์ ยังบอกอีกว่า ปัจจุบันลูกค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น แม้เอ็มเคจะมีลูกค้าเป็นกลุ่มครอบครัว แต่ในอนาคตร้านอาหารเพียงร้านเดียวไม่สามารถตอบทุกความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม จึงต้องแยกเซ็กเมนท์ย่อย เช่น เอ็มเคที่มีทั้งเอ็มเค เรสเตอรองท์ จับกลุ่มลูกค้าครอบครัวทั่วไป ,เอ็มเค โกลด์ จับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมซึ่งเปิดสาขาแรกที่สยามพารากอน และวางแแผนเปิดสาขาที่สองโดยเล็งพื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยเซ็กเมนท์พรีเมียมนี้สามารถสร้างยอดขายได้เดือนละ 5 ล้านบาท มากกว่าร้านเอ็มเคเรสเตอรองท์ที่มีรายได้ 1-2 ล้านบาทต่อเดือน

เขา กล่าวในตอนท้ายว่าความสำเร็จของเอ็มเคเกิดจากการวางแผนอย่างดีจากอดีต โดยมีแนวคิดสำคัญ คือ “แคร์ลูกค้า” จึงต้องเอาใจใส่ทุกความต้องการของลูกค้า แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะลูกค้ามีความคาดหวังในแบรนด์สูงขึ้นตลอดเวลา

"ที่ผ่านมาเราได้นำปาล์มเข้ามาเป็นเครื่องมือในการสั่งอาหาร ซึ่งราคาของปาล์มเท่ากับแรงงานของพนักงานที่หายไป จากการเดินสั่งอาหาร สรุปว่าบริษัทเท่าทุน แต่ที่ได้กำไรกลับมาคือ ภาพลักษณ์เอ็มเคสุกี้ในสายตาผู้บริโภคที่กลายเป็นร้านอาหารที่ทันสมัย น่าตื่นเต้น และบริการรวดเร็วขึ้น"

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของการทำงานให้กับธุรกิจครอบครัว ฤทธิ์ ในวัย 55 ปี เตรียมรีไทร์ตัวเองในวัย 60 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ๆ เข้ามาบริหาร ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนในตระกูล อาจเป็นผู้บริหารจากที่อื่นหรือลูกหม้อของบริษัทเพื่อให้สานต่อวิชั่นการทำงานโดยคนรุ่นใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่

อย่างไรก็ตามใครที่จะเข้ามาสานต่อ ต้องดำเนินธุรกิจตามแนวคิดของบริษัท และเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ใช้ความคิดหรือไอเดียเพื่อผลักดันให้แบรนด์เอ็มเคเป็นอาณาจักรร้านอาหารที่แข็งแกร่งต่อไป

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543