Nationejobs.com
 

Learn & Earn

หากคิดจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ในโลกของงาน วิชาความรู้ที่คุณมีอยู่ในวันนี้ อาจจะไม่เพียงพอเสียแล้ว สำหรับการเติบโต ในสายงานที่คุณรัก หรือเป็นทรัพย์สินติดตัว การจะได้มาซึ่งความรู้เราต้อง “จ่าย” เพื่อแลกกับมัน ทั้งในเรื่องเวลา และค่าหน่วยกิต ช่องทางการเรียนรู้ใดบ้างที่ “คุ้มค่า” กับ “ต้นทุน” ที่ต้องจ่ายไป

 
 

วันที่: 2012-10-17 14:18:18

ต่อยอดการเรียนรู้

ปัจจุบันบ้านเราผลิตบัณฑิตปริญญาตรีมากถึงปีละราวๆ 2 แสนคน ซึ่งแน่นอนว่ามีจำนวนไม่น้อยที่สำเร็จการศึกษาในสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด

จึงทำให้บัณฑิตหลายๆ คนเบนเข็มเรียนต่อระดับปริญญาโท เช่นเดียวกับผู้ที่อาจทำงานมาระยะหนึ่งแล้วต้องการเติบโตในหน้าที่การงานต่อ ก็มักจะหันมาเรียนต่อระดับสูงขึ้น
 

สาขาวิชาที่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากที่สุดระดับมหาบัณฑิต หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าปริญญาโท หนีหลักสูตรเอ็มบีเอ ไปไม่พ้น ซึ่งแม้ว่าจะเป็นสาขาที่คนนิยมเรียนมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรียนแล้วจะได้งานทำเสมอไป
 

เพราะการแข่งขันที่สูงมาก และจำนวนมหาบัณฑิตเอ็มบีเอแต่ละปีก็มีไม่น้อย ที่สำคัญผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยืนยันว่าแม้จะมีปริญญาโทเป็นใบเบิกทางแล้วก็ยังมีคนจำนวนมากไม่พร้อมจะทำงาน ทั้งประสบการณ์และทักษะการคิดวิเคราะห์ซึ่งน่าแปลกใจว่าเป็นเพราะเหตุใด
 

ทั้งที่หลักสูตรเอ็มบีเอ น่าจะสอนให้ผู้เรียนเป็นนักบริหารที่ดีได้ ด้วยการให้ข้อมูลที่จำเป็นผ่านหลักสูตรใหม่ๆ และสังเคราะห์ความรู้ด้วยกิจกรรมต่างๆ และยกระดับขึ้นเป็นวิสัยทัศน์ด้วยการให้มิติในการคิดที่แตกต่าง แล้วเพราะอะไรถึงยังมีคนจำนวนไม่น้อยพลาดกระบวนการพัฒนาในแนวทางดังกล่าวไปก็คงต้องมาดูกันทีละข้อ
 

เริ่มจากข้อแรกคือการอ่านและการฟังเพื่อรับรู้ข้อมูลใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักศึกษาเอ็มบีเอ หวังจะเข้ามาตักตวงให้มากที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นประสบการณ์จริง หรือกรณีศึกษาจากอาจารย์ที่นำมาถ่ายทอดก็จะยิ่งเป็นที่สนใจของนักศึกษา แต่ปัญหาใหญ่คือนักเรียนส่วนมากจะใช้เพียงทักษะการฟังในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เพียงพอที่จะพัฒนาต่อยอดทางความคิดได้
 

เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้มีแหล่งข้อมูลให้เรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมอีกมหาศาล ทั้งนิตยสาร หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ฯลฯ ไม่ได้มีเพียงกรณีศึกษาในห้องเรียนเท่านั้น เพราะบางครั้งกรณีศึกษาในตำราอาจเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ขององค์กรในอดีตที่วันนี้อาจล้มละลายไปแล้ว การฟังจึงต้องใช้ควบคู่กับการอ่านซึ่งจะทำให้รู้รอบด้านยิ่งขึ้น
 

ที่สำคัญคือการอ่านจะเพิ่มทักษะการแยกแยะให้โดยไม่รู้ตัว เพราะท่ามกลางข้อมูลมหาศาลทุกวันนี้ย่อมมีทั้งข้อมูลจริง ข้อมูลเท็จ หรืออาจมีข้อมูลแอบแฝง เช่นโฆษณาที่ทำให้ไขว้เขว การอ่านมากๆ ควบคู่กับการฟังจึงทำให้วิเคราะห์ได้แม่นยำขึ้นว่าข้อมูลใดเป็นประโยชน์
 

ข้อสอง ก็สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือ กระบวนการคิดและการถ่ายทอด เพราะถัดจากการฟังและการอ่านเปิดรับข้อมูลใหม่ๆ แล้วการต่อยอดด้วยการคิดวิเคราะห์จะทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เรียนมานั้นจะนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
 

การคิดและการประยุกต์เหล่านี้จะกระตุ้นให้เราใช้จินตนาการควบคู่กับฐานความรู้ที่ได้รับจากหลักสูตร และที่สำคัญจะเป็นตัวการให้รู้จักถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น หรืออาจารย์ ซึ่งอนาคตก็จะเปลี่ยนเป็นผู้ร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชา
 

กระบวนการถ่ายทอดจึงเป็นส่วนสำคัญที่หลายๆ คนมองข้าม อาจเพราะคิดว่าไม่สันทัด ไม่ถนัด ทั้งๆ ที่กระบวนการถ่ายทอดเป็นการสรุปรวบยอดความคิดหลังจากการฟัง การอ่าน และการวิเคราะห์ และยังเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฝึกฝนการวิเคราะห์และนำเสนอให้คนอื่นได้เข้าใจความคิดของเรา
 

ยังเหลือองค์ประกอบอีก 2 ข้อซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคงต้องขอยกยอดไปใน “ไอทีไร้พรมแดน” ฉบับอังคารหน้าครับ

Tags : แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ