Nationejobs.com
 

Legal Advice

กฎหมายเป็นเรื่องจำเป็นของ “คนทำงาน” แต่มีคนทำงาน ในสัดส่วนที่น้อยมาก ที่มีความรู้ และ ความเข้าใจ ในกฏหมาย ที่เกี่ยวข้อง กับตัวเอง legal Advice จะเป็นสื่อกลางระหว่าง “ผู้เชี่ยวชาญ” และผู้อ่าน เพื่อขยายพรมแดน ความรู้ในเรื่องนี้

 
 

วันที่: 2004-08-23

รู้ทันกฎหมาย : นายหน้า (2)

เมื่อตกลงกันให้เป็นนายหน้าแล้วย่อมเข้าใจได้ว่าไม่ใช่การทำให้ฟรีๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียที่ไหน ถ้าเกิดพูดจากันเป็นที่เข้าใจว่าจะไม่ต้องจ่ายค่านายหน้าให้กัน แต่ถ้าเพียงมีพฤติการณ์ หรือ ได้แสดงอาการว่าจะทำให้เปล่าๆ ไม่คิดค่าตอบแทนนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ดังนั้น เพื่อป้องกันการโมเมมั่วนิ่ม กฎหมายท่านจึงกำหนดเอาไว้ว่าถ้าพฤติการณ์มันคาดหมายได้ว่าทำให้เพื่อได้ค่าบำเหน็จแล้ว ก็ให้ถือเอาเป็นการตกลงโดยปริยายไปเลยว่า มีค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าในกิจการที่ได้รับมอบหมายนั้น

ทีนี้ถ้าเป็นอันว่าต้องจ่าย แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่เคยได้ตกลงราคากันไว้ จะคิดกันอย่างไรดี เพราะคนได้อยากจ่ายน้อย คนรับก็อยากได้มาก เรื่องแบบนี้กฎหมายท่านก็ชี้ทางสว่างให้ถือว่าตกลงราคาตามธรรมเนียมในเรื่องนั้นๆ

นั่นก็หมายความว่ากิจการในเรื่องนั้นมันน่าจะเป็นเท่าใด เช่น การหาคนซื้อคนขายที่ดินอาจมีธรรมเนียมปฏิบัติกันไว้ว่าจะจ่ายในอัตราร้อยละ 3 หรือ 5 ของราคาซื้อขายที่ตกลงกัน ก็ต้องทำตามนั้น

แล้วจะจ่ายกันตอนไหนดี ก็มีให้เถียงกันอีก แม้กฎหมายท่านไม่ได้กำหนดเอาไว้ ก็แล้วแต่จะตกลงกันว่าจะให้เมื่อใด ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้อีก ก็ต้องถือธรรมเนียมการเป็นนายหน้าที่มักจะจ่ายก็ต่อเมื่อได้คู่สัญญามาตามที่ต้องการแล้ว คือให้เมื่อการเป็นนายหน้าเสร็จสิ้นนั่นเอง

เมื่อชี้ช่องเปิดทางจนเขาเข้าทำสัญญากันเรียบร้อยแล้ว จะมีการผิดสัญญา หรือเลิกสัญญากันภายหลังก็เป็นเรื่องที่นายหน้าไม่ต้องนำมาเป็นเครื่องกังวลใจ เพราะหน้าที่ของนายหน้าเสร็จสิ้นไปเมื่อเขาได้ทำสัญญากันแล้ว ส่วนคนซื้อหรือคนขายคู่สัญญาจะเป็นคนดีคนร้ายอย่างไร นายหน้าไม่ต้องผูกพันไปรับผิดชอบกับเขาด้วย

บางที นายหน้าก็สร้างปัญหาให้ตนเอง เช่น วิ่งหาคนซื้อที่ดินโดยนายหน้าออกหน้าแต่ไม่ยอมบอกว่าอีกฝ่ายที่ตนอุตส่าห์ไปหามานั้นคือใคร จะให้จ่ายค่าบำเหน็จพร้อมกับหาคำตอบเอาเองว่าตกลงทำสัญญากับใครอย่างนี้ จะให้คนขายจ่ายเงินเฉยๆ ได้อย่างไร แบบนี้ถ้ามีปัญหาไม่ชำระหนี้ตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ นายหน้าก็ต้องรับผิดชอบไปกับเขาด้วย

การเป็นนายหน้าก็คือเป็นนายหน้า ถ้ามีบริการเสริมมาเพิ่มเติมให้อิ่มอกอิ่มใจก็ต้องดูว่าจะให้ผูกพันรับผิดชอบแค่ไหนด้วยเหมือนกัน เป็นต้นว่า รับเป็นนายหน้าหาคนมาซื้อที่ดินแปลงนี้ให้ และได้ทำการสำเร็จลุล่วงจนเขาเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย แต่นายหน้าเกิดอยากได้หน้าเลยอุตส่าห์ไปรับเงินที่เขาชำระตามสัญญาแบบว่าไม่บอกกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีการตกลงหรือมอบหมายให้นายหน้าทำการนั้น อย่างนี้ถือเป็นเรื่องจัดการงานนอกสั่ง ซึ่งผู้ขายก็คงไม่ว่าอะไรเพราะได้ประโยชน์สมใจ ได้เงินที่นายหน้าไปเก็บมาให้

แต่หากนายหน้ารับไว้แต่ไม่นำไปชำระให้คนขายขึ้นมา จะต้องถือว่าคนซื้อชำระหนี้ให้ผิดฝาผิดตัวแบบเต็มๆ จะมาอ้างว่าได้ให้เงินกับนายหน้าไปแล้วไม่ได้ เพราะนายหน้าไม่ใช่คู่สัญญา และไม่มีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมายที่จะรับเงินแทนคู่สัญญาด้วย แบบนี้คนซื้อก็ไปตามทวงคืนเอาเอง และคนขายก็ทวงเอาจากคนซื้อได้โดยสมบูรณ์ ส่วนนายหน้าก็เสี่ยงข้อหาทางอาญาไป

นายหน้าจะเรียกให้เขาจ่ายค่ารถ ค่าเลี้ยงอาหาร หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดในการหาคนมาทำสัญญาด้วยนั้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้อย่างนั้น การทำหน้าที่จึงต้องลงทุนกันบ้าง

เมื่อรู้จักการมีการเป็นนายหน้าที่กฎหมายว่าไว้ ก็จะได้มองหน้ากันได้แบบไร้กังวล

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543