Legal Advice
กฎหมายเป็นเรื่องจำเป็นของ
คนทำงาน แต่มีคนทำงาน ในสัดส่วนที่น้อยมาก ที่มีความรู้ และ ความเข้าใจ
ในกฏหมาย ที่เกี่ยวข้อง กับตัวเอง legal Advice จะเป็นสื่อกลางระหว่าง
ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อ่าน เพื่อขยายพรมแดน ความรู้ในเรื่องนี้
วันที่: 2001-10-30
รัฐกำหนด 7 ข้อ ประกันว่างงาน ช่วยคนตกงาน
รมช.กำหนดหลักเกณฑ์ ผู้ได้รับการประกันว่างงาน ทั้งหมด 7 ข้อ โดยรัฐบาลช่วยในช่วงแรก
ในระยะยาวเป็นเรื่องของนายจ้าง-ลูกจ้าง
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
กล่าวถึงโครงการขยายความคุ้มครองกรณีว่างงานว่า จะเร่งนำเสนอต่อกระทรวงแรงงานฯ
และคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว แต่ต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้แรงงานในขั้นต้นว่า
ผู้ว่างงานทุกคนจะได้รับการคุ้มครอง แต่ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
โดยทั้ง 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้างนายจ้าง และรัฐบาลต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มอีกฝ่ายละ
1% โดยรัฐบาลจะเข้าไปช่วยในช่วงแรกเท่านั้นเพื่อให้กองทุนมีความเข้มแข็ง
แต่ระยะยาวจะเป็นเรื่องของนายจ้างและลูกจ้างเท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อสรุปของคณะอนุกรรมการเตรียมการประกันการว่างงาน
ได้กำหนดให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม โดยเงื่อนไขที่ลูกจ้างได้รับสิทธินั้น
ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องอยู่ภายในระยะเวลา 15
เดือนก่อนถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ ยังต้องอยู่ในเงื่อนไข
การปฏิบัติตามกฎหมายและพฤติกรรมการถูกเลิกจ้าง คือ
- ต้องเป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน
- ต้องพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
- ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
- ได้ขึ้นทะเบียนไว้ที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ
- ต้องรายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
- มิได้ถูกเลิกจ้างเนื่องจากสาเหตุต่อไปนี้ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
จงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือ ระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน
หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน
โดยไม่มีเหตุอันสมควร ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายร้ายแรง
ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และ
- ต้องมิใช่เป็นผู้ลาออกจากงานโดยสมัครใจ สำหรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนนั้น
จะได้รับเงินเดือน 50% ของค่าจ้างในระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน โดยจะได้รับตั้งแต่วันที่
8 นับแต่วันที่มาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานของรัฐบาล
นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่อไปว่า ได้มอบนโยบายให้นายฐาปบุตร ชมเสวี อธิบดีกรมสวัสดิการและ
คุ้มครองแรงงานคนใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์การถูกเลิกจ้าง เพราะที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใด
ที่จะสามารถบ่งชี้ได้ว่า นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง ดังนั้นจึงให้อธิบดี
ไปพิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานเพื่อเพิ่มข้อความว่า
หากสถานประกอบการจะเลิกจ้างลูกจ้างต้องแจ้งให้กรมสวัสดิการฯทราบล่วงหน้าก่อน 1 เดือน
เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจดูว่าปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้น
มักทำให้เกิดปัญหาข้อพิพาทแรงงานอยู่เสมอ
นางลดาวัลลิ์ กล่าวยอมรับว่า กระทรวงแรงงานฯ มีงบประมาณน้อย แต่รัฐบาล
ก็มีโครงการจ้างบัณฑิตจบใหม่เป็นบัณฑิตอาสา นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียม
ที่จะเสนอของบประมาณ 900 ล้านบาท ในส่วนของงบที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ
เพื่อนำมาพัฒนาฝีมือและใช้ส่งให้ประชาชนทั่วไปได้ประกอบอาชีพอิสระ แต่ที่ตนรู้สึกเป็นห่วง
คือคนจนในเมือง เพราะไม่มีพื้นที่เกษตรเหมือนกับประชาชนในชนบท ดังนั้น
หลายกระทรวงคงต้องมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยคนจนในเมืองอย่างไร
ส่วนเรื่องผลกระทบหากเกิดสงครามยืดเยื้อระหว่างสหรัฐ และอัฟกานิสถานนั้น
ตนยังเชื่อมั่นอยู่ว่าสหรัฐคงไม่มุ่งที่จะทำสงคราม จนกระทั่งทำให้เศรษฐกิจ ของตัวเองถดถอย
ข่าวแจ้งว่า สำหรับงบประมาณ 900 ล้านบาทนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะนำไปใช้ใน 4
โครงการ คือ
- โครงการพัฒนากำลังคนสู่ตลาดแรงงาน
- โครงการฝึกอบรมเทคโนโลยีอุตสาหกรรมด้วยการเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์
- โครงการพัฒนาบุคลากรด้านพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์และทักษะการจัดการ
- โครงการฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ด้านอินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ในโครงการ 1 และ 4 เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป ส่วนโครงการ 2 และ 3
มีกลุ่มเป้าหมายที่บัณฑิตจบใหม่