Nationejobs.com
 

Management Corner

มุมสำหรับนักบริหาร ที่มองหาแนวทาง การบริหารงาน และการจัดองค์กร แนะแนวคิดด้านบริหารจัดการใหม่ๆ ที่กำลังได้รับ ความสนใจ จากนักบริหาร และในแวดวง การพัฒนาบุคลากร

 
 

วันที่: 2014-08-06 13:49:25

แรงบันดาลใจฉบับ 'เฮงเค็ล'

องค์กรแห่งนี้ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า ครึ่งหนึ่งของรายได้ ต้องมาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

เช่นเดียวกับวาระโลกที่ "เฮงเค็ล" มุ่งให้ความสำคัญกับ "ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแน่นอนว่าหมายรวมถึงประเทศไทยเรา ซึ่งชัดเจนด้วยเป้าหมายที่ว่า "ครึ่งหนึ่งของรายได้" จะต้องมาจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ปัจจุบันยังอยู่ที่ตัวเลข 46 เปอร์เซ็นต์

อีกทั้งยังคาดหวังว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ด้วยกลยุทธ์ที่ชื่อ "Inspire"

สุรเชษฐ์ ตันวงศ์วาล ประธาน และ นันทกา อดิเรกสมบัติ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เฮงเค็ล ประเทศไทย ร่วมกันอธิบายถึงที่มาที่ไปว่า เพราะบริษัทเชื่อมั่นว่าความสำเร็จขององค์กรต้องมาจากผู้นำที่เข้มแข็งและทีมงานที่แข็งแกร่ง จึงเป็นความเหมาะสมและสอดคล้องหากใช้ Inspire มาช่วยในการขับเคลื่อน

Inspire ในวิถีเฮงเค็ลมีกลเม็ดเคล็ดลับอย่างไร?

กลยุทธ์นี้ว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถของบุคลากรในองค์กร โดยมุ่งเน้นไปในสามด้านหลักๆ ได้แก่ 1. การพัฒนาผู้นำที่เข้มแข็ง 2. การพัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพให้กับพนักงาน และ 3. การบริหารจัดการความหลากหลายของพนักงานในองค์กร

หากพูดถึงเรื่องของการพัฒนาผู้นำให้เข้มแข็ง สุรเชษฐ์ กล่าวว่า โดยภาพรวมแล้วเมื่อเฮงเค็ลต้องการจะเติบโตในประเทศเกิดใหม่ เพราะฉะนั้นในการพัฒนาบุคลากรที่เป็นผู้นำในประเทศเกิดใหม่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด

คำถามก็คือ ผู้นำในความหมายของเฮงเค็ลนั้นเป็นอย่างไร?

"มันว่าด้วยเรื่อง คุณจะต้องนำใคร คุณจะต้องนำอะไร การนำใครในที่นี้หมายถึงการนำตัวเองให้ได้เป็นอันดับแรกเสียก่อน จากนั้นก็นำทีม นำผู้มีส่วนได้เสีย และผู้คนรอบข้าง ส่วนที่ว่าจะนำอะไร ก็คือการนำเรื่อง Performance ตลอดจนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง"

โดยรวมแล้วเฮงเค็ลจะมุ่งพัฒนาผู้นำใน 5 เรื่องหลักๆ ดังต่อไปนี้ 1. มุมมองระดับโลกและการทำงานข้ามสายงาน 2. การตัดสินใจและการสื่อสารที่รวดเร็วและโปร่งใส 3. ความสามารถในการริเริ่มและสนับสนุน กระบวนการเปลี่ยนแปลง 4. กระตือรือร้นในการค้นหา สนับสนุนและพัฒนาพนักงานที่มีความสามารถดีที่สุดได้ และ 5. ต้องปฏิบัติตนเป็นต้นแบบ ด้วยการสนับสนุนการตัดสินใจของบริษัทอย่างมั่นคง มีการดูแลพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรมและไว้วางใจ และผลักดันให้คนในองค์กรเกิดแนวคิดและมีการพูดคุย แชร์ความรู้ ประสบการณ์กันและกัน

สุรเชษฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า นั่นก็เพราะความคาดหวังของบริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความสามารถบริหารธุรกิจในประเทศที่เกิดใหม่เท่านั้นแต่ต้องก้าวไปสู่ขั้นของการบริหารธุรกิจระดับโลกได้ด้วย

จากนั้นก็มาถึงขั้นตอน How to การพัฒนาผู้นำในฝันต้องทำอย่างไร

เฮงเค็ลมีโครงการที่ชื่อว่า AGILE (Accelerated Growth In Leadership Effectiveness) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้นำในประเทศเกิดใหม่โดยเฉพาะ และเริ่่มใช้ในประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิคเป็นอันดับแรก

กระบวนการของโครงการนี้จะเริ่มต้นด้วยการมองหาและคัดกรองพนักงานคนเก่ง ที่สร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ และมีความโดดเด่นกว่าพนักงานคนอื่นๆ (High potentialเรียกย่อๆ ว่าไฮโป ) มาจับกลุ่มทำทีมพัฒนาตัวเองด้วยแนวคิดการทำงานร่วมกันภายใต้สถานการณ์จริง โดยพวกเขาจะได้รับการโค้ชและคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้บริหารระดับสูงภายในระยะเวลา 9 เดือน

" หลักการในการคัดไฮโปเข้าร่วมทำงานเป็นทีม ก็คือ เราจะพยายามผสมผสานเรื่องของเชื้อชาติ หน้าที่การงาน อายุ ประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน และให้ผู้บริหารระดับสูงช่วยโค้ช ให้คำแนะนำ เมื่อได้ทำโปรเจ็คร่วมกัน จะทำให้พวกเขาผ่านประสบการณ์ในการนำทั้งตัวเอง คนในทีม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคน"

ปัจจุบันมีพนักงานไฮโปของเฮงเค็ลผ่านโครงการนี้แล้วประมาณร้อยคน และมีพนักงานถึง 40 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งภายหลังจากผ่านโครงการ

อีกโครงการหนึ่งซึ่งสุรเชษฐ์บอกว่าเป็นอะไรที่พิเศษสำหรับเฮงเค็ลโดยเฉพาะ นั่นคือ "Triple-Two" ที่มุ่งหวังให้ผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพราะนอกจากฟังก์ชั่นงานในบทบาทหน้าที่ของตัวเองแล้วควรต้องรู้ฟังก์งานงานที่นอกเหนือจากนั้น คอนเซ็ปต์ก็คือ ให้ผู้บริหารหมุนเวียนการทำงาน "ในสองประเทศ สองฝ่ายและสองกลุ่มธุรกิจ" เพื่อเพิ่มประสบการณ์ขยายมุมมองที่แตกต่าง

"ถ้าถามว่า จุดไหนที่ผมมองว่าเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ คงเป็นจุดที่มีคนไทยสามารถเติบโตจากตลาดเกิดใหม่ไปเป็นผู้บริหารตำแหน่งสำคัญๆ ในทุกๆ ประเทศทั่วโลก"

และหากให้มองว่าคนไทยเรามีจุดอ่อนเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในเรื่องใด เขาตอบว่าในสมัยอดีตโหมดของคนไทยโดยทั่วไปมักจะใช้ความคิด และฟังก่อนจะตอบ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด สังเกตุได้จากพนักงานของเฮงเค็ลเองที่ไม่เงียบ ฟังแล้วค่อยตอบ ทว่ามีการแชร์ มีการพูดคุยกันมากขึ้น

"บริษัทมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น พวกเขากล้าพูด กล้าแสดงออก ถ้ามองในภาพรวมถ้าหากพวกเขามีประสบการณ์การทำงานร่วมกับคนชาติอื่นๆ เด็กไทยที่มีศักยภาพอยู่แล้วจะไปได้อีกไกล"

ส่วนด้านการพัฒนาความสามารถและประสิทธิภาพให้กับพนักงานนั้น มีการมุ่งพัฒนาเป็นรายบุคคล ในฐานะ HR นันทกาบอกว่า ยกตัวอย่างที่ทำอยู่เช่น การพัฒนาพนักงานทั่วไปให้ก้าวเป็นไฮโป วิธีการก็คือจับคู่ทำ Mentoring ด้วนการนำพนักงานที่มีแวว ( Mentee) มาจับคู่กับผู้บริหาร (Mentor) เพื่อให้ได้มีโอกาสเจอกันและวางแผนการพัฒนาร่วมกันภายในกรอบเวลา 9 เดือน

"วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เป็นการให้พนักงานกำหนดหัวข้อที่ตัวเองสนใจจะพัฒนาเป็นพิเศษโดยตกลงร่วมกับผู้บริหารที่เขาจับคู่ด้วย ส่วน HR เมื่อจับคู่ให้แล้วก็มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้า แต่ท้ายสุดเราไม่ได้มีการประเมินผลเพียงแต่เช็คว่าตัวพนักงานพึงพอใจหรือบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ในตอนแรกหรือไม่"

เธอบอกว่า เคล็ดลับจะอยู่ที่การกำหนดคู่ที่ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้องในสายงานตรง แต่ต้องเป็นการข้ามสายงานเพื่อให้เกิดความอิสระเกี่ยวการเปิดเผยความคิด และแชร์ประสบการณ์ ทั้งมองว่าสิ่งแวดล้อม ทำนองนี้น่าจะช่วยทำให้คนสามารถได้แสดงตัวตนและมีโอกาสในการพัฒนาได้ดียิ่งกว่า

สุดท้าย ในเรื่องการบริหารจัดการความหลากหลายของพนักงานในองค์กร สำหรับเฮงเค็ลในฐานะบริษัทข้ามชาติกลับเจอประเด็นปัญหาที่ต่างไป ซึ่งเป็นเรื่อง "ทัศนคติ" ที่คนไทยติดถิ่นฐานไม่นิยมออกไปทำงาน และเติบโตในต่างแดน

" มันเป็นข้อจำกัดของคนในรุ่นหนึ่ง แต่คงไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่ล้วนอยากไปแสวงหาโอกาสที่ต่างประเทศ เพราะคนที่มาสมัครงานในเวลานี้มักถามเราถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ ขณะเดียวกันทางเฮงเค็ลเองก็จะถามผู้สมัครไปว่า คุณสามารถเดินทางโยกย้ายไปทำงานต่างประเทศในอนาคตข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเกณฑ์หนึ่งที่เราใช้คัดเลือกและมองหาคนเหมือนกัน"

สุรเชษฐ์ กล่าวเสริมว่า ในทางหนึ่ง เฮงเค็ล ประเทศไทยก็คิดหาทางแก้ไขและตอบโจทย์เรื่องนี้ โดยการออกไปมองหาคนไทยหรือคนสัญชาติเอเชียที่เดินทางไปศึกษาหรือทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งทุกๆ ปีจะเดินทางไปค้นหาคนเหล่านี้โดยมีสถานที่หลักๆ ก็คือ สถาบันสอนการจัดการชื่อดังอย่าง Thunderbird มลรัฐอริโซน่า รวมถึงภายในงานจ็อบแฟร์ ประเทศอังกฤษ

--------------------

แม้ว่าจะไม่เป็นที่คุ้นหูคนไทยส่วนใหญ่ แต่เฮงเค็ลก็คือบริษัทระดับโลก และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Dax-30 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองดุสเซลดอล์ฟ ประเทศเยอรมนี อีกทั้งได้ขยายสาขาไปกว่า 120 ประเทศทั่่วโลก ปัจจุบันมีพนักงานราว 47,000 คน ซึ่งกว่าครึ่งก็คือประชากรของประเทศเกิดใหม่

บริษัทแห่งนี้ดำเนินใน 3 กลุ่มธุรกิจหลักๆ ได้แก่ หนึ่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน สอง ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แบรนด์สินค้าดังๆในกลุ่มธุรกิจนี้ เช่น"ชวาร์สคอฟ" และสามเทคโนโลยีกาว ซึ่ง เป็นกลุ่มธุรกิจที่มียอดขายหลักถึงครึ่งหนึ่งของยอดขายรวมของบริษัท

เฮงเค็ลนั้นถือเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์กาว เรียกว่ามีลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะไม่ว่าจะเป็นมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่รถยนต์ ฯลฯ ล้วนมีความจำเป็นต้องใช้กาวในขั้นตอนการผลิตทั้งสิ้น และก็ไม่ เพียงแค่อุตสาหกรรมหนักอย่างเดียว บริษัทยังผลิตกาวอเนกประสงค์ชนิดแท่งที่ชื่อว่า "พริทท์" ให้กับคนทั่วไปได้ใช้สอยอีกด้วย

 

 

 

Tags : เฮงเค็ล