Nationejobs.com
 

Management Corner

มุมสำหรับนักบริหาร ที่มองหาแนวทาง การบริหารงาน และการจัดองค์กร แนะแนวคิดด้านบริหารจัดการใหม่ๆ ที่กำลังได้รับ ความสนใจ จากนักบริหาร และในแวดวง การพัฒนาบุคลากร

 
 

วันที่: 2015-01-27 14:20:52

ลีดเดอร์โรโนมิกส์ ขุมพลังศิษย์เก่า 'จีอี'

สร้างแรงดึงดูดและความน่าสนใจขึ้นมาทันที เมื่อรู้ถึงที่มาของ 'ลีดเดอร์โรโนมิกส์'

ว่าเกิดจากการรวมพลังกันของศิษย์เก่าองค์กรระดับตำนานอย่าง 'จีอี'

เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจที่ปรึกษา และพัฒนาคนแล้วนั้น ถ้าพูดกันถึงเรื่องความยอมรับของลูกค้าก็มักจะเชื่อถือ และศรัทธาบริษัทที่ข้ามฝั่งมาจากโลกตะวันตกอย่างอเมริกา หรือ ยุโรป แน่นอนต้องมากกว่าลีดเดอร์โรโนมิกส์บริษัทสัญชาติมาเลเชียอยู่หลายขุม

สำหรับ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของลีดเดอร์โรโนมิกส์ ก็คือ"Roshan Thiran" เป็นชาวมาเลเซียโดยกำเนิด ซึ่งตัวเขามีความมุ่งหวังจะนำเอาความรู้ ความสามารถในระดับโกลบอลที่มีอยู่คืนกลับไปสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้านเกิด และตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ดำเนินการ ธุรกิจของเขาได้เติบใหญ่กลายเป็นผู้นำในตลาดประเทศมาเลเซียและขยายไปอีกหลายต่อหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน กระทั่งเจ้าของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในมาเลเซียอย่าง "เดอะสตาร์" ยังอดใจไม่ไหวขอมาเอี่ยวร่วมเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์

โมเดลธุรกิจของลีดเดอร์โรโนมิกส์ ปัจจุบันมีบริการอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ 1. บริการให้กับองค์กรธุรกิจ โดยการพัฒนา การโค้ชและเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้บริหาร 2. เป็นมีเดีย ทำหน้าที่เผยแพร่องค์ความรู้ดีๆ ไปสู่สาธารณะ และ 3. ทำโครงการดีๆ ให้กับชุมชน สังคม (ซีเอสอาร์) ที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษก็คือกลุ่มเยาวชน

อย่างไรก็ดี เมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ลีดเดอร์โรโนมิกส์ ได้รุกคืบเข้ามาในตลาดประเทศไทย และ Roshan Thiran ก็ได้อดีตเพื่อนร่วมงานที่จีอี "จรวยพร อภิวรรณศรี"มาช่วยขับเคลื่อนในฐานะ CEO & Facilitator

" การขยายธุรกิจมาไทยจะมีข้อจำกัดเรื่องของภาษาอังกฤษ การจะเดินหน้าได้ต้องเปิดออฟฟิศในไทย ต้องพูดภาษาไทย จำเป็นต้องอาศัยคนไทยมาช่วยทำงาน เมื่อเราได้คุยกันก็คลิก และตัดสินใจออกมาทำ เพราะตัวเราเองก็มีความชัดเจนแล้วว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร เราไม่ต้องการเป็นหนูถีบจักรในองค์กร ไม่ต้องการทำงานหัวปักหัวปำ ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว หรือโฟกัสในเรื่องของรายได้ เงินจนละเลยถึงการคืนกำไรกลับให้สังคม ทำประโยชน์ให้คนอื่น"

จรวยพรกล่าวยอมรับว่า ในช่วงเริ่มต้นยากที่จะทำให้ลูกค้ายอมรับ แต่เนื่องจากตัวเธอเองผ่านประสบการณ์ในงานทรัพยากรบุคคลในองค์กรต่างชาติและไทยมามากกว่า 20 ปี กระทั่งสั่งสมผลงานและชื่อเสียงในการทำงานจนเป็นที่ยอมรับในแวดวง HR พอสมควร

" ความที่ตัวเองเคยทำงาน HRD มาก่อน เคยเป็นกลุ่มลูกค้าของบริษัทที่ปรึกษามาก่อน ทำให้มีความเข้าใจถึงความต้องการ และสถานการณ์ที่ HRD ต้องพบเจอ และสามารถเชื่อมโยงได้ นอกจากนี้ในเครือข่ายของลีดเดอร์โรโนมิกส์เองก็มีกูรู ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่จะช่วยมาให้คำปรึกษา บริษัทเรามีอาร์แอนด์ดีของตัวเอง มีการคิดค้นเครื่องมือใหม่ๆ และหลักสูตรใหม่ๆ ที่สามารถปรับให้เข้ากับบริบทของเมืองไทย"

ถามว่า ภาพรวมความต้องการของลูกค้าไทยเป็นอย่างไร

คำตอบก็คือ บริการหลักของลีดเดอร์โรโนมิกส์ ก็คือการพัฒนาภาวะผู้นำ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในความต้องการของตลาดเมืองไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่องมานานมากแล้ว

"เพียงแต่เวลานี้ ระดับความเข้มข้น และความคาดหวังภายหลังการเทรนนิ่งมีมากยิ่งขึ้น ในอดีต เมื่อบริษัทมีเงินก้อนหนึ่งและต้องการจะเทรนทักษะผู้นำ ก็จะส่งคนไปเทรนแต่เทรนเสร็จแล้วก็ไม่เคยมีการวัดผลว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำลง การใช้เงินเริ่มมีการเข้มงวดขึ้น การส่งคนมาเทรนค่อนข้างที่จะเลือกคนไม่ได้กวาดใครก็ได้มาเหมือนก่อน ต้องโฟกัสมากขึ้น และคาดหวังที่จะเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น"

แม้จะยืนยันว่ามีการปรับหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการ แต่ต้องไม่ใช่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือหัวข้อภายในอาจปรับสลับกันได้แต่เฟรมใหญ่ยังต้องคงเดิม

" เวลาที่เราดีไซน์แต่ละหลักสูตร ที่เราต้องคิดเสมอก็คือ ลูกค้าต้องสามารถนำเอาไปใช้งานได้จริง แต่หากลูกค้าต้องการจะให้เปลี่ยนมากจนโฟกัสเสีย เราก็ถอยเหมือนกัน ลูกค้าบางรายต้องการทำเยอะมาก คุยกันไปคุยกันมา ตัดโน่นนี่ ปะโน่นนี่ เรามองว่าสุดท้ายจะไม่สำเร็จ เขาจะเสียเงินฟรี และเราเองก็เสียชื่อก็จะปฏิเสธ"

ถามว่าบริการของ ลีดเดอร์โรโนมิกส์ ในตลาดไทยเวลานี้ เหมือนหรือมีความแตกต่างกับบริษัทแม่ที่มาเลเซียอย่างไร จรวยพรบอกว่า สุดท้ายแล้วก็ต้องการให้บริการลูกค้าไทยทั้ง 3 ด้านที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการคืนกลับสังคมที่เป็นความต้องการของตัวเธอเองเช่นเดียวกัน หากแต่ตรงจุดสตาร์ทนี้่ ยังคงต้องโฟกัสบริการด้านแรก นั่นคือ บริการให้กับองค์กรธุรกิจเสียก่อน

"ที่ทำอยู่เยอะก็คือ หลักสูตรพัฒนาผู้นำอันดับรองจากเบอร์หนึ่ง หรืออยู่แถวที่สองขององค์กร เพราะผู้นำเบอร์หนึ่งเพียงคนเดียวคงไม่อาจนำพาธุรกิจไปให้ประสบความสำเร็จโดยลำพัง ต้องอาศัยทีมคอยสนับสนุน เรื่องของภาวะผู้นำถ้ารอจนให้คนไปก้าวเป็นหัวหน้าก่อนแล้วค่อยเทรน บางทีมันก็สายเกินไป"

เธอบอกว่า แนวคิดของ ลีดเดอร์โรโนมิกส์ คนในทุกระดับก็สามารถเป็นผู้นำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าแต่ทุกคนควรเรียนรู้ถึงเรื่องภาวะผู้นำแน่นอนแต่ละระดับจะมีความเข้มข้นที่ต่างกัน

คนในระดับจูเนียร์ก็ต้องเริ่มด้วยหลักสูตรที่นำตัวเองให้ได้เสียก่อน ทำให้รู้ว่าVission ตัวเขาเองคืออะไร Mission คืออะไร เป้าหมายคืออะไร แล้วมาบริหารจัดการเวลาให้ได้ บริหารจัดการตัวเองให้ได้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง

เมื่อได้เป็นหัวหน้า ไม่ว่าจะในตำแหน่งของผู้บริหารระดับต้น หรือซูเปอร์ไวเซอร์ ก็จะมีหลักสูตรที่เน้นในทักษะที่จำเป็น เช่นต้องทำอย่างไรจึงจะได้รับความยอมรับจากคนอื่น ศิลปะในการสื่อสาร ศิลปะในการจูงใจคน พูดอย่างไรถึงจะทำให้คนอื่นทำงานมาร่วมทุ่มเททำงานให้ เป็นต้น

"ความสำเร็จอยู่ที่ต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะการส่งคนมาพัฒนา มาเทรนเพียงแค่วันสองวัน แล้วจะกลับออกไปเป็นลีดเดอร์ที่เพอร์เฟ็กต์คงเป็นไปได้ยาก ที่สุดต้องสร้างระบบภายในองค์กรให้รองรับด้วย เราจึงมีการเข้าไปทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกันกับองค์กรลูกค้าเลย"

จนถึงวันนี้ ลีดเดอร์โรโนมิกส์ ประเทศไทย มีลูกค้าอยู่ 12 ราย อยู่ในธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งสถาบันการเงิน ,โลจิสติกส์ ,อุตสาหกรรมการผลิต,เทรดดิ้ง,เทเลคอม ฯลฯ แม้อาจดูว่ายังมีจำนวนน้อย แต่มีสัญญานที่ดีก็คือ 90% ของลูกค้าจำนวนดังกล่าวกลับมาใช้บริการซ้ำ

"เราไม่ได้โฟกัสว่าลูกค้าต้องอยู่ในอุตสาหกรรมใดเป็นพิเศษ แต่จะโฟกัสลูกค้าที่เห็นประโยชน์จากการพัฒนาคนในองค์กรอย่างจริงจัง สิ่งที่เราแฮบปี้ก็คือการที่มีลูกค้ามาบอกว่า ดีใจที่ได้เราเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ด้าน HRD ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการ และเราสามารถพัฒนาคนทำให้เขาเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง"

ในมุมมอง คุณสมบัติผู้นำของเมืองไทย มีความเหมือนหรือแตกต่างกับประเทศอื่น ๆหรือไม่ อย่างไร?

"ไม่คิดว่าต่างกันมาก เพราะวันนี้เราทำงานกันในลักษณะที่เป็นโกลบอลมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าภาษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในการทำงานที่เป็นโกลบอลหรือระดับข้ามชาติ ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ทัศนคติและกรอบความคิด ซึ่งคนไทยมักติดกับดักความเป็นไทยๆ ช่นการนับถือเรื่องความอาวุโส การโปรโมทต้องให้กับคนที่อายุมากกว่า คนไทยเรายังยอมรับเรื่องพวกนี้ยากนิดนึง ขณะที่องค์กรโกลบอลเขาจะดูถึงความสามารถจริงๆ คนอายุน้อยกว่าสามารถเป็นนายคนที่อายุมากกว่าได้ องค์กรที่เป็นไทยมากๆ จะมีค่านิยมพวกนี้ มีความต่างในเรื่องนี้"

เมื่อถามต่อถึงแผนงานในปี 2558 จรวยพรบอกว่า ต้องการโฟกัสในเรื่องคุณภาพของการบริการ เพราะสุดท้ายบริการจะพูดด้วยตัวของมันเอง และคาดหวังว่า ภายในเวลา 3ปี ชื่อของลีดเดอร์โรโนมิกส์ จะติดหูติดปากของลูกค้าองค์กรไทย

"อะไรคือความท้าทายในอนาคต มองว่าอย่างไรก็แล้วแต่ การพัฒนาคนก็ยังคงเป็นหลักสำคัญ ทุกองค์กรมักพูดอยู่เสมอว่า คนคือหัวใจสำคัญ และความท้าทายก็คือ ทำอย่างไรจะให้องค์กรเห็นถึงความสำคัญของคนจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ปากพูด"

 

Tags : ลีดเดอร์โรโนมิกส์