Nationejobs.com
 

Management Corner

มุมสำหรับนักบริหาร ที่มองหาแนวทาง การบริหารงาน และการจัดองค์กร แนะแนวคิดด้านบริหารจัดการใหม่ๆ ที่กำลังได้รับ ความสนใจ จากนักบริหาร และในแวดวง การพัฒนาบุคลากร

 
 

วันที่: 2015-02-17 13:27:48

'เอเอฟุตแวร์'พลิกกลยุทธ์เจาะนักเดินทาง-รับเทรนด์สุขภาพ

กำลังซื้อและเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะอึมครึม ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ฐานลูกค้าหลักของบรรดา "แบรนด์แฟชั่น" ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ 100% นับเป็น "ปัจจัยเสี่ยง" ต่อการดำเนินธุรกิจในปีนี้ไม่น้อย 

            "เอเอ ฟุตแวร์ ตัดสินใจชะลอการลงทุนในปีนี้ เพราะมีหลายปัจจัยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งกำลังซื้อ ปัญหาขาดแคลนพนักงานขาย ไม่เอื้อต่อการขยายร้านใหม่มากนัก"

            เจน จงสถิตย์วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเอ ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรองเท้า เจอ็อกซ์  (GEOX)  ปิแอร์ การ์แดง (PIERRE CARDIN)  และแอร์โรโซล (AEROSOLES) กล่าวว่า นับเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่บริษัทชะลอการลงทุนใหม่ ในส่วนของการขยายเครือข่ายสาขาจากปกติมีการเปิดจุดขายในห้างสรรพสินค้าและช็อปจำหน่าย 10-20 แห่ง คาดปีนี้เหลือเพียง 4-5 แห่ง

            อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมบรรยากาศการค้าขายในปีนี้ "ดีกว่า" ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมุ่งวางกลยุทธ์การทำตลาดเชิงลึกผ่าน "จุดขาย" และ "จุดแข็ง" เรียกว่า "ต่อยอด" ธุรกิจด้วยการลงลึกรอบด้าน เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำยอดขาย และขยายฐานลูกค้า รองรับโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะ "กลุ่มนักเดินทางชาวไทย" ทดแทนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ

            "ชาวไทยมีการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น เป็นโอกาสทางธุรกิจในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ต่อการทำตลาดแบรนด์เจอ็อกซ์ รองเท้าเพื่อการเดินทาง ภายใต้กลยุทธ์ราคาคุ้มค่าเป็นทางเลือกจากคู่แข่ง"

 บริหารสต็อกเพิ่มโอกาสขาย

         ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งบริหารจัดการ "สต็อกสินค้า" อย่างมีประสิทธิภาพ จากปีที่ผ่านมาพบว่า "ผลิตไม่เพียงพอการจำหน่าย" ทำให้สูญเสียโอกาสทางการตลาด

            "ในวิกฤติมีโอกาส เราชะลอการลงทุนใหม่ แต่หันมาปรับปรุงการบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งปีก่อนเราเสียโอกาสขายจากการผลิตไม่ทันไปค่อนข้างมาก"

            ปัจจุบัน พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดการใช้สินค้าและบริการต่างๆ เรียกว่า ไม่มีรองเท้าคู่เดียวสำหรับทุกโอกาส แต่จะเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับโอกาส อีกทั้งแต่ละโอกาสยังมีการใช้รองเท้าหลากหลายประเภท เช่น จากเดิมเคยใส่แต่คัทชูไปทำงาน ก็สามารถใช้รองเท้ากึ่งลองเป็นทางเลือกได้เช่นกัน

รุกออนไลน์ขยายฐานลูกค้า

            นอกเหนือจากช่องทางขายหลัก "หน้าร้าน" ที่มีทั้งจุดขายและช็อป เอเอฟุตแวร์ ยังมีแผนขยายช่องทางขายผ่าน "ออนไลน์" อย่างจริงจัง เพื่อขยายฐานลูกค้าวงกว้างครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปลายปีที่ผ่านมาได้ทดลองทำตลาดผ่านเอ็นโซโก้ และซาโลร่า พบว่ามีการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัดเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่

            ทั้งนี้ ช่องทางออนไลน์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือแก้ปัญหา "พนักงานขาย" มีการหมุนเวียนสูง เป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกสินค้าและบริการทุกประเภท เชื่อว่าในอนาคตการขาดแคลนพนักงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ผู้ประกอบการต้องเร่งเตรียมแผนรับมือ

            "รองเท้าเป็นสินค้าที่ลูกค้าชอบลอง การขายผ่านออนไลน์เป็นเรื่องยาก ค่อนข้างจำกัดในกลุ่มลูกค้าประจำ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดที่จะต้องมองหาวิธีการลดอุปสรรคต่างๆ"

         ในปีนี้ บริษัทยังมุ่งทำตลาดแบรนด์ วอเตอร์ มาสสาจ  (water massage) นำเข้าจากญี่ปุ่น รวมทั้งต่อยอดธุรกิจด้วยการนำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับรองเท้าต่าง มาทำตลาด เช่น สายรัดข้อเท้า ถือเป็นการบุกเบิกสร้างตลาดใหม่

            ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา เติบโต 5% ต่ำกว่าเป้าหมาย

คิดทัน!! สถานการณ์เปลี่ยน

         วิกฤติการเมืองที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจภายใต้มือนักบริหารรุ่นใหม่ อย่าง "เจน" แต่เป็นประสบการณ์ในการ "รับมือ" สถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

            เจน กล่าวว่า แนวทางธุรกิจ ต้อง "คิดใหม่" ตลอดเวลา ในอดีตบริษัทต้องการขยายธุรกิจแฟชั่นครบวงจร หัวจรดเท้า แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สภาวะทางการเมือง กำลังซื้อ และเศรษฐกิจ มีความผันผวน คือโจทย์สำคัญในการปรับตัวและมองหากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ให้มากที่สุด เพื่อสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ดังนั้น ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความสบายมากกว่า "แฟชั่น" ที่ฉาบฉวย มาเร็ว-ไปเร็ว ส่งผลกลุ่มรองเท้าคอมฟอร์ท รวมทั้งเพื่อสุขภาพ มีแนวโน้มขยายตัวสูง จึงพลิกเป้าหมายจาก "แฟชั่นครบวงจร" หันเจาะลึกโอกาสทางการตลาด "กลุ่มรองเท้าสุขภาพและการเดินทาง" ที่เชื่อว่ายัง "ไร้คู่แข่งทางตรง"  โดยมีประเทศ "ญี่ปุ่น" ต้นแบบของสังคมผู้สูงอายุ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ หลากหลาย เป็น "โรลโมเดล" ในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโต

         ภายใต้ความได้เปรียบของ "ฐานผลิต" โดยปีที่ผ่านมาได้มีการลงทุนเครื่องจักรใหม่ เสริมจุดแข็งทางด้านการผลิตทั้งแบรนด์เก่าและใหม่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน การบริหาร "ผลผลิต" ให้มากขึ้นในจำนวนคนเท่าเดิม เพื่อให้ได้ปริมาณขายมากขึ้น  ย่อมสร้างยอดขายได้มากขึ้นนั่้นเอง

 

- See more at: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/634996#sthash.AWC4xvjO.dpuf