Nationejobs.com
 

Moeny @ Work

“งาน” มีความสำคัญกับทุกคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า “การเงิน” ก็มีความสำคัญ ต่อการใช้ชีวิต ไม่น้อยไปกว่ากัน ลำพังการทำงานหาเงิน ไม่ได้ช่วยให้ คุณมั่งคั่งขึ้นมาได้ หากขาดหลักการใช้เงิน และบริหารเงิน ด้วยความรอบคอบ และระมัดระวัง

 
 

วันที่: 2010-04-05

โชคชัย เจริญสุข..เกือบพลาดตกหลุมพรางหนี้เพราะใช้เงินเกินตัว
จะเรียกว่าโชคยังเข้าข้างก็ได้ สำหรับ "โชคชัย เจริญสุข" นักร้องที่กำลังมีผลงานร่วมกับศิลปินอีกหลายคนในอัลบั้ม เดอะ สมอลล์ ดรีม โปรเจ็ค

เพราะเขาเกือบพลาดท่าตกหลุมพรางแห่งหนี้ที่เกิดจากบัตรเครดิตมาแล้ว เพราะมัวแต่รูดปรื้ด..รูดปรื้ด จนใช้เงินเกินตัว แต่ในที่สุดเมื่อตั้งสติได้ ก็รู้สึกว่า ถ้าไม่อยากเป็นหนี้อย่างเรื้อรัง ก็ควรจะหยุดการใช้จ่าย

"นั่นเป็นประสบการณ์ผิดพลาดการใช้เงินของผม แต่ก่อนใช้เงินเกินตัว เรียกว่าใช้จนต้องหักบัตรเครดิตทิ้ง เพราะรู้ตัวว่าถ้าขืนใช้ต่อไป เราเป็นหนี้แน่นอน โชคดีที่ตอนนั้นยังไม่ถึงขั้นเป็นหนี้ เพราะยังเป็นช่วงที่มีกำลัง แต่รู้แล้วว่าใช้เงินเกินตัวมาก ถ้าปล่อยตัวเองให้ใช้เงินแบบนั้นต่อไป ระบบการเงินเละแน่ พอหักบัตรเครดิตทิ้งผมก็กลับมาใช้เงินสดแทน เลิกใช้บัตรเครดิตไป 10 ปี เพิ่งกลับมาใช้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี่เอง"

ประสบการณ์ความผิดพลาดทางการเงินของโชคชัย นอกจากเรื่องการใช้เงินเกินตัวแล้ว ยังมีอีกหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุนที่ผิดพลาด การซื้อรถยนต์ที่แพงไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความคิดก็เติบโตขึ้นตามวัย และใช้ประสบการณ์ความผิดพลาดเป็นบทเรียน นั่นทำให้ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออม ลงทุน หรือใช้จ่าย โชคชัยจะทำอย่างรอบคอบ คิดและทำการบ้านก่อนเสมอ

ทุกวันนี้ เขาวางแผนการเงินและใส่ใจกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มากขึ้น นั่นเพราะเขามีครอบครัวและมีลูกน้อยที่ต้องดูแล ทำให้เรื่องการจับจ่ายใช้เงินจำเป็นต้องรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น

"อาชีพคนในวงการ ไม่ยั่งยืน ผมเองก็ต้องมองหาอาชีพรองรับ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไป พอมีครอบครัวผมก็ต้องหันมาใส่ใจบริหารเงินทองพอสมควร ยิ่งมีครอบครัว ก็ต้องจัดสรรเงินไว้เพื่อลูกและครอบครัว เช่นก้อนนี้เอาไว้ใช้จ่าย ก้อนนี้เอาไว้ต่อยอดลงทุน โดยเฉพาะการวางแผนเรื่องการศึกษาให้กับลูก มีเรื่องค่าเทอม ที่เดี๋ยวนี้แพงมาก ก็ต้องเตรียมไว้ ถ้าไม่เตรียมวางแผนผมว่าอนาคตจะยุ่ง"

โชคชัยเล่าให้ฟังถึงเรื่องการลงทุนของเขา ว่าในอดีตเขาเป็นนักลงทุนที่ลุยเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นอย่างไม่ได้ศึกษาให้ดีเสียก่อน จึงบาดเจ็บไปตามระเบียบ นั่นเพราะไม่ได้ศึกษาอย่างดีพอ และไม่ได้รู้จักหุ้นดีเท่าไหร่ ตอนนั้นก็ลงทุนแบบซื้อมาขายไป

"คนอื่นบอกว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้ดี พอขาดทุน เราโทษคนอื่นไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง ที่เราไม่ได้ศึกษาอย่างดี เราเล่นเพราะเพื่อนชวน ฟังเพื่อน ฟังมาร์เก็ตติ้ง แล้วก็พลาด นั้นเล่นอยู่เกือบปี ตอนแรกก็ดี ต่อมาลงจนขาดทุนเหลือไม่เท่าไหร่ สุดท้ายยอมขาดทุนตอนหลังก็เลยเลิกเล่นหุ้น และเก็บเงินไว้ลงทุนเองดีกว่า และทำให้ไม่อยากเข้าไปเล่นหุ้นอีก เพราะรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไปและไม่ใช่แนวของเรา เราคงต้องไปหาอะไรที่ชัดเจนและเหมาะกับเราดีกว่า

แม้จะเคยผิดพลาดเจ็บจากตลาดหุ้น แต่โชคชัยก็ไม่ได้มีทัศนคติเลวร้ายกับตลาดหุ้นแต่อย่างใด เขาบอกว่า ถ้าหากศึกษาตลาดอย่างดีพอ มีเวลา มีผู้รู้ให้คำแนะนำ มีเงินเย็นและมีเงินมากพอ การลงทุนในตลาดหุ้นก็ยังเป็นช่องทางการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกับนักลงทุนได้

"ผมว่าความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ดี ก่อนอื่นเราต้องมานั่งดูว่าและทำความเข้าใจว่าความผิดพลาดเกิดจากตรงไหน ต้องถามตัวเองก่อน จะได้แก้ไขถูก ผมยังมองเห็นข้อดีของตลาดหุ้นในการสร้างผลตอบแทนที่ดี อนาคตผมอาจจะกลับไปลงทุน ผมว่าคนมีเงินเย็นน่าจะลงทุนง่ายกว่า เราต้องเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีมีอนาคต น่าจะปลอดภัย"

ปัจจุบัน โชคชัยกำลังสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เขากำลังศึกษาข้อดีข้อเสียของการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่า เขามองว่าทำเลสำคัญที่สุดสำหรับการลงทุนประเภทนี้ เพราะถ้าทำเลดี ซื้อไว้แล้วปล่อยเช่าได้และอนาคตจะปล่อยขายก็น่าจะไม่ยาก

"ผมยังไม่เคยลงทุนในรูปแบบนี้ แต่ก็กำลังดูอยู่ อันดับแรกผมว่าต้องอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก และได้ผู้พัฒนาโครงการที่ดี เพราะถ้ามีประสบการณ์เขาคงตีโจทย์มาให้เราแล้ว ว่าตรงไหนเป็นทำเลน่าจะปล่อยเช่าง่าย ดูระบบสาธารณูปโภค ส่วนกลางต้องเช็คให้ดี บางคนซื้อไม่ได้ดูตรงจุดนี้ และแน่นอนเรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด"

นอกจากนี้ เขาก็ให้ความสนใจที่จะลงทุนในทองคำด้วย โชคชัยบอกว่าปกติก็มีซื้อเก็บเอาไว้บ้าง และปล่อยขายบ้างเป็นบางช่วง แต่ตอนนี้ราคาทองเกือบไปถึง 2 หมื่นบาทจะซื้อก็รู้สึกว่าแพง ต้องรอไปก่อน ถ้าราคาขยับลงมา เขาก็มีแผนที่จะเข้าไปซื้อทองเก็บไว้อีกเรื่อยๆ

"นอกจากทอง คอนโด ตอนนี้ หลักๆ แล้ว ผมใช้หลักว่าต้องเห็นข้างหน้าก่อนว่าเป็นเงินถึงจะจับ หรือเข้าไปลงทุน ตอนนี้ก็ทำร้านอาหาร อยู่ที่อยุธยา ชื่อร้านเถ้าแก่ลาว ทำมา 5 ปีแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่ในตัว "

โชคชัยยังเล่าถึงการใช้จ่ายของเขา ว่าเขาก็ยังพอใจในการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าแบบผู้ชายๆ เช่นรถยนต์ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไฮเทคโนโลยี นั่นเป็นกิเลสของโชคชัยที่ยังคงอยู่

"ผมว่าคนเรามีกิเลสทุกคน อยากได้นั่นอยากได้นี่ อย่างผมชอบเครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ วิธีของผมคือ เราต้องเดินทางไปหามัน เราชอบต้องไปหาสิ่งที่เราชอบ เดินชมทุกอย่างให้มีความสุข แต่ไม่ซื้อ บอกตัวเองว่า เดี๋ยวรุ่นใหม่ก็มา ซื้อไปเดี๋ยวตกรุ่นเปล่าๆ หรือเวลาอยากได้อะไรมากๆ ต้องบอกตัวเองว่าทุกวันนี้เราก็มีอยู่แล้ว ทุกวันนี้ ผมก็ไม่ได้ซื้อของบ่อยๆ แต่เวลาซื้อก็หมดเงินก้อนใหญ่ ซื้อทีเดียวแต่ใช้คุ้มค่าไปเลย"

โชคชัยเป็นคนหนึ่งที่ความคิดเติบโตตามอายุ หยิบข้อผิดพลาดในอดีตมาเป็นครูของปัจจุบัน เพราะเขาไม่อยากพลาดซ้ำซาก โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ