Nationejobs.com
 

News & Events

 
 

วันที่: 2003-08-05

หมู่บ้านไม้ตะพด อ.พระพุทธบาท ในวันนี้ อาจกลายเป็น เพียงตำนานในวันหน้า

ไม้ตะพดขนาดเหมาะมือ ที่วางขายกันอันละ 5 บาทนั้น อาจดูเหมือนของที่ระลึกทั่วๆ ไปสำหรับผู้มาเยือน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี แต่เมื่อสืบสาวให้ลึกลงไปอีกนิด จะรู้ว่าไม้เท้ายาวเมตรกว่าๆ นี้ มีที่มาที่ไปน่าสนใจอยู่

ว่ากันว่า...รอยพระพุทธบาท ถูกค้นพบขึ้นเมื่อ ครั้งสมัยพระเจ้าทรงธรรม ในสมัยนั้นการจะขึ้นไปสักการะ ก็ทำได้ลำบาก เพราะไม่มีถนนหนทางดีๆ อย่างในปัจจุบัน หากใครต้องการ จะขึ้นไปสักการะ เวลาเดินทางขึ้นไปจึง ต้องใช้ไม้เท้า ไม้ค้ำ ช่วยในการเดินเท้าขึ้นไป และเมื่อขึ้นไปถึง ก็จะใช้ไม้ค้ำที่ว่านี้เคาะระฆัง ซึ่งในภายหลังไม้ค้ำที่ว่า จึงวิวัฒนาการขึ้นมากลายมาเป็นไม้ตะพด และหากใครมาที่วัดพระพุทธบาทแล้ว ไม่ได้ใช้ไม้ตะพดเคาะระฆัง ก็ถือว่ามาไม่ถึง อพระพุทธบาทกันเลยทีเดียว จึงไม่แปลกอะไร ที่จะเห็นไม้ตะพดวางขายอยู่ดาษดื่นทั่วไป ในอำเภอนี้

เมื่อเป็นสินค้าที่ขายได้ ขายดีประจำท้องถิ่น อาชีพทำไม้ตะพดขาย จึงกลายเป็นอาชีพหลักของหลายๆ ครัวเรือนในอำเภอแห่งนี้ไปโดยปริยาย และถ้าอยากรู้จักแหล่งผลิตก็ต้องไปที่ ตรอกพุทธโธ อ.พระพุทธบาท เพราะเป็นหมู่บ้านที่ทำไม้ตะพด กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ประมาณ 10 กว่าครัวเรือน

ลุงเดช อินทร์นุช วัย 61 ปี ซึ่งอาศัยรายได้หลัก จากการทำไม้ตะพด เลี้ยงชีพมานานกว่า 10 ปีแล้ว ได้เล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการทำว่า เริ่มจากการคัดเลือกไม้ก่อน ใช้ไม้ไผ่รวกที่มีหัวสวยๆ หน่อย มีความยาวขนาดเมตรกว่า ไม้ที่หาได้จะไม่ตรง ต้องนำมาดัด แล้วถากเปลือกไม้ออกให้เห็นเนื้อไม้สีขาว จากนั้นใช้กระดาษทรายเบอร์ 3 หรือเบอร์ 4 ขัดให้เรียบ นำตากแดดทิ้งไว้ให้เนื้อไม้แห้ง แล้วนำไปลนไฟให้เกิดลวดลายบนไม้ เมื่อได้ลวดลายตามต้องการ ก็มาทาแลกเกอร์ให้เงา ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมขายได้แล้ว

"โบราณเขาเรียกไม้นี้ว่า ไม้สักกะเท้า ต่อมาก็เรียกว่าไม้ตะพด ปกติที่บ้านก็จะมีลูกๆ หลานๆ ช่วยกันทำ ได้ประมาณวันละ 50-60 อัน ถ้าอันเล็กก็ขายอันละ 5 บาท อันใหญ่ก็อีกราคาหนึ่ง ที่นี่จะขายดีมากช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพราะคนจะซื้อไม้ไปเคาะระฆังที่วัดพระพุทธบาท ในงานตักบาตรดอกไม้"

การหาไม้มาทำไม้ตะพดนั้น ลุงเดชบอกว่าต้องไปหาที่ ต.พุดซาง อ.พระพุทธบาท เพราะมีไม้เยอะ แต่ไม่ใช่ว่าจะดุ่มๆ เข้าไปได้ง่ายๆ ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ อบต.ก่อน ต้องไปหาไม้มาตุนไว้ก่อน ประมาณช่วงเดือน 4 ถึงเดือน 6 บางทีก็ได้มาประมาณร้อยกว่าอัน ถ้าไปช่วงเดือน 7-8 จะไม่ได้เลย เพราะต้องรอให้หน่อไม้ขึ้นก่อน

ชุลี บรรดาศักดิ์ เป็นอีกคนหนึ่ง ในตรอกพุทธโธที่เติบโตมา ในครอบครัวทำไม้ตะพด ตัวเธอเองก็เริ่มหัดทำไม้ตะพด มาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่แค่ ป.4 และทำเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน จนกลายเป็นอาชีพหลัก ที่เลี้ยงเธอและสมาชิกในครอบครัวรวม 3 ชีวิตให้พอมีพอกิน

"การทำไม้ตะพดนี้ถือว่าเป็นงานหลัก ของครอบครัวพี่ เราก็ช่วยๆ กันทำ แบ่งหน้าที่กันไป แฟนพี่ก็เป็นคนไปหาไม้ ถอนไม้มา เอามาขัดมาเกลาให้ได้รูป ลูกชายของพี่ก็ช่วยทำได้ ลำพังเราเอาไปขายอย่างเดียว ก็พอมีพอกินไปวันๆ แต่ที่ช่วยให้รายได้ดีขึ้นมา อีกก็เพราะมีคนจากที่อื่น บ้านอื่นเขามาสั่งไปขาย พวกที่สั่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่อยู่ ในจังหวัดสิงห์บุรี, นครราชสีมา พวกจังหวัดที่มีวัดมีระฆัง สั่งครั้งหนึ่งก็ 2-3 พันอัน เราขายส่งอันละ 4 บาท ตรงนี้ก็เลยทำให้รายได้ดีบางเดือน สามารถมีรายได้มากถึงหมื่นห้า"

แต่สิ่งหนึ่งที่คนทำไม้ตะพด ในหมู่บ้านแห่งนี้รู้สึกวิตกกังวล อยู่ในใจคือ จ.สระบุรี เป็นจังหวัดที่มีการระเบิดภูเขากันมาก ซึ่งถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในวันใดวันหนึ่ง หมู่บ้านไม้ตะพด ก็อาจเหลือทิ้งไว้แค่ตำนานเท่านั้น เพราะไม่มีป่าไม่มีภูเขา ให้เข้าไปหาไม้แล้ว

"ก็เสียความรู้สึกเหมือนกัน เพราะไม่รู้จะไปทำอะไรกิน การทำไม้ตะพดทำให้เราทำงานอยู่ที่บ้านได้ แต่เห็นว่าทางผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่เขาจะช่วยเหมือนกัน อาจเป็นการหาที่ใหม่ให้เราไปเอาไม้มาทำได้" ลุงเดช กล่าวอย่างไม่ค่อยแน่ใจในอนาคตนัก

วันนี้ไม้ตะพด ของลุงเดช และของครอบครัวอื่นๆ ที่ตรอกพุทธโธ ยังคงมีวางขายเป็นของฝากติดไม้ติดมือ สำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ แต่ถ้าวันใดเริ่มมีเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า การทำไม้ตะพดไม่ใช่สำคัญ หรือจำเป็นของชาวพระพุทธบาท และคนทั่วไปแล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลความรู้สึก ของคนที่เคย อาศัยไม้ตะพดเลี้ยงปากเลี้ยงท้องบ้างแล้วกัน สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543