Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2009-04-19

ผิวดีได้ ไม่ต้องสะอาด 100%
ใครๆ ก็อยากมีหน้าขาวใสบ้องแบ้วสไตล์สาวเกาหลี หนุ่มกิมจิ เสียเวลานั่งเข้าคิวรอหมอตามคลินิกดูแลผิวหน้าเป็นชั่วโมงก็ยอมขอให้หน้าขาวใสเป็นยองใย

คนผิวคล้ำก็อยากจะไปฉีดผิวให้ขาวตามแฟชั่น ความเป็นจริงไม่ต้องขาวก็สวยได้ ด้วยเทคนิคง่ายๆ ในการใส่ใจดูแลตัวเอง หมอผิวหนังฝากบอกมากับปากตัวเอง

น.พ.รัฐภรณ์ อึ๊งภากรณ์ แพทย์จากศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บอกว่า ความเชื่อว่า คนสวยจะต้องผิวขาวใสไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะที่จริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องผิวใส แต่ถ้าทำให้ดูมีน้ำมีนวล ผิวเนียน กระจ่าง ดูสะอาดสะอ้าน ดูมีสุขภาพดีเหมาะกับผิวตัวเอง นั่นแหละความหมายที่แท้จริงของคำว่า ผิวใส

" บางคนหวังเกินเลยความเป็นจริง เช่น คนดำอยากขาว ซึ่งไม่มีวันเป็นไปไม่ได้ สภาพผิวร่วงโรยไปตามวัยและเวลา คนเราพอโตเป็นผู้ใหญ่ หรืออายุสูงวัยจะทำให้ผิวใสปิ๊งเหมือนเด็ก ต้องยอมรับว่าทำไม่ได้ แต่การทำให้สภาพผิวดูดีกว่าเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันนี่สิเป็นสิ่งที่ทำได้" น.พ.รัฐภรณ์ ยืนยัน

โดยธรรมชาติ วัยเด็กสภาพผิวสวยอยู่แล้ว แทบจะไม่ต้องทำอะไรมากเลย แค่บำรุงและปกป้องนิดหน่อย เช่น ทาครีมกันแดด ครีมบำรุงผิว ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง ถ้าคนผิวมันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงผิวเลย ส่วนคนที่มีผิวภูมิแพ้อาจต้องเลือกให้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง

แพทย์ผิวหนังจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยอมรับว่า คนสนใจปัญหาผิวสวยงามกันมากขึ้น ต่างจากสมัยก่อนซึ่งจะมาพบแพทย์ด้วยโรคผิวหนังภูมิแพ้ ผื่นคัน อักเสบ แต่ตอนนี้ต้องยกให้กับเรื่องความสวยงามเป็นหลัก

"แนวโน้มค่านิยมเปลี่ยนไป คนรักสวยรักงามมากขึ้น ทำอย่างไรไม่ให้มีริ้วรอยจากสิวฝ้า รอยแผลเป็น จุดด่างดำ นี่เป็นปัญหาอันดับ 1 เดี๋ยวนี้คนต้องการหน้าใส โดยส่วนตัวมองว่ามีพื้นฐานจากโฆษณาขายฝัน ขณะที่สมาคมแพทย์ผิวหนังพยายามย้ำอยู่เสมอว่า ไม่ต้องขาว ก็แลดูสวยได้" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง กล่าว

ที่ผ่านมา มักเข้าใจว่าการรับประทานอาหารที่ดีก็เพียงพอ นอนหลับให้เพียงพอ หน้าใสได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย แต่น.พ.รัฐภรณ์ กลับมองว่า อาหารดีอย่างเดียวไม่พอ เพราะแสงแดดมีอิทธิพลต่อสภาพผิวค่อนข้างมาก

ขืนโดนแดดบ่อยๆ ไม่มีเกราะป้องกันระยะสั้นที่เห็นได้ชัดเจนคือ รอยแดง รอยไหม้ รอยย่น ส่วนระยะยาวทำให้เป็นฝ้า เป็นกระ ผิวหนังกระด้าง โรคมะเร็งผิวหนังถามหา ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วยการป้องกันเพราะหากเกิดแล้วจะแก้ไขเป็นเรื่องยาก

การดูแลผิวตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นไปได้ควรทาครีมกันแดด ครีมบำรุงผิว ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง เนื่องจากผิวคนเรามีหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา และผิวผสม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีให้เลือกมากมาย แต่ต้องเลือกให้ถูกกับสภาพผิวด้วย

สำหรับครีมกันแดด ในทางการแพทย์เห็นพ้องกันว่าเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งทามากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ข้อจำกัดอยู่ที่ว่าครีมทากันแดดที่ SPF สูงกว่า 40 ขึ้นไป ให้ผลไม่แตกต่างในแง่ของการปกป้อง ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อครีมทากันแดด แพทย์แนะนำว่าให้เลือกที่มีค่า SPF ที่ 30-50 ทาในปริมาณที่เพียงพอ และที่สำคัญต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง

หมอยังแนะนำวิธีดูแลสุขภาพใบหน้าที่ถูกต้องว่าไม่จำเป็นต้องสะอาด 100% เพราะผิวหนังต้องการสิ่งแปลกปลอม แบคทีเรีย ขี้ไคล ซึ่งต้องมีติดอยู่บนใบหน้าบ้าง นั่นคือสิ่งที่ธรรมชาติให้ในการปกป้องใบหน้าต่อสภาพแวดล้อม

"แบคทีเรียมีฤทธิ์เป็นกรดสามารถต่อต้านแบคทีเรียบางชนิดให้ที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆ ได้ ส่วนขี้ไคลเปรียบเสมือนเกราะกำบังผิวเราไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไป ถ้ายิ่งไปขัดไปถูบ่อยๆ ก็จะเหลือแต่เนื้อ ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เกิดรอยแดง รอยแตก บางครั้งสะอาดเกินไปก็ใช่ว่าจะดี"

ทิ้งท้ายสำหรับคนที่อยากมีผิวใสกับเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลสภาพผิวหน้า อย่างแรกต้องรู้สภาพผิวของตัวเองก่อนว่าเป็นคนผิวแบบไหน ผิวธรรมดา ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม จากนั้นเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม

ประกอบกับพิจารณาดูว่ากิจวัตรประจำวันของตนเป็นอย่างไร หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าได้หรือไม่ หากไม่ได้ควรใช้ผลิตภัณฑ์อะไรล้างทำความสะอาดหน้า ผลิตภัณฑ์ที่ดีใช้แล้วหน้าจะต้องไม่สาก หรือฝืดขณะสัมผัส แต่จะต้องลื่นๆ นิดๆ แสดงว่าความชุ่มชื่นยังคงอยู่บนใบหน้า

“แท้จริงแล้วการดูแลใบหน้าสามารถทำได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่วันเด็ก จนถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะผิวมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และต้องใส่ใจดูแลไปตลอดชีวิต ซึ่งการใส่ใจดูแลสุขภาพผิวตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้มีผิวใสได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแพทย์เลยด้วยซ้ำ” คุณหมอแนะนำความกระจ่างใส

ที่มา : จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา