Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2014-06-10 16:57:30

กำจัดทัศนคติเชิงลบ

ก่อนจะสร้างทัศนคติเชิงบวกได้ เราจำเป็นต้องรู้จักขั้วตรงกันข้ามที่เป็นเชิงลบเหนี่ยวรั้งให้เราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับโอกาสดีๆ ได้

ไอทีไร้พรมแดน ฉบับที่แล้วเกริ่นไป 4 ข้อ วันนี้มาต่ออีก 6 ข้อ

 

ประการที่ 5 ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่กล้ารับความท้าทายต่างๆ ซึ่งจะทำให้ไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ หากมัวแต่วิตกกังวล ไม่กล้าเผชิญหน้าสู้ปัญหา ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองและปฏิเสธเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โอกาสประสบความสำเร็จจะยิ่งน้อยลงไปอีก

 

เพราะท้ายที่สุดเราจะรู้แค่สิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว ยิ่งทำงานก็ยิ่งทำซ้ำจุดเดิม ขณะที่อนาคตมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเสมอ และมีแต่ความไม่แน่นอน มีสิ่งที่เดียวที่ต้องทำ คือต้องปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ รับความท้าทาย กล้ายอมรับว่าอะไรที่เรารู้และอะไรที่เราไม่รู้ เพื่อเร่งเรียนรู้เสริมจุดอ่อนของตัวเอง

 

ประการที่ 6 ยึดติดกับอดีต โดยเฉพาะอดีตที่เคยประสบความสำเร็จจนทำให้หลงอยู่กับความสำเร็จเก่าๆ หรือแม้แต่คนที่เคยล้มเหลวแล้วหวาดกลัวจะเกิดขึ้นซ้ำอีกจนไม่กล้าก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่กล้าเผชิญหน้าความไม่แน่นอนของอนาคต

 

เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับความพร้อม การฝึกฝน กล้าท้าทาย กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าเรียนรู้ของตัวเอง รวมถึงต้องลืมความสำเร็จหรือล้มเหลวของตัวเองในอดีตให้ได้ เพราะบทเรียนในอดีตนั้นไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จของเราในอนาคต

 

ประการที่ 7 ทำผิดซ้ำซาก และเป็นเรื่องที่เคยทำผิดมาก่อนแล้ว เพราะไม่มีความสามารถเรียนรู้จากสิ่งที่เคยทำ ซึ่งความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดูจากภาษิตจีนโบราณก็สอนไว้ว่า ความล้มเหลวในอดีตเป็นแม่ (หรือพื้นฐาน) ของความสำเร็จในอนาคต

 

ถ้าไม่กล้าเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต และทำผิดซ้ำซาก สุดท้ายก็เสียเวลาและห่างจากความสำเร็จไปเรื่อยๆ จนโอกาสประสบความสำเร็จก็จะเป็นไปไม่ได้เลย เราสามารถทำผิดได้ครั้งเดียวได้จากไม่รู้เป็นรู้ และจากรู้เป็นความเชี่ยวชาญเท่านั้น

 

ประการที่ 8 อิจฉาริษยาความสำเร็จคนอื่น เพราะเราไม่จำเป็นต้องอิจฉาคนอื่น แต่ควรมีเป้าหมายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเล็กหรือใหญ่ก็ตามเพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเองด้วย ความอิจฉาจึงเป็นตัวถ่วงความเจริญก้าวหน้าของตัวเอง เพราะยิ่งอิจฉายิ่งทำให้เราหลงลืมเป้าหมายตัวเองไปมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ประการที่ 9 ท้อแท้ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มตั้งต้นและอาจต้องเจอกับอุปสรรคหรือความล้มเหลว ตั้งแต่ครั้งแรกๆ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วความล้มเหลวเป็นเหมือนกระจกสะท้อน ที่เป็นอีกด้านหนึ่งของความสำเร็จ ถ้าคิดให้ดี จากลบก็จะกลายเป็นบวก เช่น ถ้าครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นการเรียนรู้ได้มากมายหลายเรื่อง จากไม่รู้กลายเป็นรู้ เพื่อแก้ไขครั้งต่อไปทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ตลอด

 

ประการสุดท้าย คือปัญหาเกิดจากทุกคนรอบข้าง ซึ่งคนที่มีทัศนคติแบบนี้จะไม่เห็นข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดใดๆ ที่เกิดจากตัวเอง แต่มักโทษคนอื่นรอบข้าง ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง อาจารย์ เพื่อนฝูง ฯลฯ เพราะเขามักจะรู้สึกว่าไม่มีใครปฏิบัติต่อเขาอย่างเท่าเทียม

 

หากคิดกลับได้ว่าทุกคนรอบตัวนั้นให้โอกาสเรามากพอแล้ว เราจะกลับมาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่ามีสาเหตุจากอะไร และท้ายสุดเราจะเห็นข้อบกพร่องตัวเองที่สามารถปรับปรุงได้ ทำให้ใกล้ความสำเร็จเข้าไปได้อีกนิด เพราะความสามารถแต่ละคนมีความแตกต่างกันน้อยลงมาก การสร้างทัศนคติเชิงบวกเป็นเรื่องสำคัญและเป็นรากฐานที่มั่นคงให้เราค่อยๆ ไขว่คว้าหาความสำเร็จในอนาคต

 

Tags : แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ