Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2014-07-29 12:20:21

อยากโต (ตอนต้น)

ขณะขับรถผ่านย่านการค้าใหม่แถวจุฬาฯ มองไปเห็นธุรกิจขนาดเล็กเพิ่งเกิดจำนวนมากมาย ทั้งร้านกาแฟ ร้านขนม

ร้านถ่ายรูป ถ่ายเอกสาร ดูๆ แล้วกิจการก็น่าจะไปได้ดีด้วยมีขนาดตลาดในพื้นที่มากพอ และการคัดสรรสินค้าบวกการตกแต่งบรรยากาศที่ก็ดูว่าเข้ากันดีกับความสนใจ ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแถบนี้ จากนั้นก็คิดต่อไปถึงว่าหลังจากนี้สัก 2-3 ปีเมื่อธุรกิจเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาน่าจะมีรายได้เต็มที่สักเท่าไร เพียงพอเหมาะสมแล้วที่จะเป็นเช่นนี้ต่อๆ ไป หรือในฐานะผู้ประกอบการน่าจะคิดขยับขยายทำอะไรได้อีก

ความครุ่นคิดนี้เป็นเรื่องปรกติของคนทำธุรกิจโดยเฉพาะที่ยังอายุไม่มากนัก จะให้หยุดแค่ที่เป็นก็ดูจะหมดพลังไปนิด แต่จะให้โตต่อก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องไปในทิศทางใด Philip Kotler และ Milton Kotler ถึงขั้นเขียนออกมาเป็นหนังสือ “Market Your Way to Growth: 8 Ways to Win” เพื่อถ่ายทอดวิธีโตให้ได้อย่างมีกำไรและยั่งยืน ที่ต้องเน้นโตอย่างไรไว้ด้วยก็เพราะมีหลายองค์กรที่ปั้นธุรกิจขนาดเล็กขึ้นได้อย่างประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงการขยายขนาดเป็นอีกเสกลกลับล้มเหลวขาดทุน ด้วยเหตุความไม่สามารถจัดระบบควบคุมกระบวนการทำให้ช่องโหว่ที่เคยเป็นรูเล็กๆ กลับกลายเป็นรูกว้างๆ เลือดออกจนกระทั่งต้องล้มหายตายจากกันไป

อีกประการคือเมื่อธุรกิจ เติบใหญ่ จากที่เคยปรับเปลี่ยนตัวเองได้คล่องตัวเมื่อเล็กก็กลับทำได้ยากขึ้น จึงทำให้หลายองค์กรไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แบบยาวๆ

ดังนั้นก่อนคิดจะขยับขยาย สิ่งแรกที่ควรทำจึงเป็นการกลับมาเช็กสุขภาพตัวเองก่อน คล้ายจะออกวิ่งทางไกลคงต้องกลับมาดูว่าฟิตแอนด์เฟิร์มพร้อมแล้วหรือยัง ในฝั่งธุรกิจได้แก่การปรับหลังบ้านมุ่งที่การ “Go Lean” อะไรที่เป็นส่วนเกินอ้วนเทอะทะก็ขจัดออกบ้างและอย่าเสียดาย สินค้าเก่ายอดไม่ขยับอาจถึงเวลาบ๊ายบาย ภาษิตจีนว่าไว้ “ขึ้นที่สูง อย่าแบกของหนัก”

จากนั้นในการวางแผนโต อาจลองพิจารณา 8 วิธีที่ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการนำมารวบรวมเรียบเรียงช่วยประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การโตใกล้ตัวโดย

1. การไปแย่งส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่งมา กลยุทธ์ ได้แก่ การทำโปรโมชั่นดึงดูดใจ แต่แค่นั้นไม่พอเพราะจะได้แค่ระยะสั้น หากจะทำให้ธุรกิจโตต้องเชื่อมต่อไปถึงการสร้างคุณค่าในสินค้าบริการที่สามารถเก็บลูกค้าที่ไปชวนผ่านโปรโมชั่นมาให้อยู่ต่กับเราไปอีกยาวๆ ตัวอย่างจากแบรนด์เสื้อผ้าหมุนเร็วอย่าง H&M ดึงดูดลูกค้าด้วยของใหม่ๆ ในราคาจับต้องได้ แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีสินค้าที่ดีไซน์โดนใจด้วย กระทั่งลูกค้ากลายมาเป็นขาประจำเพราะรู้ว่าเข้าร้านนี้ได้เจอของชอบและเลือกซื้อหาได้อย่างแน่นอน

2. การโตจากการขยายกลุ่มลูกค้า เช่นที่เคยครองใจตลาดผู้หญิงก็ขยายเข้าสู่ผู้ชาย อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางค์ทั้งหลาย ปัจจุบันหันมาทำตลาด Metrosexual Men กันมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ในทางกลับกัน มีแบรนด์ที่เคยขายผู้ชายเป็นหลัก เช่น เหล้า บุหรี่ ออกผลิตภัณฑ์ขยายเข้าไปจับตลาดผู้หญิง เพราะเห็นมีกำลังซื้อและอำนาจตัดสินใจสูงขึ้น หรือในบางกรณีที่เคยเป็นสินค้ากลางๆ ก็โตด้วยการออกมาระบุแยกเพศโดยหวังว่าความเฉพาะทางจะช่วยขยายการเติบโต เช่น โถสุขภัณฑ์ชาย โถสุขภัณฑ์หญิง ทำให้บางครัวเรือนต้องมาติดตั้งทั้ง 2 แบบเพื่อเหมาะกับความสะดวกผู้ใช้ ไม่นับบางแห่งที่มีโถสุขภัณฑ์เด็ก โถสุขภัณฑ์คนชรา (นำรถเข็นเข้าได้) เพิ่มเข้าไปอีก

3. การแสวงหาพื้นที่ตลาดใหม่ๆ เช่น ที่เคยขายในประเทศก็วิ่งออกต่างแดน แต่การจะทำได้สำเร็จมักต้องอาศัยแรงช่วยของคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้กระจายสินค้า (Distributor) หรือคนนำเข้า (Importer) และทำการตลาดที่มีฝีมือและเครือข่าย ต้องยอมรับว่าการจะโตข้ามชาติด้วยตัวเองเป็นเรื่องไม่ง่ายยกเว้นพัฒนาบริษัทจนกลายเป็นระดับโลกได้แล้วก็เป็นอีกกรณี แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้วิธีการจับมือกับ Partner ที่ดี ซึ่งความท้าทายอีกขั้นคือจะไปหาพันธมิตรเหล่านี้ได้จากที่ไหน คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องการเปิดโอกาสให้ได้รู้จักและเรียนรู้หน่วยงานที่หลากหลายและอาศัยการสังเกตวิธีคิดวิธีทำงาน ประกอบกับการสืบถามจากรายอื่นๆ ที่อยู่ในวงการ และต้องยอมรับว่าหลายครั้งก็เป็นโชคชะตาที่จูงให้ได้มาพบกัน แต่ทฤษฎีแรงดึงดูดว่าส่งอะไรออกไปก็ได้กลับมาอย่างนั้น ถ้าอยากได้คู่ค้าที่เต็มที่กับเราก็คงต้องเต็มที่ให้กับเขาด้วย ตัวอย่างแบรนด์ไทยที่ไปเป็นแบรนด์โลกได้ด้วยวิธีนี้ก็เช่น กระทิงแดง Red Bull ที่มีปัจจัยความสำเร็จคือการมีหุ้นส่วนธุรกิจชาวออสเตรียน มาช่วยทำให้สินค้าที่เคยเป็นเครื่องดื่มให้กำลังงานของแรงงานในบ้านเรา กลายเป็นของเท่โดนใจคนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่รักความท้าทายแบบสุดติ่ง (Extreme)

4. การคิดค้นนวัตกรรม หลังจากพยายามขายของที่มีเข้าหาลูกค้ากับตลาดใหม่ๆ แล้ว อาจถึงคราวต้องพิจารณาหาสินค้าบริการที่แตกต่างมารองรับการขยายตัวด้วยเช่นกัน และยังอาจเป็นการขายกับฐานลูกค้าเก่าให้เข้ามาซื้อเพิ่มในสิ่งที่หลากหลายออกไป เช่น มีดโกน Gillette ที่ออกรุ่น 3 ใบมีด 5 ใบมีด บวกเทคโนโลยีโกนเกลี้ยง โกนเหลือไรเขียว โกนตกแต่งซ้ายขวา ส่วนด้ามจับก็มีการปรับดีไซน์ และขยายไล่ไปจนถึงโกนไฟฟ้า โกนหัว โกนหลัง เรียกว่าสารพัดนวัตกรรมการโกนเพื่อทำให้สินค้ามีความแปลกใหม่ สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่และที่สำคัญเก็บ ลูกค้าเก่าที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ไว้ได้เพราะมีของใหม่มาให้ลองตลอด

ทั้ง 4 วิธีที่ยกมาชวนคิดวันนี้เป็นหมวดพื้นฐานที่ธุรกิจจำนวนมากมักคำนึงถึงเมื่อต้องการโตต่อ สัปดาห์หน้ามาลองพิจารณาอีก 4 วิธีที่ดูจะต้องใช้พลังเผชิญความท้าทายโดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก ทั้งการโตด้วยการบริหารแบรนด์ การเข้าควบรวมกิจการ การประสานความร่วมมือกับภาคส่วนอื่น (เช่น ภาครัฐ ประชาสังคม) และการปรับโมเดลธุรกิจเข้าสู่การตอบโจทย์ด้านอื่นเช่นในเชิงสังคมและการศึกษา

 

 

Tags : ดร. กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์ • Marketing Weapon