Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2007-12-17

คุณนับถือตัวเองแค่ไหน

มีคำกล่าวว่า "ถ้าคุณไม่เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง คุณก็รักคนอื่นไม่เป็น ถ้าคุณไม่เรียนรู้ที่จะให้อภัยตนเอง ก็ยากที่คุณจะให้อภัยผู้อื่น ถ้าคุณขาดความนับถือตัวเอง คุณจะนับถือคนอื่นได้อย่างไร"

ที่สำคัญ ความนับถือตัวเองเป็นรากฐานของความภาคภูมิใจในตนเองค่ะ และถ้าคุณขาดความภาคภูมิใจในตนเองเสียแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อวิธีคิด และพฤติกรรมการแสดงออกของคุณด้วย เพราะคนที่ขาดความภาคภูมิใจจะมีความรู้สึก 'พร่อง' อยู่ในใจตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึก "ถมเท่าไรไม่รู้จักเต็ม" เสียที

แม้คนอื่นๆ จะชื่นชมคุณสักแค่ไหนก็ตาม คุณก็ยังรู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอสำหรับคำชมนั้น จึงมักเกิดความรู้สึกคลางแคลงใจ ในความสามารถของตนเองอยู่เสมอ เคยมีการทดสอบอีคิวคนทั่วไป ความสอดคล้องที่พบคือ คนที่มีคะแนนความภาคภูมิใจต่ำ มักมีคะแนนสัมพันธภาพกับคนอื่นๆ ต่ำไปด้วย

มีสัญญาณเตือนง่ายๆ ที่จะเช็คถึงความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองของคุณค่ะ ลองทบทวนดูว่า เมื่อใดที่คุณยังเคยรู้สึกอยากแสดงออกถึงความร่ำรวย ความมีหน้ามีตา อยากแสดงออกถึงระดับดีกรีการศึกษา หรืออยากเล่าถึงประสบการณ์ที่บ่งบอกถึงความเก่งกาจ การมีตำแหน่งสูงๆ หรือแม้แต่ความอยากคุยโวว่า รู้จักคนเด่นคนดัง เมื่อนั้นให้คุณรับรู้ว่าความภาคภูมิใจในตนเองของคุณเริ่มสั่นคลอนแล้ว

เพราะคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองอยู่ลึกๆ อย่างมั่นคงจะติดดินและถ่อมตัวได้อย่างจริงใจ เป็นนิสัย ไม่รู้สึกเจ็บปวดกับการถูกดูถูก หมิ่นหยาม ไม่เก็บกดเพราะความรู้สึกด้อย เนื่องจากมีความนับถือตนเองสูง และมีความนับถือผู้อื่นอย่างจริงใจด้วย

ดังนั้น การจะสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจได้ ความนับถือตนเองต้องมาก่อน ลองดูสถานการณ์ต่อไปนี้ค่ะ

๐ มีนาเก็บเศษกระดาษที่ตกอยู่บนทางเดินไปทิ้งถังขยะ เพราะเธอเชื่อมั่นว่ามันเป็นการกระทำที่ดีและถูกต้องที่ทำเช่นนั้น

๐ กรกฎขับรถพาแฟนไปเที่ยว มีรถอีกคันขับปาดหน้า กรกฎรู้สึกโกรธมาก เขาเพียรระงับอารมณ์โกรธเพื่อสร้างภาพพจน์ให้ 'ดูดี' ในสายตาของแฟนสาว

๐ เมษากับกันยาขับรถตามกันมาเที่ยวห้างสรรพสินค้า ที่จอดรถใต้ร่มไม้มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ แถมล็อกเบรกมืออีกต่างหาก ทั้งคู่อยากจอดติดกันและอยากได้ร่มเงาของต้นไม้ สักนิดก็ยังดี แต่เขาเข็นรถที่จอดอยู่ก่อนไปข้างหน้าไม่ได้ ทั้งๆ ที่ถ้าขยับได้สักหน่อย ตรงนั้นจะจอดรถได้สามคันสบายๆ ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจและอยากสั่งสอนเจ้าของรถที่จอดอยู่ก่อน เมษาจอดหน้ารถคันนั้นจนชิด ส่วนกันยาก็จอดปิดท้ายรถคันนั้นจนชิดเช่นกัน แล้วทั้งคู่ก็ล็อกเบรกมือเพื่อกันไม่ให้เจ้าของรถที่จอดอยู่ตรงกลางออกได้ การกระทำเช่นนี้ทำให้เขาทั้งคู่ 'รู้สึกดี' เสมือนได้แก้แค้น ได้เอาคืน และได้สั่งสอนมารยาทในการจอดรถไปในตัว

จะเห็นว่าทั้งสามสถานการณ์ มีเจตนาของการกระทำที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สถานการณ์แรกมีนาทำเพราะเชื่อมั่นว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี ความคิดเช่นนี้ทำให้มีนาเกิดความรู้สึกนับถือตัวเอง

เหมือนกับกรณีการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือการต่อสู้ที่มีเจตนาเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง หรือการต่อสู้เพื่อสันติ แม้ผู้ต่อสู้จะเผชิญปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาจะไม่ย่อท้อ เพราะความมั่นใจที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้เกิดความรู้สึกนับถือตัวเอง ซึ่งเป็นพลังขับดันสำคัญที่ทำให้ "หัวใจไม่ยอมแพ้"

สถานการณ์ต่อมา กรกฎทำเพราะอยากให้เขา 'ดูดี' ในสายตาของแฟนสาว การทำหรือการพูดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ หรือทำให้ดูดีในสายตาคนอื่น ไม่ทำให้เกิดความนับถือตนเอง อย่างที่มีการพูดเสมอๆ ว่า "คนเรานั้นหลอกคนอื่นได้ แต่เราหลอกตัวเองไม่ได้" ความรู้สึกว่าไม่ได้ทำด้วยน้ำใสใจจริง หรือนี่ไม่ใช่ตัวตนของฉัน เป็นสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจ และแน่นอน การกระทำหรือการพูดให้ดูดีจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นนิสัยถาวร คุณไม่สามารถทำให้ตนเอง 'ดูดี' ได้ตลอดเวลา

สถานการณ์สุดท้าย มีคนหลายคนที่ทำหรือพูดเพียงเพื่อให้ตัวเอง 'รู้สึกดี' เท่านั้น ความคิดของพวกเขาคือ "ถึงจะไม่ถูกต้อง แต่ทำให้ฉันรู้สึกดีก็พอ" ผลที่ได้มักทำให้เกิดการตัดสินใจแบบ ชนะ-แพ้ (WIN-LOSE) คือคุณชนะและคนอื่นแพ้ ผลลัพธ์ก็คือการสูญเสียสัมพันธภาพ หรือการวิวาททะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่ก็ออกมาในรูป แพ้-แพ้ (LOSE-LOSE) ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เคยพบกรณีที่คนขับรถสองคันไม่ยอมกัน ต่างขับปาดกันไปมา ลงท้ายก็ชนกัน เสียเวลาเสียเงินด้วยกันทั้งคู่ แม้ทำแล้วต่างก็รู้สึกสะใจดี แต่ผลออกมาก็คือ 'แพ้-แพ้' กันทั้งสองฝ่าย

เรื่องแบบนี้ฝึกและพัฒนากันได้ค่ะ ค่อยๆ สะสมความรู้สึกนับถือตนเอง ด้วยการทำและพูดในสิ่งที่คุณเชื่อมั่นว่าเป็นเรื่องที่ดี ถูกต้อง และเหมาะสม แทนที่จะทำหรือพูดในสิ่งที่ทำให้คุณดูดีหรือรู้สึกดี และการสร้างความนับถือตนเองก็เท่ากับเป็นการสร้างรากฐานของความภาคภูมิใจในตนเองให้เกิดขึ้นด้วยค่ะ

เมื่อความภาคภูมิใจในตนเองฝังรากลึก คุณก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยภายนอก เข้ามาช่วยทำให้รู้สึกภูมิฐาน หรือภาคภูมิขึ้นแต่อย่างใด เมื่อนั้นความนับถือผู้อื่น และความถ่อมตัวอย่างจริงใจ จะเป็นคุณลักษณะที่ติดตัวคุณตลอดไปค่ะ

เรื่อง : อมรากุล อินโอชานนท์