Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2013-12-16 11:34:56

พระเอกตัวจริง

ดิฉันได้มีโอกาสฟังคำให้สัมภาษณ์ของคุณพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง หรือ ผู้กำกับอ๊อฟ ที่โด่งดัง

ล่าสุด ทำเอาคนทั้งเมืองนั่งติดหน้าจอโทรทัศน์เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา เพื่อติดตามละครเด่นแห่งปี “ทองเนื้อเก้า” แบบน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่าตามตัวละคร ที่ทั้งสอนใจ ได้อารมณ์ ทั้งร่วมปลื้มไปกับงานที่ละเอียด ละเมียดละไม ใส่หัวใจในความประณีตกับทุกฉาก ทุกแสงมุม ทุกตัวแสดง ที่ล้วนช่วยกันส่งแสงเฉิดฉาย จนเกิดเป็นภาพสว่างไสว ท่ามกลางบรรยากาศและเนื้อหาที่ “ดำสนิท” เพราะจิตใจและพฤติกรรมตกต่ำของ “ลำยอง” ตัวเด่นของเรื่อง

ผู้กำกับมือทองน้อมรับความสำเร็จอย่างอารมณ์ดี พร้อมเฉลยว่า เคล็ดลับการทำงานในฐานะผู้กำกับ คือการทำให้ทีมสนุกกับการทำงาน ทีมต้องไม่เครียด นอกจากนั้น ที่สำคัญ ผู้กำกับมีหน้าที่ตีโจทย์ว่าต้องทำอย่างไรให้ทีมดึงศักยภาพของตนออกมาใช้ให้เต็มที่

คุณพงษ์พัฒน์ยกความดีให้คนรอบตัว และเน้นว่า ละครจะออกมาสำเร็จได้ ต้องมีบทประพันธ์ที่ดีเป็นตัวตั้ง จากนั้น ผู้เขียนบทละครที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ถือว่าสำคัญยิ่ง และผู้แสดงทั้งหมดก็ทุ่มสุดฝีมือ นั่นคือเบื้องหลังความสำเร็จที่น่าประทับใจของ “ทองเนื้อเก้า” ในมุมของผู้กำกับมือทองท่านนี้

หลักใหญ่ใจความ คือ ความสำเร็จที่ล้นหลาม มิใช่เพราะผมคนเดียว แต่เกี่ยวกับทั้งทีม

ผู้ฟังอย่างดิฉันฟันธงว่า นี่เอง คือหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของผู้นำทีมของแท้

“การถ่อมตน”

อาจารย์ Camille Sweeney ผู้เขียนเรื่อง “The Art of Doing: How Superachievers Do What They Do” หรือ “ศิลปะในการทำ: วิธีทำงานของผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด” ชี้ว่าคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ มีเคล็ดลับสำคัญอันสร้างพลังส่งให้ได้ชัยชนะ

สิ่งนั้นคือ Humility หรือ การถ่อมตน นั่นเอง

การถ่อมตน ในที่นี้หมายถึง ความสามารถที่จะละอัตตาและทิฐิในการมองตนและคนรอบข้าง พร้อมรับรู้และยอมรับในข้อจำกัด ข้อผิดพลาดของตน เปิดรับมุมมองใหม่โดยไม่คิดว่าฉันต้องถูกเสมอไป

ดังนั้น ผู้ที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่พร้อมมองตนอย่างไม่ยึดติด คิดได้อย่างเป็นกลาง วางอัตตาลงได้บ้าง จนเข้าข้างตัวเองน้อยลง ส่งผลให้เห็นภาพที่แท้จริงได้กระจ่าง

จะบกพร่องตรงไหน ผิดพลาดที่ใด ตระหนักได้ง่ายขึ้น

การรับรู้และเข้าใจในข้อจำกัดเหล่านี้ ถือเป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาตนและงานอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การถ่อมตนแบบโหดร้าย ก็มิใช่ดี

ถ่อมตัวเกินจริงเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะส่งผลให้ตาเบี่ยงเบน ที่ทำดีอยู่แล้วไม่เห็น กลับเลือกเน้นมองแต่จุดด้อยจุดด่างของตน จนสร้างความกังวลถดท้อ ย้ำคิดว่าฉันมันไม่เคยดีพอๆ กลายเป็นกระหน่ำถ่อมตน จนหมดความมั่นใจ

นอกจากนั้น การถ่อมตน ก็ต่างจาก "ถล่มตน" แบบคิดว่าคนรอบข้างขาดความฉลาด ปราศจากวิจารณญาณ จึงแกล้งๆถ่อมตัวให้ดูแสนดี โดยมั่นใจว่าพี่น้องผองเพื่อนต้องเชื่อสนิท

กรณีนี้ ถือว่าคิดผิด คิดใหม่ได้ ถ่อมตนแบบไม่จริงใจ สักพักเขาก็จับได้ แถมคลื่นไส้ใส่ซ้ำ

อาจารย์ Sweeney ระบุเพิ่มเติมว่า การถ่อมตน อยู่คนละขั้วกับ Pride

Pride ลักษณะนี้ มิได้มีความหมายว่าความภาคภูมิใจ แต่ หมายถึง ความหยิ่งยโสจนหลงตนลืมตัว ยกตนข่มท่าน อัตตาพองจนมองความจริงไม่เห็น ส่งผลให้ทั้งกร้าวทั้งกร่าง สร้างภาพจนแม้ตนก็เชื่อสนิทใจ ว่าฉันทำผิดไม่ได้ พลาดไม่เป็น

ตามความเชื่อและหลักคำสอนของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก Pride ถือเป็นหนึ่งใน 7 บาปหนัก หรือ 7 Deadly Sins

ทั้งยังเป็นบาปที่หนักและรุนแรงสุดในทั้ง 7 ข้อ เพราะ Pride มีส่วนส่งผลให้เกิดบาปอื่นๆ อันนำมาซึ่งปัญหาและความชั่วร้ายนานัปการ ไม่ว่าจะเป็น โทสะ Wrath ความเคืองแค้นพยาบาท อาฆาตมุ่งร้าย หรือ โลภะ Greed ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและอำนาจ จะถูกต้องหรือไม่ มิใช่ประเด็น เป็นต้น

ดังนั้น ช่วงนี้ของปี ที่ใกล้เวลาที่ต้องเหลียวหลังเพื่อแลหน้า ว่าที่ผ่านมาฉันเป็นอย่างไร เราจะเห็นภาพตนเองได้ชัดกระจ่างหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่จุดใด ระหว่าง Humility และ Pride

จะเล่นบทพระเอกน้ำดี หรือ ผู้ร้ายน้ำเน่า เราเลือกได้

หากจะเลือก Pride ตามกระแสนิยมของกลุ่มนักการเมืองเปลืองสภา

กรุณาระวังบาปหนัก

ที่ท่านๆมิยักกลัว

Tags : บริหารคน