Nationejobs.com
 

Tips & Tools

คำแนะสำหรับคนที่ต้องการหางานทำ เช่น การสัมภาษณ์ การกรอกใบสมัครงาน การเขียนจดหมายสมัครงาน การเขียนเรซูเม่ สำนวนและอื่น โดยคุณธนพล จาดใจดี

 
 

วันที่: 2004-01-15

Types of Interview
อาจกล่าวได้ว่า วิธีการสอบสัมภาษณ์ ก็เป็นกระบวนการหนึ่ง ที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ (interview) เตรียมตัวรับสถานการณ์เฉพาะหน้า ได้อย่างสุขุมรอบคอบ และยังจะช่วยให้ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ ใช้คำตอบได้ตรงต่อประเด็นและสอดคล้องกับจุดหมายที่ผู้สัมภาษณ์กำหนดไว้อีกด้วย ผู้เขียนเองตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ จึงนำเอาวิธีการสอบสัมภาษณ์มาแสดงไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าสอบต่อไป

วิธีการสอบสัมภาษณ์แบ่งออกเป็นหลายวิธีซึ่งพอสรุปได้ 7 วิธีดังนี้
  1. การสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดออก (Screening Interview)
    วิธีนี้จะเป็นการพูดคุยกันก่อน โดยมากจะเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร ว่า มีคุณสมบัติและความเหมาะสมเพียงพอที่จะเชิญมาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ที่บริษัทได้หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยคัดผู้ที่ขาดคุณสมบัติออกไปเสียแต่เริ่มแรกขั้นตอนหนึ่งก่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ จดหมายของผู้สมัครที่ส่งไปอาจจะถูกคัดเลือกออกมาแบบคร่าวๆ เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีแนวโน้มว่าเหมาะสมเสียครั้งหนึ่งก่อน

  2. การสอบสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว (One-on-One Interview)
    วิธีนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "Individual Interview" ส่วนมากจะใช้ก็ต่อเมื่อผู้สัมภาษณ์พิจารณาเห็นว่า เป็นการไม่ยากที่จะแยกแยะคุณสมบัติ และทักษะของผู้สมัครในตำแหน่งนั้นๆ และโดยมากก็จะใช้กับการสอบสัมภาษณ์ในระดับตำแหน่งที่ไม่สูงนัก ตัวอย่างเช่น เสมียนหรือพนักงานพิมพ์ดีด เป็นต้น ดังนั้น วิธีนี้จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้กับการสอบสัมภาษณ์ในตำแหน่งสูง อย่างเช่นระดับบริหาร ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการที่พิถีพิถันมากขึ้น

  3. การสอบสัมภาษณ์หมู่ (Group Interview)
    การสอบสัมภาษณ์วิธีนี้ บางแห่งเรียกว่า "The Penel Interview" หรือ "Board Interview" ซึ่งถือคติที่ว่า "หลายคนช่วยกันคิดดีกว่าคนเดียว" หรือ "Two heads are better than one" ดังนั้น ผู้สัมภาษณ์จะรวมกันเป็นทีม ซึ่งอาจจะมีจำนวนตั้งแต่ 3 ถึง 5 คน หรือถ้าเป็นตำแหน่งสำคัญ (Key positions) ก็อาจจะมีจำนวนถึง 6 หรือ 8 คนก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แสดงว่าผู้เข้าสอบสัมภาษณ์จะต้องเผชิญกับผู้สัมภาษณ์หลายคนในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ผู้เข้าสอบจะต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เพราะอาจจะถูกซักถามแบบวกไป เวียนมาในทำนองยั่วยุให้อารมณ์เสียได้ง่าย

  4. การสอบสัมภาษณ์แบบไม่มีการวางแผน (Unstructured Interview)
    วิธีนี้กล่าวง่ายๆ ก็คือ การสอบสัมภาษณ์หมู่นั่นเอง แต่ว่าในทีมผู้สัมภาษณ์นั้น สมาชิกของทีมอิสระในการป้อนคำถามตามแต่ตนจะเห็นสมควร โดยที่ทางบริษัทจะไม่กำหนดคำถามมาให้ เพียงแต่แจ้งความประสงค์ ว่า ทางบริษัทต้องการผู้สมัครที่มีคุณสมบัติอะไรบ้าง เฉพาะตำแหน่งนั้นๆ ข้อเสียของวิธีนี้อยู่ที่ว่าผู้สัมภาษณ์อาจจะใช้คำถามซ้ำซากกับผู้ร่วมทีมคนอื่นๆ จนมองข้ามหัวข้อสำคัญไปเสียก็ได้

  5. การสอบสัมภาษณ์แบบมีการวางแผน (Structured Interview)
    คือ การสอบสัมภาษณ์ ซึ่งมีวิธีตรงกันข้ามกับแบบที่ 4 (การสอบสัมภาษณ์แบบไม่มีการวางแผน) ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กล่าวคือ ในที่นี้ผู้สัมภาษณ์ จะได้รับมอบหมายหน้าที่จากบริษัทให้ทำโดยแยกแยะออกไปตามความถนัด ว่า แต่ละคนจะซักถามในเรื่องใดบ้าง เช่น ด้านการศึกษา ด้านคุณสมบัติ หรือประสบการณ์ เป็นต้น

  6. การสอบสัมภาษณ์แบบสมมติเหตุการณ์ (Situational Interview)
    คือ การสอบสัมภาษณ์แบบหยิบยกเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาประกอบการสัมภาษณ์ โดยที่อาจจะเป็นเหตุการณ์จริง หรือสมมติขึ้นมาก็ได้ แต่เป็นเหตุนำไปสู่ปัญหาที่ผู้สมัครจะต้องแก้ไขในขณะเข้าไปทำงาน เมื่อถึงตอนนี้ผู้เข้าสอบจะต้องแสดงความสามารถของตนออกมาว่าจะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยที่ทีมผู้สัมภาษณ์จะสังเกตพฤติกรรม และท่าทางในการแสดงออกของผู้สมัครด้วย เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความรอบคอบ ความฉับพลันในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีเหตุผล เป็นต้น

  7. การสอบสัมภาษณ์แบบประเมินผล (Assessment Centers)
    วิธีนี้เหมาะสมเฉพาะงานบางอย่างเท่านั้น เช่น พนักงานขายสินค้า หรือพนักงานขายประกัน เป็นต้น ในที่นี้ผู้สัมภาษณ์จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้ศึกษานโยบาย และรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นก่อนแล้ว จึงให้ผู้สมัครสาธิตเทคนิคในการขาย หรือแสดงศิลปะในการพูดโน้มน้าวจุดสนใจของลูกค้าให้คล้อยตาม โดยที่อาจจะมีการสมมติว่า พนักงานของบริษัทนั้นเป็นลูกค้าก็ได้ หลังจากนี้ จึงจะมีการประเมินผลกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป

เมื่อทราบรูปแบบของการสอบสัมภาษณ์แล้ว ต่อไปก็ควรทราบข้อปฏิบัติในการเข้ารับการสัมภาษณ์กันบ้าง เพื่อจะได้เตรียมตัวได้ถูกต้องดังนี้ครับ

ข้อปฏิบัติในการเข้ารับการสัมภาษณ์ (How to prepare yourself before being interviewed)

  1. ศึกษารายละเอียดของบริษัทก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ เพื่อจะได้มีเรื่องสนทนาขณะสัมภาษณ์ และแสดงความสนใจที่มีต่อบริษัท

  2. ไปให้การสัมภาษณ์ตรงตามเวลา โดยไปก่อนเวลาอย่างน้อย 10 นาที หากไปช้า หรือไปไม่ได้ ต้องรีบโทรศัพท์เพื่อขอเลื่อนนัดการสัมภาษณ์ออกไป

  3. นั่งรออย่างเรียบร้อย ไม่ควรเดินไปเดินมา หรือส่งเสียงดัง ชนโต๊ะเก้าอี้ อาจมีคนคอยแอบสังเกตกิริยาของผู้สมัครขณะรอการสัมภาษณ์ บางบริษัทอาจให้รอนานเพื่อพิสูจน์ความอดทนของผู้สมัคร

  4. ควรยิ้มให้ผู้สัมภาษณ์ขณะเริ่มทักทาย ซึ่งอาจจะเป็น Good morning หรือ Good afternoon ก็ได้แล้วแต่เวลา เช่น Good morning, Mr.Thomson. I'm very glad to meet you.

  5. ควรถามผู้สัมภาษณ์บ้างเกี่ยวกับงานที่จะให้ทำว่า จะให้ทำอะไร ทำที่ไหน ถ้าไม่มีคำถามเลย ผู้สัมภาษณ์อาจคิดว่า ผู้สมัครไม่มีความสนใจในงานที่สมัคร แต่อย่าถามมากจนผู้สัมภาษณ์รำคาญ

  6. พูดให้ชัดเจนเป็นแบบธรรมชาติ และด้วยความมั่นใจ

  7. ใช้กิริยาวาจาสุภาพตอบคำถาม ผู้สัมภาษณ์บางท่านอาจใช้วิธีแหย่ให้โกรธ หรือใช้คำพูดูถูก เพื่อดูอารมณ์ของผู้สมัครขณะที่โมโห หรือไม่พอใจ ดังนั้น ผู้สมัครต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า

  8. แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ไม่พับแขนเสื้อ ทั้งแขนขาวและแขนสั้น และไม่ควรใส่กางเกงยีนส์ เพราะบางบริษัทถือว่าไม่สุภาพ

  9. ควรตัดผมสั้นไม่ปล่อยไว้จนยาว โกนหนวด และเครา ให้เรียบร้อย ควรรีดเสื้อผ้าและติดกระดุมเสื้อให้ครบ ควรใส่ถุงเท้าที่ไม่ใช่สีสดๆ หรือสีที่เป็นจุดเด่น

  10. ควรใส่รองเท้าให้เรียบร้อย และไม่ควรใส่รองเท้ากีฬา รองเท้าสาน หรือรองเท้าแตะ หรือเสื้อยืดก็ไม่ควรใส่

  11. ควรมองหน้าผู้สัมภาษณ์ ไม่ควรหลบตา และนั่งตาลอยมองนอกหน้าต่าง หรือมองโต๊ะ หรือแสดงอาการอย่างขวยเขิน

  12. ถ้าจะไอ ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก และกล่าวคำขอโทษว่า I'm sorry หรือ Sorry! ขณะสัมภาษณ์ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง

  13. สิ่งสำคัญ คือ ถ้าประตูห้องปิดควรเคาะประตูก่อนเข้าห้อง และควรขออนุญาตโดยกล่าวว่า May I come in? และระวังอย่าลากเก้าอี้ให้มีเสียงดัง

  14. คำถามที่ควรจะถามเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ ควรถามผู้สัมภาษณ์ว่า ในสายตาของผู้สัมภาษณ์เราเป็นอย่างไรมีจุดอ่อนที่จะต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง เพราะการทำเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สมัครในครั้งต่อๆ ไป

ครับและในตอนนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ เอาไว้พบกันตอนหน้านะครับ สวัสดี!