Nationejobs.com
 

After Work

สมดุลของการงาน และชีวิต

 
 

วันที่: 2017-12-21

สักครั้งในชีวิต นัดพบ “ฉลามวาฬ” ที่เกาะออสล็อบ

ทริปนี้เดินทางสบายมากด้วยเที่ยวบิน ตรง กรงุ เทพฯ-เซบูที่ “ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์” เปิดเที่ยวบินตรง ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเกาะเซบู (Cebu Island) ประเทศฟิลิปปินส์ ทะเลสวยจับใจและมีกิจกรรมไฮไลต์ที่หาที่ไหนไม่ได้ คือ ให้อาหารฉลามวาฬและลงไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬ ที่เกาะออสล็อบ (Oslob) ทางตอนใต้ของเกาะเซบูจากเมืองเซบู.. เราตื่นตี 4 เดินทางแต่เช้ามืดมุ่งไปทางใต้ของเกาะ เป้าหมายจะไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬในทะเลช่องแคบเซบู ณ เกาะออสล็อบ โดยใช้เส้นทางเลียบทะเลด้านตะวันออกไปตามแนวชายทะเลเกาะเซบูจนถึงเกือบท้ายเกาะ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงการเตรียมตัวไปพบฉลามวาฬ ไม่ต้องห่วงสวย ไปแบบหน้าสดเลยจ้า.. ไม่แต่งหน้า ไม่ทาครีมกันแดด ไม่ใช้น้ำหอมเพราะเคมีทั้งปวงอาจทำอันตรายฉลามวาฬที่เราจะไปลงว่ายน้ำทะเลเซบูด้วยกัน นี่เป็นหนึ่งในกฎที่ต้องทำตามดังนั้นแค่เตรียมชุดว่ายน้ำ ชุดพร้อมเปียก หมวกกันแดดแว่นกันแดด และทำตามกฎของเขาอย่างเคร่งครัดท้องฟ้าเริ่มทอแสงเรืองๆ แสงสีทองสาดส่องผ่านม่านสีดำที่คลุมท้องฟ้ามาทั้งคืน ถนนสองเลนผ่านชุมชนที่หนาแน่นตลอดทาง ทะเลอยู่ฝั่งซ้าย สวนมะพร้าวและสวนกล้วยอยู่ฝั่งขวา มีบ้าน โบสถ์ โรงเรียน อยู่เป็นระยะที่นี่รถติดชนิดคาดการณ์เวลาเดินทางไม่ได้ ต้องเผื่อเวลาซึ่งการขับรถออกจะใช้ “กฎตามใจฉัน” ถนนเล็กรถก็ติด ถ้าขยายถนน สองข้างก็คงกลายเป็นที่จอดรถมากกว่าจะเป็นเลนให้รถวิ่งเพิ่มบ้านเรือน โรงงาน เริ่มมีมากขึ้น สวนมะพร้าวก็ลดลงตามสัดส่วน คาดว่าสวนมะพร้าวสวนกล้วยจะหายไปหากเจริญกว่านี้

ปีนี้ “เกาะเซบู” เป็นเป้าหมายส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศฟิลิปปินส์ เพราะที่นี่เป็นเกาะที่มีดีเยอะมาก ทะเลสวยน้ำใส ช่วงเขตน้ำตื้นตัดกับเขตทะเลลึกจะแบ่งเป็นสองสีสวยงามเขตน้ำลึกเป็นสีเข้ม เขตน้ำตื้นสีใสมองเห็นพื้นทะเลหาดทรายเซบู เม็ดทรายละเอียด เทียบกับทรายและทะเลภูเก็ตของไทยได้สบายๆ หากส่งเสริมดีๆ “เกาะเซบู” อาจเหนือกว่า “เกาะภูเก็ต” ได้ในอนาคตแสงแดดแรง ทะเลสวย ชายหาดงาม บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ทำให้เซบูเป็นที่ชื่นชอบของนักดำน้ำและคนเมืองหนาวที่นิยมมาพักผ่อน อาบแดด ชาวเกาหลีมาที่นี่มากที่สุด รองลงมาเป็นชาวญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอเมริกาที่นี่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบอนุรักษ์ธรรมชาติที่แท้จริง ดี และน่าสนใจมากและแล้วก็ถึง “เกาะออสล็อบ”.. ชาวประมงพายเรือแจวนำนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งที่ฉลามวาฬจะว่ายเข้ามากินอาหารโดยมีกฎเคร่งครัดเพื่อให้การพบกนั เปน็ ไปแบบธรรมชาติ ไม่ก่ออันตรายใดๆ เช่น ห้ามให้อาหารฉลามวาฬ ห้ามแตะต้องตัวฉลามวาฬ ห้ามว่ายเข้าใกล้เกิน 4 เมตร ฯลฯ เจ้าหน้าที่เตือนย้ำกติกาเหล่านี้ แล้วแยกย้ายลงเรือแมงมุมพายออกทะเลชายหาดออสล็อบ เป็นชายหาดเล็กๆ มีนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มากันครบ เพื่อมาว่ายน้ำกับฉลามวาฬ


ชาวประมงใช้วิธีล่อฉลามวาฬให้มาที่จุดนัดพบด้วยวิธีที่ค้นพบโดยบังเอิญ ทั้งๆ ที่จุดนี้ไม่ใช่เส้นทางหากินตามธรรมชาติที่ฉลามวาฬออกหาอาหารทั่วมหาสมุทรและทะเลกว้าง แต่ฉลามวาฬก็เรียนรู้ได้พร้อมๆ กับชาวประมงว่า.. มีอาหาร ฉลามวาฬก็มาตามนัดเหยื่อล่อคือกุ้งตัวเล็กๆ แพลงก์ตอนตัวเล็กๆ ที่ชาวฟิลิปปินส์เรียก “Asup” เทียบกับไทยน่าจะเป็น “กุ้งเคย”ภาษาท้องถิ่นเรียกฉลามวาฬว่า “Butanding” เหล่าฉลามวาฬย้ายถิ่นหากินไปตามย่านน้ำต่างๆ ทั่วโลก ทั้งเอเชียและแอฟริกา ซึ่งพบได้เสมอ


พวกมันมีเส้นทางที่แน่นอนอย่างไม่น่าเชื่อแม้จะว่ายน้ำไปเรื่อยๆ ไม่อยู่ที่ใดเป็นเวลานานๆ แต่.. ก็เป็นเส้นทางที่แน่นอน!!ฉลามวาฬประมาณ 11 ตัวว่ายน้ำมากินอาหารที่นี่เป็นประจำ ทุกเช้า ทุกวัน เรียกว่าเป็น “เวลานัด” ที่คนกับฉลามวาฬรู้กัน มันเป็นสัตว์น้ำมหัศจรรย์มากๆ ตัวใหญ่ ท่าทีใจดี สวยสง่าไม่ดุร้าย ไม่มีฟันแหลมคม เวลากินอาหารที่ผิวน้ำจะคล้ายกับดูดน้ำเข้าไปในปากเอาล่ะ.. กิจกรรมว่ายน้ำกับฉลามวาฬเริ่มขึ้น นักท่องเที่ยวลงไปในน้ำอย่างปลอดภัยด้วยชุดชูชีพ พร้อมผู้ดูแลที่จะดูแลทุกอย่างที่ผิวน้ำให้ครบถ้วนเพื่อถ่ายภาพกับฉลามวาฬโดย


ห้ามใช้แฟลช นี่เป็นกฎข้อห้าม ถ้าทำ.. ถึงขั้นติดคุกเลยใครดำน้ำเป็นก็ลงไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬใต้ทะเล ถ้าไม่ลงน้ำก็นั่งเรือดูฉลามวาฬกินอาหารมีตัวเลขระบุว่าปีพ.ศ.2523 มีการล่าฉลามวาฬถึง 627 ตัวในรอบ 7 ปีในหมู่บ้านประมง 21 แห่ง รวมถึงหมู่บ้านประมงที่ให้อาหารฉลามวาฬ แต่เป็นโชคดีของฉลามวาฬที่ได้รับการคุ้มครองจากการล่า การฆ่า การค้าขาย และส่งออกฉลามวาฬจากประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา “Tan-awan” เป็นหมู่บ้านแรกที่ชาวประมงพบวิธีล่อฉลามวาฬให้พ้นไปจากเรือประมงเพื่อจะได้จับปลา หลังจากใช้หลายวิธีก็ไม่สำเร็จ ที่สุดก็พบวิธีใช้เหยื่อล่อ เมื่อเรื่องนี้เป็นที่รับรู้มากขึ้น นักท่องเที่ยวก็เริ่มเข้ามาดู บ้างก็ลงไปว่ายน้ำกับฉลามวาฬจนทางการต้องออกกฎเพื่อการท่องเที่ยวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มิใช่นักท่องเที่ยวจะทำทุกอย่างได้ตามใจจนเป็นอันตรายต่อฉลามวาฬฉลามวาฬยักษ์ทำให้ “เซบู” โด่งดังไปทั่วโลก เพราะนักท่องเที่ยวที่ดำน้ำเป็นจะมีโอกาส “ว่ายน้ำกับฉลามวาฬที่เกาะออสล็อบ” เป็นประสบการณ์การดำน้ำที่ครั้งหนึ่งในชีวิตใครๆก็อยากมีโอกาสได้ทำ


กฎเข้ม เมื่อชม หรือว่ายน้ำกับ “ฉลามวาฬ”


• ห้ามทาครีมกันแดดหรือโลชั่นใดๆเพื่อป้องกันสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายกับฉลามวาฬ


• ห้ามใช้แฟลชในการถ่ายรูปเพราะฉลามวาฬจะมีปฏิกิริยาทันที


• ห้ามนำโดรนมาบินในบริเวณนี้


• ห้ามกระโดดลงน้ำ


• ห้ามอยู่บริเวณปากฉลาม


• ห้ามแตะต้องตัวฉลามวาฬ


• ห้ามให้อาหารจากเรือนักท่องเที่ยว


• ห้ามทิ้งขยะลงในน้ำ เพราะปลาอาจกลืนได้


• ต้องอยู่ห่าง 5-6 เมตรจากตัวฉลามวาฬ


เพื่อความปลอดภัย..ฝ่าฝืนมีสิทธิติดคุก..


ขอขอบคุณ


• การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์


• Philippine Airlines


• Go Holiday


• Sabaitrip


ขอบคุณภาพ: พีระพงษ์ เอื้ออำพน