Nationejobs.com
 

After Work

สมดุลของการงาน และชีวิต

 
 

วันที่: 2006-05-08

ดนตรีเพิ่มพลังสมอง

จังหวะดนตรีในท่วงทำนองรุกเร้าขณะที่เจ้าทอม แมวจอมเกเรกำลังวิ่งไล่หนูน้อยเจอร์รี่อย่างเอาเป็นเอาตายในจอทีวีเบื้องหน้า หันเหความสนใจของเด็กน้อยที่กำลังจ้ออ้อแอ้ๆ กับคุณแม่มาจ้องทีวีอย่างตั้งใจ หรือเสียงดนตรีมีสัญญาณบางอย่างที่สื่อสารกับเด็กได้เหมือนกับเวทมนตร์

คุณแม่มือใหม่ย้อนไปนึกถึงสมัยที่ตั้งท้องลูกชายคนนี้ มีคนแนะนำให้เปิดเพลงบรรเลงให้ลูกฟังเป็นประจำ เพราะเชื่อว่าเสียงเพลงจะช่วยกระตุ้นให้เด็กที่เกิดมามีพัฒนาการทางสมองที่เฉลียวฉลาด และเติบโตขึ้นเป็นคนเก่งในที่สุด เธอก็ปฏิบัติโดยเชื่อตามคำพูดนั้นมาตลอดแม้จะไม่ทราบผลที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ในฐานะของคนเป็นแม่อะไรที่ว่าดีสำหรับลูกก็ทำไว้ก่อน

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์หลายสาขาต่างหาทฤษฎีมารองรับเพื่อไขความลับที่ถูกปกปิดไว้ หลังจาก ดร.ฟรานซิส เราส์เชอร์ นักจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้วิจัยผลกระทบของเสียงดนตรีกับการพัฒนาสมอง "โมสาร์ท เอฟเฟค" จนกระทั่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

งานวิจัยชิ้นนี้เผยให้เห็นว่าท่วงทำนองของบทเพลง เปียโน โซนาต้า หมายเลข เค 448 หนึ่งใน 600 บทประพันธ์ของอะมาดิอุส วูลฟ์กัง โมสาร์ท อัจฉริยะดนตรีโลก มีมิติสัมพันธ์กับการเต้นของหัวใจ การทำงานของสมองโดยเฉพาะภาคการคิดคำนวณ กล่าวคือ "โมสาร์ท เอฟเฟค" ทำให้สมองของมนุษย์ฉลาดขึ้น จนเป็นต้นกำหนดของการไขความลับของดนตรีในหลายๆ ลักษณะเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวในเวลาต่อมา

ผศ.ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีสกุล ประธานหลักสูตรปริญญาโทสาขาประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า เหตุผลหนึ่งที่สามารถอธิบายทฤษฎีที่ว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อสมองของเด็กก็คือ พัฒนาการแรกที่เกิดขึ้นกับเด็กแรกเกิดตั้งแต่ในครรภ์คือการได้ยิน จึงน่าจะเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ง่ายกว่าการรับรู้ในด้านอื่นๆ เช่นการมองเห็นที่เกิดขึ้นมาทีหลัง

เนื่องจากสมองของเด็กวัยนี้ยังคงว่างเปล่า เซลล์ประสาทยังเชื่อมต่อกันได้ไม่ดีนัก เสียงดนตรีที่ผ่านเข้าสู่เซลล์ประสาทบริเวณกกหูด้านซ้าย จึงมีส่วนกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนต่างๆ ให้ต่อเชื่อมเข้าถึงกัน สร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์ และประมวลผลจากการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ในช่วงอายุ 4-6 ปี พัฒนาการของเด็กจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ และสิ้นสุดในวัย 12 ปีบริบูรณ์ ในขณะที่เด็กซึ่งไม่ได้รับการกระตุ้นในช่วงเวลานี้ จะทำให้แผนที่สมองไม่สมบูรณ์ มีการกระจุกตัวของเซลล์ประสาทอยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของสมอง ส่งผลให้กระบวนการคิดไม่สมบูรณ์ และต้องหาวิธีฟื้นฟูในระยะต่อมา" ผศ.ดร.นวลจันทร์ กล่าว

เมื่อเด็กได้ซึมซับกับบทเพลงบรรเลงที่ปราศจากเนื้อร้อง จะช่วยสร้างจินตนาการทางความคิด กระตุ้นให้สมองในส่วนต่างๆ ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ จากสมองด้านข้างช่วยการรับรู้ และได้ยิน เชื่อมต่อไปยังสมองส่วนหน้า ส่วนของการคิดวิเคราะห์ หาเหตุผลเพื่อแก้ปัญหา และสมองส่วนหลังควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายในระยะยาว

ขณะที่ผลงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่าทำนองดนตรีที่อยู่ในตัวโน้ตช่วงยาว จะช่วยเสริมมิติสัมพันธ์ด้านการคิดคำนวณ ทักษะคณิตศาสตร์ ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในขณะที่โมสาร์ทเติบโตเป็นนักปราชญ์ด้านดนตรีอันดับต้นของโลก ในวัยเด็กเขายังเป็นนักเรียนที่เก่งวิชาคณิตศาสตร์ขนาดที่ครูยังต้องเอ่ยปากชม

ทั้งนี้บทเพลงที่มีแต่ท่วงทำนองจะช่วยสร้างจินตนาการของเด็กถูกกระตุ้น โดยไม่จำกัดอยู่ในกรอบของเนื้อหาที่กำหนดให้บทเพลงนั้นแคบลง ในขณะที่บทเพลงที่รุนแรง ดุดัน ก็มีผลต่อประสิทธิภาพการได้ยินของหูเด็กเช่นกัน ดังนั้นการเลือกบทเพลงให้ลูกฟังจึงเป็นด่านแรกของพ่อ-แม่ที่มีส่วนหยิบยื่นให้ลูก ก่อนถึงวัยที่พวกเขาจะตัดสินใจได้เองว่าบทเพลงแบบไหนถูกใจ และควรที่จะรับฟังมากที่สุด

สำหรับคุณแม่ที่กำลังสนใจเรื่องราวของดนตรี สมอง และความฉลาด ของลูก ในวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2549 นิตยสารรักลูกได้จัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ ในหัวข้อ "Mozart Music&Intelligence" โดย ดร.ฟรานซิส เราส์เชอร์ เจ้าของผลงนวิจัย โมสาร์ท เอฟเฟค และ ดร.ฌอน ฮินตัน นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องบทบาทของดนตรีที่มีผลต่อโครงสร้าง และการทำงานของสมองมนุษย์ ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีน ปาร์ค รวมถึงการบรรยายสัญจรที่จะจัดขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ruklukefamilygroup.com

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543