Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2010-11-16

เปิดคัมภีร์เซียนครีเอทีฟ..รอด-รุ่ง ด้วยหัวคิดสร้างสรรค์

'การออกแบบ การใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาให้เอสเอ็มอีได้จริง' นี่คือคำยืนยันจาก 4 กูรู ครีเอทีฟ ภัทรพล จันทร์คำ , ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร ,ธีระ ฉันทสวัสดิ์ และอรณิศ ปันยารชุน

สี่ขุนพลครีเอทีฟที่เอสเอ็มอีแบงก์และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ TCDC ดึงมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน "โครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์” พร้อมให้คำแนะนำ

"ภัทรพล จันทร์คำ" อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นักออกแบบที่ปรึกษาของหลายแบรนด์ดัง อย่าง Kenkoon และ Yothaka บอกเราว่า เอสเอ็มอีจะเอาทรัพยากรที่มี กำลังการผลิต หรือโนว์ฮาว ไปต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่คงทำไม่ได้ การแข่งขันด้านแรงงานราคาถูก ก็ไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้ชนะในเวทีธุรกิจ แต่คำตอบของเรื่องนี้คือเป็นการออกแบบและการคิดอย่างสร้างสรรค์ ที่จะสร้างตัวตน สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของเอสเอ็มอีได้

ความเชื่อมั่นที่เขายืนยันด้วยประสบการณ์ ถูกฉายภาพให้เห็นผ่านบทบาทของ "ดีไซเนอร์" ที่ต้องไม่ใช่คนรับคำสั่งของผู้ประกอบการอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการทำงาน "ร่วมกัน" ตั้งแต่ต้น

"นักออกแบบจะต้องหาจุดสมดุลให้ได้ ระหว่างเรื่องของธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์ ต้องสามารถนำหลักการของออกแบบไปผสมเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานของตัวสินค้า การออกแบบสินค้าให้แตกต่างและน่าสนใจ การเลือกวัสดุ กระทั่งการสร้างแบรนด์ ดีไซเนอร์ที่รู้หลักการตลาดจะช่วยผู้ประกอบการได้มาก ไม่ใช่แค่รอรับโจทย์แล้วรับไปทำตามเพราะบางอย่างก็มีข้อจำกัด การออกแบบอาจช่วยไม่ได้ แต่ต้องเป็นการคิดร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เริ่มคิดคอนเซปต์ด้วยซ้ำไป เพื่อให้การออกแบบเข้าไปแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการได้จริงและทำสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาดได้"

เขายกตัวอย่างผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ที่ต้องการเปิดตลาดใหม่โดยหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้มี คือวัสดุที่ใช้อยู่แล้ว พร้อมเครื่องจักรที่รองรับการผลิตวัสดุเหล่านี้

ในฐานะนักออกแบบ เขาต้องแชร์ความคิดร่วมกับเจ้าของแบรนด์ เริ่มจากการคิด "วัสดุใหม่" เพื่อตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลาดใหม่

แต่ปัญหา คือ วัสดุใหม่ ต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการอาจต้องลงทุนเรื่องเครื่องจักรใหม่

สิ่งที่ภัทรพลทำคือ การคิดกระบวนการทำงานให้ลงทุนน้อยที่สุด หรือสามารถปรับใช้เข้ากับเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ได้

การทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการจนสามารถตอบโจทย์ธุรกิจ และเปิดตลาดสำเร็จได้ตามเป้าหมาย

แต่ก็ไม่ใช่เอสเอ็มอีทุกรายจะเห็นด้วยกับวิธีการนี้ เขาบอกว่า ผู้ประกอบการต้องมีวิสัยทัศน์ เปิดใจและทำความเข้าใจว่าการออกแบบสามารถเข้ามาช่วยธุรกิจได้จริง เพียงแต่ต้องทำให้ถูกต้องและนำมาใช้ให้ถูกจุดเท่านั้น ส่วนจะสร้างสรรค์แบบไหนถึงจะทำให้สินค้าขายได้ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะต่างคนก็ต่างปัญหา ต่างเป้าหมาย การออกแบบจึงต้องแตกต่างกันไป แต่เพียงแค่ผู้ประกอบการเปิดใจก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว

ต้นทุนจากการเป็นดีไซเนอร์ สร้างความได้เปรียบในเวทีผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับ "ธีระ ฉันทสวัสดิ์" ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า T-RA ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผู้ที่ประกาศว่า ประเทศไทยไม่สามารถก้าวไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้เลย ถ้ายังไม่หลุดพ้นจากวังวนของการก๊อบปี้

"การลอกเลียนแบบ ยังเป็นปัญหาใหญ่ และแก้ยากมาก เวลาที่ตัวเองหรือเพื่อนดีไซเนอร์แบรนด์ต่างๆ ทำอะไรออกมา วางขายในร้านได้แค่อาทิตย์เดียว ที่อื่นก็มีขายแล้ว ถึงขนาดว่าบางร้านก๊อบปี้แบรนด์นี้ทั้งแบรนด์ เขาทำอะไรออกมาร้านนี้มีขายหมด แม้ลูกค้าจะคนละกลุ่มกันก็จริงแต่สร้างความเสียหายมาก"

ธีระบอกว่า คนที่คิดว่าไม่สนใจการสร้างแบรนด์ แต่เลือกการลอกเลียนแบบ เพราะรวยเร็วดี นี่เป็นความคิดของประเทศโลกที่ 3 เมื่อทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศไทย ให้เป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ มีดีไซน์เป็นของตัวเอง ความคิดเก่าๆ แบบนี้จึงต้องโละทิ้งไปให้ได้ เอสเอ็มอีต้องเปลี่ยนความคิด มาบอกตัวเองว่า "ฉันต้องสร้างแบรนด์ ฉันต้องครีเอทีฟ"

แม้การสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะเก็บดอกผลจากมันก็อาจใช้เวลานาน เหมือนแบรนด์ T-RA ที่ต้องสะสมความสำเร็จมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี แต่เขาบอกว่าสิ่งที่จะได้ คือการสร้าง "ตำนาน" ให้กับตัวเอง เป็นต้นตำรับไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร ซึ่งนี่ก็คือความภูมิใจที่สุดแล้วในฐานะผู้ประกอบการคนหนึ่ง

การคิดเรื่องดีไซน์ ผู้ประกอบการอาจไม่จำเป็นต้องเรียนมาทางด้านการออกแบบ ไม่จำเป็นต้องยืมมือดีไซเนอร์เข้าช่วย แต่อาจเริ่มได้ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับ "ขวัญหทัย ตัณฑ์เกยูร" ผู้จัดการร้านค้า The Shop@TCDC และที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ เธอไม่ใช่ดีไซเนอร์ แต่เติบโตมาทางสายธุรกิจ การมองความคิดสร้างสรรค์ในแบบเธอจึงอาจแตกต่างจากดีไซเนอร์

เธอ บอกว่า ความคิดสร้างสรรค์ คือการหาความต่าง และเป็นความต่างที่เกิดขึ้นจากตัวเอง เกิดจากสิ่งที่เรารัก และรักที่จะทำในสิ่งนั้น และสามารถเริ่มต้นได้จากรีซอสที่ตัวเองมี ที่สำคัญต้องคำนึงถึงเรื่องต้นทุนด้วย ต้องอย่าลงทุนจนเข้าตัว

"มีเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาว่า เขาอยากทำผลิตภัณฑ์ดีไซน์ พวกกล่องใส่ดินสอ จะใช้วัสดุเป็นผ้าและหนังแท้ เราถามกลับไปว่า มีช่างไหม ช่างเป็นใคร แล้วผ้าและหนังจะซื้อมาจากที่ไหน เขาบอกไม่รู้ แต่มีเงินทุนอยู่ 1 ล้านบาท พอถามว่าเรียนจบอะไรมา เขาจบทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เลยบอกไปว่าแล้วจะไปเริ่มกับกล่องใส่ดินสอทำไม แล้วเงินลงทุนตั้งล้าน มันไม่ใช่น้อยๆ นะ เราเลยแนะนำไปว่าให้เขาลองทำสมุดโน้ตเป็นรูปหัวโขน แต่ให้ใช้แค่รูปหน้าอย่างเดียว เขาเรียนมาทางด้านนี้มีของอยู่ในมือแล้วและใช้ต้นทุนแค่หลักหมื่นเท่านั้น"

คิดอย่างคนทำธุรกิจก็ต้องมองกันอย่างนี้ ที่สำคัญอย่าติดความเป็นศิลปินมากไป เธอ บอกว่า ดีไซเนอร์มักชอบงานสีทึมๆ ขณะที่คนซื้อก็ชอบงานที่สะดุดตา สีสันสดใส จะออกแบบทั้งทีก็ต้องเลือกงานที่ดึงดูดความสนใจคนซื้อได้ด้วย อย่ามองเพียงมุมความสวยแบบที่ตัวเองคิดเท่านั้น

ปิดท้ายกับ "อรณิศ ปันยารชุน" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่บอกว่า เรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่เอสเอ็มอีควรทำ และทำมันตั้งแต่เริ่มต้นกิจการและพัฒนาไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสินค้า ความยืดหยุ่นจากการเป็นธุรกิจขนาดเล็ก จะทำให้เอสเอ็มอีปรับตัวได้ดีกว่าบริษัทขนาดใหญ่ และสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ นำความสำเร็จมาสู่กิจการของตัวเองได้ในท้ายที่สุด

เช่นเดียวกับความสำเร็จของใครหลายคนที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้

..............................................................

Key Point

๐ หาตัวเองให้เจอ เจอแล้วก็จงเริ่มทำ

๐ อย่าดูถูกความคิดตัวเอง

๐ ในความธรรมดา ก็อาจเป็นสิ่งที่คนมองหาได้

๐ เปิดรับฟังคนอื่น แต่อย่าให้มันทำลายความเป็นตัวเอง

๐ คำนึงเสมอถึงต้นทุน กำไร อย่าลงทุนให้เจ็บตัว

๐ มองภาพรวมอย่างเป็นเหตุเป็นผล

โดย : จีราวัฒน์ คงแก้ว