Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2014-06-30 11:18:53

อานิสงส์'ฟุตบอลโลก'ดันส่งออกเสื้อผ้าโต5%

"ยุทธนา"เลขาฯสมาคมเครื่องนุ่งห่มไทย ชี้อานิสงส์'ฟุตบอลโลก' ดันส่งออกเสื้อผ้าโต5%

มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก บราซิล 2014 มีส่วนช่วยสำคัญให้ยอดรวมการส่งออกหมวดเครื่องนุ่งห่มของไทยในปีนี้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยประมาณการอัตราการขยายตัวทั้งปี 3-5 % มูลค่าการส่งออกรวมกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท เป็นการส่งออกเสื้อผ้ากีฬาที่ไทยรับจ้างผลิตให้แบรนด์ดังอย่างไนกี้ อาดิดาส พูม่า ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบนี้กว่า 1.4 พันล้านบาท

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขาธิการสมาคมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยจะขยายตัวประมาณ 3-5% มีมูลค่ากว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดยอดส่งออก 5 เดือนขยายตัว 2.7% และหลังจากนี้ไปจะขยายตัวในแดนบวกทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าการส่งออกของไทยน่าเป็นห่วง เนื่องจากประเทศไทยจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ทั้งหมดจากสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ต้นทุนสินค้าไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของผู้บริหารประเทศในการเร่งตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเดินหน้าเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-อียู ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวให้มีความชัดเจน เพราะถ้านานไป จะสูญเสียตลาดให้กับประเทศอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ไทยมีพื้นฐานในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีวัตถุดิบทุกชนิดที่หลากหลาย มีตลาดภายในประเทศทุกระดับตั้งแต่ต่ำสุดไปจนถึงสูงสุด จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าได้อีกมาก แต่ทั้งนี้การที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยยังไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีปัญหาการลอกเลียนแบบสูง ทำให้ผู้ประกอบการไม่ค่อยอยากคิดค้นแบบเสื้อผ้าใหม่ๆ

นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการ บ.ฮงเส็งการทอ จำกัด กล่าวว่า บริษัทรับจ้างผลิตให้กับยี่ห้อชั้นนำระดับโลก และรับผลิตเสื้อฟุตบอลให้สโมสรฟุตบอลลีกต่างๆ ระดับโลกต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงฟุตบอลโลกปีนี้ยอดการผลิตเติบโต 10-15% จากช่วงเวลาปกติ แต่เมื่อรวมกันทั้ง 4 บริษัท ได้แก่ ไนซ์กรุ๊ป ไฮ-เทคกรุ๊ป ลิเบอร์ตี้กกรุ๊ป และฮงเส็งกรุ๊ป ที่รับผลิตชุดกีฬาฟุตบอลโลกประมาณ 10 ทีม มียอดการสั่งซื้อเพิ่มรวมกันประมาณ 40-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 พันล้านบาท

“บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะผลิตเสื้อวันละ 4 หมื่นตัวให้ได้ภายในปี 2563 หรือคิดเป็น 40 ล้านตัวต่อปี ทำให้เกิดการจ้างงาน 1 หมื่นคน จากปัจจุบันที่บริษัทผลิตได้วันละ 5 พันตัวจากโรงงานผลิตในประเทศไทยที่มี 2 แห่ง ในกรุงเทพ และอุบลราชธานี โดยมีแผนลงทุนขยายโรงงานผลิตที่ประเทศเวียดนาม เฟส 2 และ 3 ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มอีกเฟสละ 1.8 หมื่นตัวต่อวัน เป็นกว่า 4 หมื่นตัวต่อวัน และยังลงทุนในจีนเป็นแห่งที่ 2 จากเดิมที่มีอยู่และในพม่าจะผลิตช่วงปี 2559-2560”นายสุกิจ กล่าว

ธุรกิจเครื่องนุ่งห่มจำเป็นต้องขยายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศ ปัญหาที่สหรัฐปรับลดสภานะบัญชีค้ามนุษย์ลงสู่ระดับต่ำสุด และสหภาพยุโรป (อียู) ชะลอความสัมพันธ์กับไทย

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด กล่าวว่า ในช่วงฟุตบอลโลก บริษัทผลิตเสื้อฟุตบอลโลกประมาณ 7.5 แสนตัว ส่งผลให้ยอดการผลิตเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20% จากช่วงเวลาปกติ ส่วนในช่วงอื่นๆ ก็จะผลิตชุดฟุตบอลให้สโมสรลีกต่าง ๆ ตามปกติ

นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า รัฐวางเป้าหมายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในอาเซียน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ใน 2 มุมมอง คือ Outside Inกับ Inside Out โดยหากมองในมุม Outside In คือ การจูงใจและเอื้ออำนวยให้เทรดเดอร์สนใจเข้ามาซื้อสินค้าในไทย รวมทั้งการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสซื้อสินค้าแฟชั่นของไทยมากขึ้น ดังนั้น จำเป็นต้องทำให้ไทยเป็น Fashion Shopping Paradise ซึ่งต้องสร้างระบบโลจิสติกส์ที่เอื้อต่อการส่งออกสินค้าแฟชั่น การสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค ว่าเมืองไทยนอกจากจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว สินค้าแฟชั่นยังเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องซื้อกลับไป

"จำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดแหล่งชอปปิงที่หลากหลายทั้งในมิติของพื้นที่และสินค้าเฉพาะอย่าง รวมทั้งต้องกระจายออกไปในจังหวัดที่มีศักยภาพนอกจากกรุงเทพฯด้วย "

 

 

Tags : ฟุตบอลโลก • เครื่องนุ่งห่ม • อานิสงส์ • สหภาพยุโรป • อุตสาหกรรม