Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2014-07-15 15:06:46

พิชิตถ้วยแชมป์! ชุดบอลไทย ในบอลโลก

บอลไทยอาจไม่ได้ไปบอลโลก แต่เสื้อฟุตบอลไทย เราไปบอลโลกมาหลายปีแล้ว! ด้วยฝีมือผู้ผลิตชุดกีฬาแบรนด์ดังสัญชาติไทย

“สิ่งที่ควรภาคภูมิใจคือ..แม้ฟุตบอลไทยไม่ได้ไปฟุตบอลโลก แต่เสื้อบอลไทยไปบอลโลกมานานแล้ว”

คำเปิดบทสนทนาของ สุกิจ คงปิยาจารย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮงเส็งการทอ จำกัด หนึ่งในผู้รับจ้างผลิต (OEM) ชุดกีฬาให้กับแบรนด์ระดับโลก ที่อยู่ในสนามมากว่า 30 ปี ดึงดูดความสนใจในธุรกิจนี้

คอบอลอาจคิดไม่ถึงว่า ชุดฝึกซ้อม และเสื้อทีม ของเหล่าทีมโปรดทั้งในฟุตบอลโลก และฟุตบอลลีกต่างๆ ที่ขายให้กับแฟนบอลทั่วโลก จะมีแหล่งผลิตอยู่ที่บ้านเรา ที่สำคัญไม่ได้เพิ่งเริ่มทำแต่ผู้ประกอบการไทยลงสนามนี้มาหลายปีแล้ว

“เราผลิตชุดกีฬาสำหรับฟุตบอลโลกมาหลายครั้งแล้ว เฉพาะครั้งนี้เมื่อรวมทั้ง 4 บริษัท (บริษัทไนซ์กรุ๊ป, ไฮ-เทคกรุ๊ป, ลิเบอร์ตี้กรุ๊ป และฮงเส็งกรุ๊ป) ที่รับผลิตชุดกีฬาฟุตบอลโลกอยู่ประมาณ 10 ทีม มียอดสั่งซื้อรวมกันที่ประมาณ 1.4 พันล้านบาท”

ตัวเลขไม่เบาะไม่เบา จากอานิสงห์ฟุตบอลโลก 2014 ที่กระตุ้นยอดสั่งซื้อเสื้อทีมจากไทยให้เพิ่มทวี ส่งให้ยอดการผลิตเติบโตถึงร้อยละ 10-15 จากช่วงเวลาปกติ ขณะที่บางรายยอดขายเติบโตไปถึงร้อยละ 20 เพราะฟุตบอลโลก

เช่นเดียวกับ วัลลภ วิตนากร” รองประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด ที่บอกเราว่า ปีนี้พวกเขาได้ผลิตเสื้อฟุตบอลโลกประมาณ 750,000 ตัว มียอดการผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 จากช่วงเวลาปกติ และคาดว่าปีนี้จะเติบโตได้ถึงร้อยละ 20 จากอานิสงห์ฟุตบอลโลก

ขณะที่ตัวเลขส่งออกสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2557 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 2,390 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตลาดส่งออกหลัก คือ อาเซียน รองลงมา สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ตามลำดับ (กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม)

ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงเลือกไทยเป็นฐานผลิตสำคัญของเสื้อผ้าและชุดกีฬา คนวงในสะท้อนจุดแข็งว่า อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยมีขนาดใหญ่และครบวงจร ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน มีความพร้อมด้านการคมนาคม และสื่อสาร ผู้ผลิตไทยมีประสบการณ์มานาน สินค้ามีนวัตกรรมและคุณภาพดี มีแหล่งวัตถุดิบในประเทศ และราคาสมเหตุสมผล

“อุตสาหกรรมนี้เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เรามีซัพพลายเชนที่ครบถ้วน มีตลาดค้าส่งที่ดีที่สุด มีตลาดค้าปลีกที่หลากหลาย และดีที่สุดในภูมิภาคนี้ มีผ้าที่หลากหลาย และมีการผลิตเสื้อผ้าที่หลากหลายที่สุดในภูมิภาคด้วย”

“ยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์” เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย บอกศักยภาพและแต้มต่อของผู้ผลิตไทยในตลาดเสื้อผ้าและชุดกีฬา ที่โอกาสในตลาดโลกยังเปิดกว้าง และสามารถแข่งขันได้ในอาเซียน

แต่โอกาสไม่ได้มาเพราะ “โชคช่วย” เพราะเป็นที่ทราบดีว่าขณะผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง “เติบโต” แต่เอสเอ็มอีรับจ้างผลิตอีกจำนวนมาก ต้องทยอยปิดตัวลงจากการปรับลดหรือยกเลิกคำสั่งซื้อของลูกค้า มาตอกย้ำซ้ำบาดแผล กับวิกฤติแรงงานขาดแคลน ต้นทุนค่าแรงพุ่งกระฉูด ปัญหาเศรษฐกิจทั้งภายในและนอกประเทศ กับสารพัดปัจจัย ที่ดูไม่เอื้อต่อการแข่งขันเอามากๆ

หลายรายเจ็บ และเลือกที่จะยอมแพ้ แต่กับรายที่ยังอยู่ พวกเขาเลือกปรับตัว ทั้งพัฒนาผลิตภาพการผลิต ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการสมัยใหม่ พัฒนานวัตกรรม ทำลายคู่แข่งทางการค้า มาเป็นพันธมิตร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อรักษาฐานที่มั่นของการ “อยู่รอด”

“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่ล้มหายตายจากไป ส่วนหนึ่งเพราะไม่ปรับตัว ไม่ยอมเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ จึงทำให้แข่งขันไม่ได้ แต่ทว่ากลุ่มที่ยังอยู่ และปรับตัวได้ กลับขยายตัวจากเดิมชนิดที่เรียกว่า ‘ทวีคูณ’ และมีการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียและอาเซียน ซึ่งสองปีที่ผ่านมามีออกไปแล้วร่วม 30 โรงงาน และไปใหญ่ด้วยไม่ได้ไปเล็ก”

วัลลภ วิตนากร” บอกสถานการณ์ “สุดขั้ว” ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยยกตัวอย่าง “ไฮ-เทคกรุ๊ป” ของเขา ที่วันนี้ขยายไปมีโรงงานในหลายประเทศ ทั้ง ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า และจีน ขณะที่โรงงานฮงเซ็งของ “สุกิจ” นอกจากโรงงานที่ จีน ซึ่งร่วมทุนกับไฮ-เทคกรุ๊ปของวัลลภแล้ว ก็ยังมีโรงงานผลิตที่ เวียดนาม และกำลังขยายฐานไปสู่ประเทศเนื้อหอมอย่างพม่า โดยมีเป้าหมายสุดท้าทาย ในปี ค.ศ. 2020 ที่จะผลิตให้ได้อย่างน้อย 40 ล้านตัวต่อปี!

แล้วทำแบบไหนถึงจะสำเร็จ เป็นรายที่หลุดพ้นและเติบใหญ่ได้เหมือนพวกเขา

“วัลลภ” บอกเราว่า 80% ของลงทุนเพิ่ม ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ “เพิ่มแนวความคิด” เปลี่ยนทัศนคติ ปรับมายด์เซ็ท เพื่อเข้าถึงการพัฒนาที่แท้จริง สามารถอยู่รอด และรักษาความยั่งยืนให้ธุรกิจได้

“ถ้ายังเป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิต คุณก็ต้องทำให้เป็น ‘Smart OEM’ ให้ได้ นั่นหมายความว่า ต้องพัฒนาตัวเองให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น มีการบริหารจัดการสมัยใหม่ พัฒนาบุคลากร มีความคิดที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยต่างๆ สำคัญสุดคือ ทำอย่างไรถึงจะสนองตอบลูกค้าได้”

เวลาเดียวกันคือ สร้างมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้า เพื่อพัฒนาจาก Smart OEM ไปสู่ ‘ODM’ (original design manufacturer) โดยการพัฒนาสินค้าร่วมกับผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มการตอบสนองแก่ผู้ซื้อ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตรงใจ ซึ่งผลพลอยได้สำคัญคือ ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้นและเข้าใจการตลาดมากขึ้น

“ถ้าเราสามารถทำให้ลูกค้าเชื่อใจได้ เขาก็จะสั่งซื้อกับเราเพิ่ม เราก็จะเป็นพาร์ทเนอร์เขาตลอดไป เพราะเขาขาดเราไม่ได้ นั่นคือการทำให้เป็น Smart ODM จากนั้นคุณจะมีความมั่นใจที่จะไปสู่การสร้างแบรนด์ (OBM) ได้ในที่สุด”

ขณะที่ผู้บริหาร “ฮงเส็ง” บอกเราว่า การพัฒนานวัตกรรมร่วมกับแบรนด์ต่างๆ คือการปรับตัวที่สำคัญของผู้รับจ้างผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า สร้างความแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น โดยแนวคิดคือ ‘ให้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้มากกว่าผู้ซื้อ’ และ ‘เมื่อคุณมีส่วนร่วมในการพัฒนา เขาจะไปจากคุณได้ยากขึ้น’

ขณะการทำธุรกิจในวันนี้ เขาบอกว่า คงไม่เป็น “บริษัทแห่งประเทศไทย” เท่านั้น แต่ต้องเป็น “บริษัทอาเซียน” ด้วย โดยการไปลงทุนทำธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังมีศักยภาพ มีสิทธิประโยชน์ทางการค้า และได้เปรียบเรื่องต้นทุน

ด้าน “ยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์” เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย บอกเราว่า ปัจจุบันโรงงานในไทยที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ และมีศักยภาพพร้อมแข่งขัน มีอยู่ประมาณ 20% แต่กลุ่มนี้กลับสร้างมูลค่าส่งออกสูงถึง 80% ของตลาด และหากมองลึกลงไปจะพบว่าแต่ละโรงงานเลือกที่จะปรับตัว และยอมลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยมองเป็น “ตัวทำเงิน” ขณะที่เอสเอ็มอีมักมองเป็น “ต้นทุน” ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดน้อยถอยลงในสนามนี้

มองดูภาพรวมในอุตสาหกรรม เขาบอกว่า การล้มหายตายจากไป มีตั้งแต่รายเล็กที่ปรับตัวไม่ได้ และรายใหญ่ที่ลูกหลานไม่เอา ส่วนรายใหม่ที่เข้ามาในธุรกิจเพื่อรับจ้างผลิต “ไม่มีแล้ว” ด้วยอุปสรรคและปัจจัยต่างๆ ที่บีบขั้น

“หลายแบรนด์ที่โตมาจากการผลิต ทุกวันนี้ก็มาลุยด้านการตลาดอย่างเดียว แล้วไปหาโรงงานเก่งๆ ผลิตให้ หมดยุคที่จะตั้งโรงงานเอง สร้างแบรนด์เอง ทำตลาดเองแล้ว จากการที่คนงานไม่มี มีก็แก่ แก่ก็แพง และแพงที่สุดในย่านนี้ คนมาใหม่จึงต้องสร้างแบรนด์แล้วไปจ้างผลิต ส่วนหน้าใหม่ๆ ที่ยังไม่ถึงเรื่องแบรนด์ ก็ให้เน้นทำตลาดออนไลน์” เขาชี้แนะ

ยุทธนา ย้ำว่า คนไทย มีความสามารถ แต่ต้องหาโอกาสที่จะใช้ความสามารถนี้ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม โดยต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ภาพใหญ่สุด เราจะทำอะไรกับเออีซี กับโลกใบนี้ แล้วกลับมาวางกลยุทธ์ บริหารจัดการ และพัฒนาผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มให้แข็งแกร่งขึ้น และทำทุกอย่างให้เป็นระบบ เพื่อพิชิตถ้วยแชมป์ในสนามนี้

พร้อมเปลี่ยนธุรกิจ “Sunset” ให้เป็นรุ่งอรุณแห่งโอกาส..ไม่รู้จบ

“”””””””””””””””””””””””””

Key to success

สูตรเติบโตในวิถีโออีเอ็ม

๐ พัฒนาผลิตภาพการผลิต และคน

๐ ปรับกระบวนการบริหารจัดการสมัยใหม่

๐ พัฒนานวัตกรรมร่วมกับผู้ซื้อ

๐ ลงทุนเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่า สร้างแต้มต่อธุรกิจ

๐ เปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

๐ ปรับตัวเองเป็น Smart OEM

 

Tags : สุกิจ คงปิยาจารย์ • บริษัท ฮงเส็งการทอ จำกัด • วัลลภ วิตนากร • ผู้ผลิตชุดกีฬาฟุตบอลโลก