Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2014-07-29 12:18:28

"อ้วยอันโอสถ"ธุรกิจยา 6 ทศวรรษ ในมือเจน 3

ในวัย 67 ปีของธุรกิจยา “อ้วยอันโอสถ”กลับดูหนุ่มแน่นและทันสมัยขึ้น หลังการมาถึงของทายาทรุ่น 3

อ้วยอันโอสถ” คือ หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ธุรกิจยาแผนไทย ที่อยู่ในสนามนี้มานานถึง 67 ปี

พวกเขาเริ่มจากร้านขายยาขนาด 2 คูหา บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน และแผนโบราณ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2490 โดยคนรุ่นหนึ่ง “เสถียร สมบูรณ์เวชชการ” แพทย์และเภสัชกรแผนโบราณ

จนก่อตั้งเป็น “บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด” ขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดย “สิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ” ทายาทรุ่น 2 ซึ่งนำกรรมวิธีการผลิตและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ และวางจำหน่ายในร้านขายยากว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อ 3 ปี ก่อน ทายาทรุ่น 3 เริ่มเข้ามาบริหารกิจการ เขาคือ “โม-ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ กรรมการบริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด วัย 30 ปี

สิ่งที่พกติดตัวมาด้วย คือ ความรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ หลังคว้าปริญญาตรีและโท ทางด้านFood Science and Technology ที่ The Ohio State University, Columbus สหรัฐอเมริกา

“ผมเข้ามาเมื่อ 3 ปี ก่อน พร้อมๆ กับพี่สาว (นิชา สมบูรณ์เวชชการ) โดยพี่ดูแลด้าน HR ส่วนผมดูเรื่องการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำเข้าและส่งออก รวมถึงเกี่ยวกับกฎหมาย อย่าง การจดทะเบียนปรับปรุงสูตร เป็นต้น”

รุ่นปู่ปั้นยาลูกกลอนอยู่หลังบ้าน รุ่นพ่อพัฒนาลงแคปซูล มีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานและทันสมัย มาถึงรุ่นลูกก็เริ่มนำนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา เวลาเดียวกับพัฒนาเรื่อง “แบรนด์” ให้เข้าถึงหัวจิตหัวใจคนยุคนี้

เราเลยได้เห็นผลิตภัณฑ์จากอ้วยอันยุคใหม่ ที่ครอบคลุมคนทุกเจเนอเรชั่น ตั้งแต่ ยา ยาบำรุง และอาหารเสริม อย่าง กลุ่มยาลดไข้สำหรับเด็ก ยาอมสมุนไพร ยาสามัญประจำบ้าน (แบรนด์อ้วยอัน) และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (แบรนด์ HERBAL ONE) บนจุดยืน ผลิตยาคุณภาพ ทานง่าย ไม่ต้องทานเยอะ แม้เป็นของโบราณแต่อยู่ในรูปลักษณ์ทันสมัย โดยมีการปรับโลโก้ เปลี่ยนรูปแบบแพคเก็จจิ้งให้ดูดี เน้นตัวอักษร “อ้วยอัน” ให้เด่นชัดขึ้น เพื่อที่ผู้บริโภคจะจดจำ “ชื่อสินค้า” ได้ ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาสินค้าเท่านั้น ตลอดจนการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุค “โซเชียล”

เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงรักษาไว้ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็คือชื่อแบรนด์ “อ้วยอัน” ทายาทบอกเราว่า เพราะความหมายอันดีที่แปลว่า “สะอาด และ ปลอดภัย” ซึ่งเป็นดั่งปรัชญาธุรกิจที่มีมาตั้งแต่คนรุ่นปู่แล้ว หน้าที่ของพวกเขาก็แค่ คงรักษา “คุณค่า” ที่ดีงามเหล่านี้ไว้ เพื่อให้ยังครองใจผู้บริโภคได้ในทุกยุค

หนึ่งเรื่องใหม่ที่ถูกใส่เติมในรุ่นทายาท ก็คือ การดีลกับตลาดต่างประเทศ ทั้ง นำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร และส่งออก การติดต่อโดยตรงกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ แทนที่จะซื้อวัตถุดิบผ่านเอเย่นในไทยเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ได้ราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง และมีตัวเลือกมากขึ้น ขณะที่บินไปดูเครื่องจักรเอง เลยสามารถ “คัสโตไมซ์” ตัวเครื่องให้เข้ากับผลิตภัณฑ์และความต้องการได้มากขึ้น เวลาเดียวกับมีโอกาสเปิดตลาดอินเตอร์ โดยรับจ้างผลิตให้กับลูกค้าที่ประเทศออสเตรีย ส่งผลิตภัณฑ์ไปที่ โรมาเนีย ตลอดจนทำตลาดการค้าชายแดน ไปยังเพื่อนบ้านอาเซียน อย่าง ประเทศลาว เป็นต้น

“การดีลกับต่างประเทศ เริ่มในรุ่นของผม แต่ยังไม่เยอะมากนัก เพราะไม่ง่าย แต่ละประเทศก็รักษาผลประโยชน์ของผู้ผลิตในประเทศเขา เราจึงต้องไปจดทะเบียนสินค้าในประเทศนั้นๆ ก่อน เพื่อส่งออกอย่างถูกกฎหมาย ถ้าผ่านถึงจะเริ่มซื้อขายกันได้”

เขาสะท้อนความยากของผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทย ที่จะไปแจ้งเกิดในตลาดโลก และยกให้เป็นงานท้าทายของผู้บริหารรุ่นใหม่ ในการที่จะ ศึกษา เรียนรู้ และแสวงหาพันธมิตร (ตัวแทนจำหน่าย) ที่ดี มาสร้างอนาคตให้ธุรกิจ

ขณะที่โอกาสในตลาดอาเซียน คนหนุ่มบอกเราว่า ไทยเป็นอันดับ 3 เรื่องสมุนไพรในอาเซียน โดยอันดับหนึ่งคืออินโดนีเซีย ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ขณะที่อันดับสองคือ มาเลเซีย ซึ่งได้เปรียบเรื่อง “ทุน” ซึ่งการที่ไทยจะสู้สองผู้นำได้ ก็คือ ต้องเน้นสมุนไพรที่ประเทศอื่นไม่มี บวก “อินโนเวชั่น” พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม สร้างแต้มต่อในสนามนอกบ้าน

ยังมีโอกาสในตลาดต่างประเทศ สำหรับผู้เล่นที่ชื่อ “อ้วยอันโอสถ” จากความพร้อมทั้งการมีโรงงานผลิตที่ดี มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และยังคงพัฒนามาตรฐานด้านต่างๆ มารองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

กับหนึ่งเกมรบที่ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปไม่ว่าในตลาดไทย หรือตลาดโลก ก็คือ มุ่งแข่งขันที่ “คุณภาพ” ไม่ใช่ “ราคา”

“ถ้าแข่งเรื่องราคาก็ ‘ใครถูกกว่าชนะ’ ซึ่งระยะยาวไม่เป็น ‘กำไร’ ต่อบริษัท แต่ถ้าเราแข่งกันที่คุณภาพ ให้คนรู้ว่ายาของเราดี ถึงแม้ราคาอาจสูงกว่าที่อื่น แต่ใช้ได้ผลทุกครั้ง ลูกค้าก็เลือกเราอยู่ดี ซึ่งอ้วยอันเชื่อมั่นในแนวทางนี้” เขาบอกจุดยืน

และแม้ไม่เน้นขายของถูก แต่ราคาสินค้าของอ้วยอันก็ต้องอยู่ในระดับที่ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบเอง มีเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิต ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

“ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ เราก็มีแนวคิดว่า ต้องทำสินค้าที่ทุกคนต้องเข้าถึงได้ และสมุนไพร เป็นธรรมชาติ ถ้ามาบอกว่า ธรรมชาติซื้อได้ในราคาแพง ก็ดูไม่ยุติธรรมกับลูกค้าเท่าไร”

ธุรกิจอยู่มาได้กว่า 6 ทศวรรษ ด้วยหัวใจสำคัญ คือ คุณภาพ ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และธรรมาภิบาล โดยมุ่งให้ความสำคัญทั้ง ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค พนักงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็น "วิถี" ของพวกเขาไปแล้ว

และนั่นเองที่ทำให้ “อ้วยอัน” ยังพร้อมแข่งขันได้ในธุรกิจยายุคนี้ กับคู่แข่งกว่าพันราย มูลค่าตลาดนับ 8 พันล้านบาท ขณะที่กลุ่มอาหารเสริม มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาทต่อปี มีผู้เล่นล้นสนามทั้งอยู่มานานและหน้าใหม่ โดยยังคงเติบโตทุกปี ปีละ 10-15% มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาทต่อเดือน และมีแผนที่จะขยายโรงานผลิตแห่งใหม่ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว บวกแผนปลูกพืชสมุนไพรเอง เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ นี่คือ ยุทธศาสตร์หน้าใหม่ของพวกเขา

บนจุดยืนทำตลาดแบบ “ไม่หวือหวา” ทว่าขอโตแบบ “มั่นคง”

หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จ คือ การได้รางวัลการันตรีจากหลายสถาบัน หนึ่งในนั้นคือ รางวัล Bai Po Business Awards ครั้งที่ 8 ที่จัดโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ ด้วยความโดดเด่นในมิติ การมีคุณภาพสูง และการตอบสนองและปรับตัวต่อโอกาสและปัญหา สะท้อน “วิถีปฏิบัติ” แบบอ้วยอัน ที่ไม่ได้เฉิ่มเชยไปตามกาลเวลา ทว่าพร้อมปรับตัวให้รับมือกับทุกสภาวการณ์ได้เสมอ

“ชนรรค์” เข้ามาสานต่อธุรกิจ หลังไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานถึง 14 ปี แต่ช่วงเวลาที่หล่นหาย ก็ไม่ได้ทำให้เขาหลงลืมคุณค่าขององค์กรที่คนรุ่นหนึ่งได้สร้างไว้ โดยยังย้ำกับเราว่า

“ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา แต่การปกครองจะยังเหมือนเดิม คือ ดูแลกันแบบครอบครัว ผู้บริหารเข้าถึงพนักงานได้ และแม้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนรับได้ ผมมองว่า คนที่จะมาสานต่อธุรกิจครอบครัว ต้องมีความเข้าใจในองค์กร และเก็บรักษาคุณค่าเก่าๆ นี้ไว้ให้ได้ นั่นคือ หัวใจสำคัญ”

ด้วยปณิธานของคนรุ่น 3 ที่อาสาเข้ามาสานต่อธุรกิจคนรุ่น 1 เพื่อให้ธุรกิจกว่า 6 ทศวรรษ ยังยืดหยัดได้อย่างสง่างามในยุคของพวกเขา

.................................

Key to success

สูตรยั่งยืน 6 ทศวรรษ แบบ “อ้วยอัน”

๐ พัฒนาไม่หยุดนิ่ง ทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์และการผลิต

๐ หาโอกาสในตลาดต่างประเทศ ทั้งนำเข้าและส่งออก

๐ สู้ตลาดโลกด้วยสมุนไพรไทยและอินโนเวชั่น

๐ รักษาสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

๐ ทำธุรกิจด้วย ธรรมาภิบาล

๐ รักษาคุณค่าองค์กรไว้ให้ได้

 

Tags : อ้วยอันโอสถ • ชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ • SMEs