Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2014-10-13 10:57:18

คัมภีร์ธุรกิจฉบับ 'ไทยออโต ทูลส์แอนด์ดาย'

พวกเขาผู้ผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนรถยนต์สายพันธุ์ไทย ที่ทำของยากจัดหนักกับการสร้างคน จนผงาดมาต่อกรกับญี่ปุ่นได้

ธุรกิจของเราแข่งกับญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ไม่ใช่กับคนไทยด้วยกัน เพราะโรงงานผลิตเครื่องมือที่เราทำนั้น ค่อนข้างอยู่ในระดับบนของประเทศ พอญี่ปุ่นมาใช้ฐานผลิตที่เมืองไทย ถ้าไม่ทำที่ญี่ปุ่น เขาก็เล็งมาที่เราก่อน”

นี่คือความไม่ธรรมดา ของบริษัทสัญชาติไทยแท้ที่ชื่อไทยออโต ทูลส์แอนด์ดายภายใต้การนำของ ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร หนึ่งในกรณีศึกษาบนเวทีสัมมนา “ธุรกิจไทยสู่ความเป็นเลิศ” ที่จัดโดย บมจ.ธนาคารกรุงเทพและชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี ที่ผ่านมา

พวกเขาคือ ผู้ผลิตแม่พิมพ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบชิ้นส่วนรถยนต์ และอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในสายพานการผลิตรถยนต์ ให้กับบริษัทผลิตรถยนต์แบรนด์ใหญ่ของญี่ปุ่น ที่สามารถผลิตงานซึ่งมีความซับซ้อนได้ทัดเทียมผู้ผลิตจากญี่ปุ่น

“เครื่องมือนี้ ปกติเรานำเข้าจากญี่ปุ่น หรือประเทศแถบยุโรป ปีหนึ่งก็นับ 7-8 หมื่นล้านบาท บ้านเรายังทำไม่ได้ ถึงทำได้คุณภาพก็ยังไม่ดี แต่เราสามารถทำให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับผู้ผลิตรถจากประเทศญี่ปุ่นได้ จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ที่มาตั้งฐานผลิตในไทย”

ธุรกิจไม่ธรรมดา เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 โดย “พยุง” อดีตอาจารย์ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการ ด้วยทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท

โจทย์ของเขา ไม่ใช่แค่รับจ้างผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วๆ ไป แต่เลือกทำของยาก มาผลิตเครื่องมือที่มีคุณภาพสูง เทียบชั้นผู้ผลิตรถยนต์ของโลก แต่จะไปทำงานยากแบบนี้ได้ หัวใจสำคัญคือ ต้องสร้างทีมวิศวกร และช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งขึ้นมาก่อน

“ผมมานั่งทำแผน 5 ปี (พ.ศ.2548-พศ.2552) ว่าจะต้องพัฒนาบุคลากรควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ เราใช้เวลา 5 ปี พัฒนาวิศวกรไปได้ 40-50 คน ช่างเทคนิค อีกประมาณ 100 คน ซึ่งค่อนข้างเป็นทีมเวิร์ค และมีความรู้ในเชิงลึก”

ทีมงานที่เก่ง มีวินัยและทำงานเป็นทีม คือเบื้องหลังการผลิตเครื่องมือที่ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นำมาสู่การสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนให้กับรถยนต์ค่ายต่างๆ ได้อีกถึง 3 โรงงาน ในแผน 5 ปีต่อมา

เพราะเชื่อว่าบริษัทจะเติบใหญ่ไม่ได้ถ้าไม่สร้างคน และถ้าอยากโตเร็ว ไม่เนิบช้า ด้วยแล้วล่ะก็ ต้องใช้วิธีที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น เขาเรียกมันว่า “การแบ่งปัน”

“วิศวกรรุ่นแรกๆ มีประมาณสิบกว่าคน ผมกระจายหุ้นให้ 8-10% เพื่อให้เขามีส่วนร่วมเป็นทั้งหุ้นส่วนและเจ้าของ แล้วก็เริ่มฝึกคนกลุ่มนี้ขึ้นมา ทั้งฝึกเอง และให้ผู้เชี่ยวชาญมาเทรน ส่วนหนึ่งส่งไปบริษัทพาร์ทเนอร์ที่ญี่ปุ่น ผมมองว่า เราต้องแบ่งปันเพื่อให้เขาอยู่กับเรานานๆ และความเป็นเจ้าของจะทำให้เขาผูกพันกับองค์กร ทำงานเป็นทีม และไปสร้างคนได้อีกเป็นร้อยคน”

นี่คือที่มาของหลักคิด Training for the trainer ระบบพี่สอนน้อง วัฒนธรรมองค์กรในแบบ ไทยออโต ทูลส์แอนด์ดาย ที่ค่อยๆ สร้างคนเก่งของพวกเขาให้เพิ่มปริมาณขึ้น พร้อมเป็นกำลังสำคัญขององค์กร

ในยุคที่แรงงานภาคการศึกษาแสนหายาก โดยเฉพาะเด็กอาชีวะที่อยู่ในสภาวะ “ขาดตลาด” แต่ดูจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา มาดูวิธีปั้นคนฉบับ ไทยออโต ทูลส์ฯ ที่จะทำให้ก้าวผ่านกับดักซ้ำซากนี้ได้

“เราเทรนคนที่มีความรู้ระดับ ม.3-ม.6 ขึ้นมาให้มีทักษะเทียบเท่ากับเด็กปสว. แล้วจ่ายเงินเดือนเทียบเท่าปวส.ถึงปริญญาตรี”

เขาบอกวิธีการ ที่หลายคนอาจพ้อว่า “ยาก” อย่างการสร้างคนที่เริ่มจากศูนย์ มาปั้นให้มีทักษะ มีฝีมือ แล้วจ่ายค่าแรงสูงๆ ให้สมน้ำสมเนื้อกับความเก่ง เขาย้ำว่า วิธีนี้จะรักษาคนที่ปั้นมาให้อยู่กับองค์กรต่อไปได้ แต่กว่าจะได้ครีมเนื้อดีก็ต้องมีน้ำอดน้ำทน

“การจะทำแบบนี้ได้ เราต้องมีการเทรนนิ่งที่เป็นระบบ ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือเรื่อง วินัย ฉะนั้นการเทรนคน 100 คน เราอาจจะเหลือแค่ 30 คน การจะให้ได้คน 100 คน อาจต้องเทรนถึง 300 คน ก็ต้องทำใจ อดทนและเพียรพยายาม”

เขาบอกความยากของการสร้างคน ที่ต้องยอมลงทุนเพราะทั้งหมดล้วนเป็น “ค่าใช้จ่าย” แถมยังต้องใช้เวลา แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ได้เขาบอกแค่ว่า “เกินคุ้ม” เพราะตั้งแต่สร้างคนมา ธุรกิจมีกำไรมาโดยตลอด ขณะที่การฝึกคน ก็ไม่ได้เสียงาน เพราะใช้ระบบ Learning by Doing เทรนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ ส่วนที่เลือกรับคนมาใหม่ทั้งหมด และเริ่มปั้นจากศูนย์ แม้จะยากในช่วงเริ่มต้น แต่วิธีนี้จะสามารถสร้าง "วัฒนธรรมองค์กร" ให้เกิดขึ้นได้ ทำให้คนเก่งๆ มาทำงานในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสำเร็จร่วมกันได้ในที่สุด

“ถึงวันนี้ คนของเราสามารถทำงานได้ถึง 80% ของคนญี่ปุ่นแล้ว ไม่เท่าแต่เกือบถึง ขณะที่บริษัทอื่นยังทำได้ไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ เราสามารถสร้างคนมาได้ขนาดนี้ เท่านี้ก็อยู่เหนือคนไทยแล้ว” เขาบอกความภาคภูมิใจ

ทว่าด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทำให้เขายังเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องเหมือนญี่ปุ่น 100% เพราะการทำงานจะเคร่งเครียดเกินไป คนทำงานจะไม่มีความสุข ฉะนั้นในความเป็นญี่ปุ่นได้ถึง 80% นั้น ก็นับว่าน่าพอใจที่สุดแล้วสำหรับเขา ที่สำคัญคนทำงานไม่เพียงมีวินัย และทำงานเก่ง แต่ยังมีความรักความผูกพันกับองค์กร สะท้อนจากอัตราการลาออกของพนักงานที่อยู่ในระดับต่ำ ไม่ต้องผจญกับวิกฤติ “คนขาด” เหมือนองค์กรอื่น

ถามถึงธุรกิจในวันนี้ เขาบอกว่า ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และด้วยรูปแบบธุรกิจที่เป็นลักษณะการสั่งงานล่วงหน้า ทำให้สามารถคาดการณ์และวางแผนอนาคตได้ เช่น เมื่อรู้จำนวนความต้องการ ก็สามารถนำไปวางแผนการลงทุน จึงไม่ต้องรับความเสี่ยงมากในการทำธุรกิจ ขณะที่ในปีหน้ายังมีทิศทางที่ดี และน่าจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีโมเดลรถออกใหม่ และพวกเขาก็พร้อมรับการงานใหญ่ที่จะมาถึงนั้นแล้ว

“ผมทำธุรกิจจากลงทุนล้านเดียว ซึ่งกว่าจะเป็นพันล้านบาทได้นั้น ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี โดยตั้งแต่เราปรับตัวในปี47 เป็นต้นมาธุรกิจขยายเยอะมาก และขึ้นมาเป็นหลักพันล้านเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา หลังจากเจอวิกฤติน้ำท่วม เพราะโรงงานเราไม่ท่วมด้วย ทางญี่ปุ่นจึงให้ความไว้วางใจเอาชิ้นส่วนรถโมเดลใหม่มาให้ทำค่อนข้างมาก เลยพลิกจากวิกฤตเป็นโอกาส”

โอกาสเหนือวิกฤติที่ไม่ได้มาเพราะโชคชะตา แต่เกิดจากการเตรียมพร้อม และปรับตัว บนความเชื่อในเส้นทางที่เลือก จนธุรกิจเติบโตแบบพลิกฝ่ามือ และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเข้มแข็งจากภายในที่พวกเขาสร้างเอาไว้แล้ว

ถามถึงอนาคต เขาบอกว่า มีแนวโน้มที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าธุรกิจมีแผนที่จะขยายต่อ เพราะจำเป็นต้องระดมทุนมาขยายกิจการ

“อย่าลืมว่า ถ้ากู้เงินจากธนาคารมาทั้งหมด การแข่งขันตอนนี้เราก็สู้ญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะดอกเบี้ยเขาถูกกว่าเรา ถ้าโตด้วยตัวเองก็จะเป็นภาระกับคนรุ่นหลัง ที่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีจริงๆ ถึงจะอยู่ได้ แต่การเข้าตลาดฯ ก็เป็นการระดมทุนอย่างหนึ่ง ทำให้ต้นทุนการลงทุนเราต่ำลงได้”

เขาบอกทางเลือก ที่ยังเป็นแผนในอนาคต แต่เกมธุรกิจในวันนี้ก็ยังคงเดินหน้าต่อ ด้วยพลังของการสร้างและรักษาคน ที่เขาบอกว่า ถ้าไม่สามารถรักษาคนเก่งไว้ได้ ก็สร้างความชำนาญให้เกิดขึ้นไม่ได้ และเมื่อสร้างความชำนาญและเชี่ยวชาญไม่ได้ ธุรกิจก็แข่งขันไม่ได้เช่นเดียวกัน

ฉะนั้น “พลังคน” ยังเป็นหัวใจขององค์กรในทุกยุค

...........................

Key to success

คัมภีร์โตแบบ ไทยออโต ทูลส์แอนด์ดาย

๐ ทำของยากตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและปริมาณ

๐ สร้างคนเก่ง ทำงานเป็นทีม และมีวินัย

๐ จ่ายผลประโยชน์ที่ดี เหมาะสมกับความเก่ง

๐ สร้างความเป็นเจ้าของด้วยการแบ่งปันหุ้นให้

๐ สร้างวัฒนธรรม พี่สอนน้อง ต่อยอดการสร้างคน

 

Tags : ไทยออโต ทูลส์แอนด์ดาย • ดร.พยุง ศักดาสาวิตร