Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2002-02-08

ป่วยทางความคิด เรียกหาจิตแพทย์

สังคมในปัจจุบัน เต็มไปด้วย ปัญหาร้อยแปด พันประการ ยิ่งคนมีการศึกษา มากขึ้นเท่าใด ปัญหาของสังคม ก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เป็นเงาตามตัว ความเครียด ที่เพิ่มมากขึ้น ทุกหย่อมหญ้า จากปัญหาสังคม เศรษฐกิจในครอบครัว ล้วนแต่เป็นต้นเหตุ ที่ทำให้คนไทย จำนวนมาก กำลังป่วยทางจิต จิตแพทย์ กลับมีโอกาส ที่จะบำบัด สภาพจิตใจ ของคน ในสังคมเสียแต่เนิ่นๆ เพราะความรู้สึกว่า จิตแพทย์ มีไว้รักษา คนเสียสติเท่านั้น แต่เป็นเช่นนั้น จริงหรือ...

ในทางการแพทย์ คนที่จะเข้าหาจิตแพทย์ หรือรับการบำบัด ทางจิตเวช แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • คนที่ไม่มีความสุข ในชีวิต คนกลุ่มนี้จะตระหนักดีว่า ตัวเองมีปัญหา และเดินมา หาจิตแพทย์ ด้วยตัวเอง ส่วนมาก เป็นคนมีการศึกษาดี และมีแนวคิด แบบตะวันตก
  • กลุ่มที่สอง คือ พวกที่เป็นโรคจิต หรือมีความผิดปกติ ที่ความคิดและอารมณ์ คนกลุ่มนี้ จะสร้างโลกของตัวเอง และไม่ยอมรับว่า ตัวเองป่วย หรือกำลังมีความทุกข์ ญาติจึงต้อง เป็นผู้พามา หาจิตแพทย์
  • กลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพ ไม่เหมาะสม กับสภาพสังคม ทำให้อยู่ในสังคม ได้ลำบาก เช่น ขี้อิจฉาหรือหงุดหงิดโกรธง่าย แต่มีข้อสังเกตว่า ผู้ที่จะมาหาจิตแพทย์ มักเป็นผู้มีปัญหา ที่ไม่กล้าเล่า ให้คนอื่นฟัง

ปัญหายอดฮิต ของจิตแพทย์ จึงเป็นเรื่องของคนอกหัก หรือเมียน้อยเมียหลวง นอกนั้น ก็เป็นปัญหารองลงไป เช่น ลูกก้าวร้าว หรือ ทะเลาะกับผู้ร่วมงาน ใช่ว่าคนรวยจะไม่มีความทุกข์ หรือคนมีการศึกษา จะไม่ทะเลาะตบตีกับคู่ครอง

ตราบเมื่อไม่เห็นความสำคัญ ของการรักษาทางจิตเวช คนเราก็ย่อมไม่รู้ตัวว่า กำลังมีปัญหา และต้องเข้ารับ การบำบัดทางด้านจิตใจ เมื่อเข้าพบจิตแพทย์ หมอจะทำการ รักษาแบบจิตวิเคราะห์ ได้แก่ การหาสาเหตุ ของพฤติกรรมนั้นๆ โดยพิจารณา จากกลไกของชีวิต สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู เพื่อหาทางออก และสร้างกำลังใจ ความก้าวร้าว ที่เกิดขึ้น อาจมาจากพันธุกรรม หรือการแข่งขันสูง ในหมู่พี่น้อง พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน หรือการขาดความอบอุ่น ในวัยเด็กเป็นต้น

เหมือนน็อตที่หลวม เราก็ต้องเสริม ให้เข้มแข็งขึ้น ความน้อยอกน้อยใจ ก็จะน้อยลง คนใจน้อยแสนงอน มักแสดงออกกับคนที่รัก คนเหล่านี้ มักคิดว่าตัวเอง ไม่ค่อยมีค่า ศ.ดร.น.พ.วิทยา นาควัชระ จิตแพทย์และผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาตนเอง และนักบริหาร อธิบาย คุณหมอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนี้ค่านิยม การไปหาจิตแพทย์ ของคนไทย มีการเปลี่ยนแปลง ไปบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ด้วยความเข้าใจ บางอย่าง

คนมองว่าไปหาจิตแพทย์ ต้องเป็นคนมีเงิน จริง ๆ แล้วหาหมอ ทุกที่ก็ต้องมีเงิน แต่การรักษาทางจิต เป็นการรักษา ที่ต้องใช้เวลา รักษาโรคทางกาย ใช้เวลา 5-10 นาทีก็เสร็จ เพราะวิเคราะห์ โดยใช้ห้องแล็บ แต่สำหรับจิตแพทย์ ต้องวิเคราะห์ โดยใช้ประสบการณ์ จึงอาจจะดูว่า ต้องใช้เงินมาก เพราะเป็นการรักษา ที่ต้องใช้เวลา คนส่วนใหญ่ มักคิดว่าการมาหาจิตแพทย์ ไม่ได้ให้อะไรที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้จ่ายยา ไม่มีการตรวจร่างกาย มีแต่คำแนะนำ

แต่ถ้ามองในแง่ของจิตแพทย์ เราต้องใช้ สติปัญญา และความอดทนกว่า ทั้งปลอบทั้งให้กำลังใจ ถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง แต่คนแทบ จะไม่รู้บุญคุณ จากคนที่กำลัง จะผูกคอตายอยู่แล้ว แต่เราช่วยให้ดีขึ้น คนกลับมองว่า ท้องเดินแล้ว หมอช่วยให้หาย ยังดีกว่า ที่ช่วยให้พ้น จากความตาย โดยเสียเงิน ไม่ถึงหมื่นบาท น.พ.วิทยา กล่าว

ปัจจุบัน คนมีความรู้และ การศึกษาสูงขึ้น แต่จะเห็นได้ว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้าน เรานับวันมีแต่จะรุนแรงขึ้น เป็นเงาตามตัว นั่นเป็น เพราะคนพัฒนา แต่สมอง แต่ไม่ได้พัฒนาจิตใจ ไปด้วยกัน เรื่องนี้ จึงถือเป็นสัญญาณ อันตรายสำหรับ สภาพสังคม ในอนาคต

ปัจจุบันคน มีความรู้มากขึ้น แต่สภาพจิตใจ ไม่พัฒนา ยังคิดแคบ ๆ ตื้น ๆ ไม่เป็นสากล และไม่สร้างสรรค์ ชอบจับผิด ใจน้อยแสนงอน ขี้อาย ก้าวร้าว และคนไทย เป็นโรคขี้ระแวง จะเห็นได้ว่าทั้ง ๆ ที่เรื่องของสุขภาพจิต เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

แต่คนไทย กลับไม่ให้ความสนใจ เพราะเห็นเป็น เรื่องนามธรรม คนไทยสนใจ ด้านการกิน การแต่งกาย งาน การมีเงินใช้มากกว่า จิตแพทย์ ไม่ได้มีไว้ สำหรับคนบ้าเท่านั้น วันนี้ หาจิตแพทย์ ประจำตัว หรือประจำครอบครัว ไว้สักคน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อะไร

ไม่แน่! ปัญหา ที่เคยแก้ไม่ตก อาจเป็นเพียง เส้นผมบังภูเขา และถูกคลี่คลาย โดยง่าย จากการปรับแต่งจิตใจ และความคิดเพียงเล็กน้อย ภายใต้การดูแล ของจิตแพทย์

  • "จิตแพทย์" อาชีพนี้เป็นได้แค่พระรอง

  •