Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2002-02-25

เรื่องเล่า 'ชาวเจียเม้ง'

ชื่อ "เจียเม้ง" ที่เกรียงไกร ในวงการค้าข้าวนั้น มีความหมายว่า "รู้แจ้งแล้ว" ซึ่งเกิดจาก การที่ต้นตระกูล ได้เป็นผู้แก้ไขปัญหา โรงสีข้าวเครื่องจักรไอน้ำ ด้วยตนเอง

"คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า เครื่องจักรโรงสีเดิม เป็นเครื่องยนต์ น้ำมันโซล่า ยี่ห้อเฮอร์ฟอร์ด ซึ่งก่อนสตาร์ท ต้องเผาหัวนาน กว่าจะสตาร์ทได้

ต่อมาจึงได้เปลี่ยนเป็นเครื่องจักรไอน้ำ กระบอกสูบ 6 นิ้ว สีข้าวได้ 24 เกวียนต่อวัน โดยได้จ้างช่างกวางตุ้งซึ่งเก่งในเรื่องเครื่องจักรมาตั้งลูกหินที่ใช้ในการสีข้าว ซึ่งจะได้สีข้าวได้ 100% แต่ช่างกวางตุ้งบอกว่าอุปกรณ์ไม่ครบจะสีข้าวได้แค่ 5%

คุณพ่อกับคุณอา ก็พยายามแก้ไข ดัดแปลงเครื่องจักร ด้วยตนเอง จนสีข้าวได้ 100% รู้สึกดีใจมาก และคิดว่าประสบความสำเร็จ รู้แจ้งแล้ว สว่างแล้ว จึงตั้งชื่อโรงสี เครื่องจักรไอน้ำว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีไฟเจียเม้ง" วัลลภ มานะธัญญา ทายาทรุ่นที่ 3 ของเจียเม้งเล่าให้ฟัง

นี่คือ จุดเริ่มต้นสำคัญ ในการสีข้าว เพื่อส่งออก ในเชิงพาณิชย์ของ กลุ่มบริษัทเจียเม้ง ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนที่มาของยี่ห้อการค้า "หงษ์ทอง" ที่ใช้คู่การกับส่งออกข้าวนั้น "วัลลภ" เล่าว่าที่ใช้ตรานี้ เพราะเป็นนกที่มีอิทธิฤทธิ์ ใครเห็นก็กลัว ตรานี้จึงน่าจะรุ่งเรืองดี และไม่ซ้ำกับใคร

"คุณพ่อเคยไปตั้งรูป 8 เหลี่ยมเป็นยันต์ พอใช้ส่งออกไปสักพัก มีคนมาบอก ว่าตรานี้ใช้ไม่ได้ อั๊วจดทะเบียนไว้แล้ว คุณพ่อก็เลยเลิก พอดี คุณทองดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ กรมทะเบียนการค้า มาแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็น หงษ์ทอง เลยใช้ตรานี้ มากว่า 40 ปีแล้ว"

การก่อตั้งโรงสีไฟเจียเม้ง ในยุคเริ่มต้น ก็สนุกไม่แพ้กัน เพราะก๋ง คือ "บัวลิ้ม แซ่โค้ว" ได้ยินข่าวว่า พระยามาณนวราชเสวี (เจ้าคุณมาณ) มีโรงสีร้างแห่งหนึ่ง ย่านบางซื่อ ก๋งจึงอยากทำโรงสีเองบ้าง หลังจากเคยเปิดร้าน ขายข้าวสารเล็กๆ ที่ตลาดสามย่าน จึงไปติดต่อขอเช่า ในอัตราค่าเช่า เดือนละ 35 บาท

"ตอนนั้นคุณพ่ออายุ 16-17 ปี ได้เดินทาง เข้าไปดูโรงสีร้าง สองข้างทาง เป็นต้นอ้อและป่า ไม่มีทางเดิน ต้องแหวกป่าอ้อเข้าไป ตรงกับฤดูไหว้พระจันทร์พอดี ตอนนั้นอาก๋ง มีเงินติดตัวแค่ 24 สตางค์"

ธุรกิจที่เริ่มต้น จากเงินติดกระเป๋าแค่ 24 สตางค์ในยุคสมัย ที่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 3 สตางค์ ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความบากบั่นของผู้ทำ จึงเป็นที่มาของนามสุกล "มานะธัญญา" ที่ "เจ้าคุณมาณ" ตั้งให้ ซึ่งหมายถึง "ผู้มีมานะในการทำงาน ด้านธัญญาหาร" คือ "ข้าว" นั่นเอง

ส่วนที่มาที่ไปของ ความเชี่ยวชาญ ด้านข้าวหอมมะลิ วัลลภเล่าว่า "คุณพ่อมีโอกาส ไปงานศพญาติ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และได้ทานข้าว ที่บ้านญาติ เห็นว่า ข้าวที่ทาน มีกลิ่นหอมมาก ทานอร่อย นุ่ม เหนียว ไม่เคยพบมาก่อน จึงถามว่าเป็นข้าวอะไร ญาติบอกว่า เป็นข้าวหอมมะลิ พันธุ์ใหม่ ที่ฝ่ายเกษตร มาแนะนำให้ปลูก แถวทุ่งกุลาร้องไห้

คุณพ่อจึงขอให้พ่อค้า แถวสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีข้าวเปลือกหอมมะลิ ส่งมาให้สี แล้วส่งออกต่างประเทศ ก็ได้รับความนิยม จากพ่อค้าในฮ่องกงมาก และขอให้เป็นผู้แทนจำหน่าย ข้าวนี้แต่เพียงผู้เดียว"

ตั้งแต่นั้น ชื่อเจียเม้งกับข้าวหอมมะลิ ก็คู่กันมาจนทุกวันนี้....

  • ทำธุรกิจจาก 'ความคิดสร้างสรรค์'

  •