Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2002-03-04

ยุทธศาสตร์...ปั้นไทย

พลันที่ "สถาพร กวิตานนท์" รับตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษา คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ พัฒนาอุตสาหกรรม" ตามคำเชิญของ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม เขาก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะสามารถผลักดัน โครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย ให้เข้าไปอยู่ในแผนการ ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 5.8 หมื่นล้านบาทได้ เป็นโครงการแรก

ไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขากำลังเดินหน้า ปักธงโครงการยักษ์ ภายใต้สโลแกน "Kingdom of Food and Queenland of Fashion" เพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง ของอุตสาหกรรม อาหารของโลก และศูนย์กลางแฟชั่น ในภูมิภาคนี้

ตามหลักคิดที่ว่า.... เพียงแค่การขายความคิด ก็ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว ของตลาด.... เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการ เกิดความเชื่อมั่น และเดินไปตามเป้าหมาย ที่รัฐกำหนด และจะเป็นจิตวิทยา ที่จะทำให้อุตสาหกรรม ประเภทนี้คึกคัก ทั้งยังเป็นการดึงดูดการลงทุน จากต่างชาติได้เป็นอย่างดี

ที่มาของความคิดนี้ เกิดขึ้นจากความต้องการ ที่จะเพิ่มหรือรักษา ระดับการจ้างงาน ไม่ให้ต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่ บนความวิตกว่าในปีนี้ ตัวเลขคนตกงาน จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเลือก ช่วยเหลืออุตสาหกรรม ที่มีการจ้างงาน จำนวนมากไว้ก่อน

"งานยุทธศาสตร์ ที่เป็นเป้าหมาย ในระยะสั้น จะต้องเลือกโฟกัส ตรงเรื่องเดียว ที่ผ่านมาการกำหนด ยุทธศาสตร์ จะกำหนดเป็นภาพกว้าง ปรับใหญ่ ทำให้งานไม่ประสบ ความสำเร็จ"

สำหรับ 6 อุตสาหกรรมหลัก ที่จะถูกบรรจุ อยู่ในแผนยุทธศาสตร์นี้ ก็คือ อุตสาหกรรมอาหาร โดยต้องการให้ ผู้ส่งออกอาหารทั้ง 2,000 บริษัททั่วประเทศ ผ่านการรับรอง มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อเป็นเครื่องการันตี คุณภาพ และความปลอดภัย ของอาหารไทย ส่วนระยะที่ 2 จะขยายเพิ่มอีก 9,000 โรงงานภายใน 7 ปี

ส่วนอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปนั้น ก็เนื่องจากเห็นว่า หากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ สามารถยืนหยัดอยู่ได้ จะช่วยดึงให้อุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำ และกลางน้ำ อยู่รอดไปด้วย อีกทั้งอุตสาหกรรมนี้ มีการจ้างงานสูงถึง 2-3 ล้านคน

แต่ปัญหาหลักที่ต้องเร่งแก้ คือ การพัฒนาดีไซน์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างแบรนด์เนม เป็นของตนเอง เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับสินค้า

"จากแผนงาน ของสมาคม เครื่องนุ่งห่ม ระบุว่าการรับจ้าง ผลิตสินค้า 100 บาท จะได้มูลค่าเพิ่ม ของสินค้าแค่ 35 บาท แต่หากสามารถพัฒนา ไปสู่การดีไซน์ได้เองแล้ว สินค้าราคา 100 บาท ก็จะได้มูลค่าเพิ่มทั้ง 100 บาท"

เรื่องนี้ "สถาพร" มองว่าหากทำอย่างจริงจัง ก็น่าจะประสบความสำเร็จ ได้ภายใน 5-7 ปีนับจากนี้

"ในเชิงยุทธศาสตร์ เราต้องเปลี่ยนเป็นเกมรุก พัฒนาดีไซน์ ไม่ต้องมาเผาของปลอมอีก ทุกประเทศก็เดินไป ในแนวทางนี้แล้ว ผมยังเห็นโอกาส จากศักยภาพ ของแรงงานไทย ที่มีความประณีต"

ส่วนอุตสาหกรรมที่เหลือ ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องหนัง และรองเท้า จิวเวลรี่ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า จะประยุกต์ใช้โมเดลเดียวกัน กับอุตสาหกรรม เสื้อผ้าสำเร็จรูป เน้นแก้ปัญหาที่ "ดีไซน์" และการสร้าง "แบรด์เนม" ให้กับสินค้า

คลุกคลีกับภาคอุตสาหกรรม มาเป็นเวลานาน งานกำหนด ยุทธศาสตร์ ของชาติด้านนี้ จึงต้องเป็น "สถาพร กวิตานนท์"