Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2002-03-18

"ธีรพจน์ วัชราภัย" บริหารธุรกิจ 'ข้ามชาติ' แบบ 'เชลล์'

"เชลล์" จัดเป็นบริษัทข้ามชาติ อันดับต้นๆ ที่เข้ามาลงทุน ธุรกิจน้ำมันในไทย และยืนหยัด มาได้จนถึงปัจจุบัน ระยะเวลา ที่ยาวนานกว่า 100 ปี ของการเข้ามา ลงหลักปักฐาน เป็นเครื่องสะท้อน ให้เห็น ถึงความสำเร็จ ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี

ที่มาของความสำเร็จนั้น "ธีรพจน์ วัชราภัย" ประธานกรรมการบริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า สายป่านทางธุรกิจที่ยาว ประกอบกับ การเพาะบ่ม หลักการบริหาร จัดการองค์กรที่ดี ซึ่งเชลล์ทั่วโลก ถือปฏิบัติ เป็นแบบแผน เดียวกันมา ได้อย่างเหนียวแน่น คือ "จุดแข็ง" ที่ทำให้เชลล์ยืนหยัดจนถึงทุกวันนี้

ทั้งทำให้เชลล์ ถือเป็นหนึ่ง ในบริษัทข้ามชาติ ที่ได้รับการยอมรับ ในเรื่องของประสิทธิภาพ การบริหาร จัดการองค์กร ที่สำคัญคือ ไม่ได้รับแรง ต่อต้านจากคนท้องถิ่น

ธีรพจน์ กล่าวว่า คุณค่าหลัก ในการบริหาร จัดการองค์กร ของเชลล์มีอยู่ 3 อย่างคือ

  1. มีคุณธรรม
  2. ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
  3. และ
  4. รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และทุกส่วนของสังคม

สมุดเล่มเล็กๆ ในชื่อ "หลักการดำเนินธุรกิจ" จะถูกแจกจ่ายออกไป ยังพนักงานทุกคน เพื่อถ่ายทอดหลักคิด หลักปฏิบัติ ลงสู่วัฒนธรรมองค์กรของเชลล์

ไม่ต่างไปจาก "ไบเบิล" ที่พนักงานเชลล์ กว่าแสนคนใน 130 ประเทศทั่วโลก ท่องไว้ขึ้นใจ หากไปถามพนักงาน ที่สาขาไหน ของโลก ก็จะพูดเหมือนกันหมด

"หากจะเปรียบเทียบ กับบริษัทของคนไทยแล้ว ต้องยอมรับว่าเชลล์ เป็นบริษัท ที่มีการวางระบบ และกระบวนการทำงานที่ชัดเจน เพราะก่อตั้งมานาน กว่าบริษัทคนไทย ที่เพิ่งจัดตั้งมาเมื่อ 20-30 ปี จึงยังไม่มีแบ็คกราวด์ ที่ยาวนานเหมือน เชลล์ แต่ผมก็เห็นว่าบริษัทไทย เริ่มมีระบบ การบริหารงาน ที่ดีขึ้น มีการพัฒนา ระบบงาน ให้สอดคล้อง กับสภาพ ของธุรกิจมากขึ้น" "ธีรพจน์" กล่าว

นโยบายของบริษัทแม่ ในต่างประเทศ ที่เพิ่งประกาศ เปลี่ยนสโลแกน และโลโก้ของเชลล์ ทั่วโลก จาก "You can be sure of Shell" หรือ "มั่นใจเมื่อใช้เชลล์" เป็น "Wave of change" หรือ "ไม่หยุดนิ่ง เพื่อสิ่งที่ดีกว่า" โดยเพิ่มรูป "คลื่น" ลงไปในโลโก้เดิม เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่ง ที่เชลล์ พยายาม ป่าวประกาศ ว่าจากนี้ไป

"เชลล์จะเป็นผู้นำ ของการเปลี่ยนแปลง เหมือนความเคลื่อนไหว ของคลื่นในธุรกิจน้ำมัน ทั้งในเรื่อง ของนวัตกรรม ของผลิตภัณฑ์ ที่ออกสู่ตลาด และการบริหารงาน"

รูปธรรม ของการเปลี่ยนแปลง ที่เห็นได้ชัด สำหรับเชลล์ในไทย คือ การดึง "ธีรพจน์" หนึ่งในผู้บริหารคนไทย ขึ้นรั้งตำแหน่งสูงสุด ของเชลล์ในไทย ซึ่งแทบจะไม่เคยมีปรากฏ หากเปรียบเทียบ กับบริษัทน้ำมัน ข้ามชาติค่ายอื่น เช่น คาลเท็กซ์ เอสโซ่ คิวเอท ที่ยังยินดีมอบตำแหน่ง ประธานกรรมการ ให้กับผู้บริหาร ที่เป็นคนท้องถิ่น

โดยการอ้างเหตุผลถึง ความคล่องตัว ในการประสานงาน กับบริษัทแม่ในต่างประเทศ !

แต่เชลล์ กลับมีมุมมองที่ต่างไป โดยเห็นว่าการมอบตำแหน่งนี้ให้กับ "คนไทย" ก็เพื่อสร้างความหลากหลาย ตามคอนเซ็ปท์ใหม่ ของเชลล์ และเห็นว่าคนไทย จะเข้าใจธุรกิจน้ำมัน ในประเทศ ได้ดีกว่าต่างชาติ ทั้งยังส่งผลดี ในแง่ของการประสานงาน กับหน่วยงานราชการ ของไทย ซึ่งเป็นผู้กำกับนโยบาย ด้านพลังงานของประเทศ

"ธีรพจน์" ย้ำว่า แนวโน้มของ การมอบตำแหน่ง ประธานกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงให้กับ "คนชาติ" เริ่มมีให้เป็นรูปธรรม ในอีกหลายประเทศ ที่เชลล์มีสาขาอยู่ ไม่เฉพาะในเมืองไทย

"ผมมองว่า ที่ได้รับความไว้วางใจ จากผู้ใหญ่ให้มานั่ง ในตำแหน่งประธานกรรมการ น่าจะเป็นเพราะผู้ใหญ่ เห็นว่าผมเป็นคนซื่อสัตย์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจน้ำมัน มานานกว่า 20 ปี ซึ่งผมก็เข้ากับ ทุกคนได้ดี และที่สำคัญ ก็คือ เป็นคนไทย"

แนวโน้มการมอบหมาย ให้ผู้บริหารท้องถิ่นรับตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ของเชลล์ในแต่ละประเทศ ยังนับ เป็นรูปธรรมหนึ่ง ของคอนเซ็ปท์ "Diversity" หรือความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งเชลล์เชื่อว่า ความแตกต่าง และหลากหลาย ในองค์กรจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุด ทั้งกับ พนักงาน บริษัท และสังคม

ธีรพจน์ ถ่ายแนวคิด Diversity ของเชลล์ ไว้ว่า บนมุมมองที่ว่า องค์กรประกอบ ด้วยคนที่หลากหลาย ผู้บริหารที่หลากหลาย จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน ของความคิด ที่แตกต่างกัน แต่อยู่บนพื้นฐาน ของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

แนวคิดเรื่องความแตกต่าง หลากหลาย ยังเปิดทางให้ พนักงานที่เป็น "ผู้หญิง" ของเชลล์มีโอกาส ในหน้าที่การงานทัดเทียมกับ "ผู้ชาย" สามารถก้าวขึ้น ดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารระดับสูง ของบริษัท อย่างไม่มีข้อกีดกั้น ขอเพียง เป็นผู้ที่มี ความรู้ความสามารถ และเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในงานที่ทำอยู่เป็นอย่างดี " มีในบางประเทศ แล้วที่ซีอีโอ ของเชลล์เป็นผู้หญิง"

นอกจากนั้นเชลล์ ยังเปิดโอกาส ให้พนักงานคนหนึ่งๆ สามารถทำงาน ให้กับทั้งภูมิภาค แทนการสังกัด อยู่กับ ประเทศใดประเทศหนึ่ง (Transnational Job) โดยยึดหลัก "No Way Working" คือ ไม่มีข้อจำกัด ของระยะทาง ในการทำงาน

วิธีการทำงาน ข้ามประเทศ ลักษณะนี้แน่นอนว่า จะต้องมีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สมบูรณ์พร้อม และอยู่บน ฐานข้อมูลเดียวกัน ทั่วโลกเข้ามารองรับ

"ทางบริษัทแม่ ค่อนข้างจะให้อิสระ ในการทำงาน การตัดสินใจ แก่สาขาต่างๆ ของเชลล์ทั่วโลก แต่ต้องไม่หลุด จากกรอบนโยบาย ที่บริษัทแม่วางไว้" "ธีรพจน์" กล่าว

ขณะนี้เชลล์ทั่วโลก ได้อยู่ระหว่าง การปรับปรุงการบริหาร (Reorganization) ตามนโยบาย ของบริษัทแม่ เพื่อให้สอดคล้อง กับสภาวะธุรกิจและ สภาพสังคมในปัจจุบัน ในลักษณะการสร้าง "ความเป็นหนึ่งเดียว" เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ในการดำเนินธุรกิจ โดยจะแบ่งความดูแล รับผิดชอบเป็นภูมิภาค

ทั้งนี้จะมีการกำหนด ระดับคะแนน ขึ้นในแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างแรงจูงใจ ที่จะทำให้เกิด ความร่วมมือกัน ของเชลล์ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เพราะความสำเร็จ หรือล้มเหลว ของแต่ละประเทศ จะมีผลต่อ การประเมินผลงาน ของทั้งภูมิภาค

นี่คือ เครื่องวัดความสำเร็จ ของการดำเนินธุรกิจอีกประการหนึ่ง

นอกจากนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเชลล์ คือ ความร่วมมือกัน ในระดับโลก (Global) ได้แก่ ความร่วมมือในธุรกิจ ขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม ธุรกิจซื้อขายน้ำมัน ธุรกิจด้านอากาศยาน บริการด้านเทคนิค การจัดซื้อหัวจ่ายน้ำมัน และธุรกิจโฆษณา ร่วมกัน

สำหรับเชลล์ในไทย "ธีรพจน์" กล่าวว่า ในปีนี้จะให้ความสำคัญ ในเรื่องของการ รักษาความปลอดภัย ในการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงาน ให้มีสุขภาพดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต (Work Life Balance) เพื่อสร้างความสมดุล เรื่องงานกับชีวิต ความเป็นอยู่ของพนักงาน พร้อมทั้งเร่งออก ผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของเชลล์ และให้ตอบรับกับสโลแกนใหม่

อย่างเช่น การเปิดตัวน้ำมันดีเซล กึ่งสังเคราะห์รายแรกของโลก (เชลล์เพียวร่าดีเซล) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่จะทำตลาดเฉพาะในไทย เท่านั้น เนื่องจาก สภาพตลาด ในไทย มีสัดส่วน การใช้ น้ำมันดีเซลสูง เมื่อเทียบกับน้ำมัน เบนซิน และเขาเชื่อว่า จะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเครื่องยนต์ จะสะอาดมากขึ้น แม้ว่าราคาขาย จะสูงกว่าดีเซลธรรมดา ลิตรละ 1 บาท ก็ตาม

บริษัทค้าน้ำมัน ยักษ์ใหญ่ อย่างเชลล์ยัง ได้เตรียมประเมินสถานการณ์ ด้านพลังงานในอีก 20-30 ปีข้างหน้าว่า ความต้องการพลังงาน จะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด เพื่อจะได้โฟกัส หรือปรับวิสัยทัศน์ ในการดำเนินธุรกิจ ในอนาคต

"คงจะต้องดูว่าบทบาท ของเชลล์ในอนาคตว่า จะยังคงให้ความสำคัญ กับการดำเนิน ธุรกิจน้ำมัน หรือจะลด บทบาทลง เพื่อหันไปให้ ความสำคัญ กับพลังงาน ในรูปแบบอื่น ที่เริ่มมี บทบาทเพิ่มขึ้น เช่น พลังงานทดแทน เพื่อสร้างความยั่งยืน ให้กับธุรกิจ"

ปัจจุบันเชลล์มีธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานอยู่ 5 ประเภท คือ ธุรกิจสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจก๊าซ และไฟฟ้า ธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจเคมี และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับพลังงานทดแทน และเห็นว่า ประเด็นใน เรื่องสิ่งแวดล้อม ยังเป็นตัวแปรสำคัญ ในการกำหนด ทิศทาง ของการใช้พลังงาน ในอนาคต

นี่คือ..วิสัยทัศน์การบริหาร จัดการองค์กร ของบริษัทข้ามชาติ ที่มีประวัติ อันยาวนานอย่าง "เชลล์"