Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2002-05-30

ไอเดียนอกคอกเพื่อ คนนอกกรอบ
Niche Market ของ "พร็อพพาแกนด้า"

แบรนด์รุ่นอาวุโสหลายแบรนด์ เกิดขึ้นมาจาก ความรู้สึกเมื่อตอนตั้งไข่ว่า “แค่ไม่เจ๊งก็บุญแล้ว” แต่ด้วย “เก่ง” บวก “เฮง” ก็ทำให้ดัง อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่

ในขณะที่แบรนด์ "ยังบลัด" หลายแบรนด์ ก็เกิดขึ้นจากความ “จงใจ” เข็นสินค้าออกมาพร้อมๆ กับการผลักดัน แบรนด์ให้โด่งดัง เหมือนเช่น ของใช้กึ่งของแต่งบ้าน

“พร็อพพาแกนด้า" ที่แม้จะไม่ได้เข้มข้นมากนัก แต่ก็เห็นความสำคัญ ของการสร้างแบรนด์ ให้ติดตลาด และมีกลิ่นอาย ของทฤษฎีการสร้างแบรนด์ ในยุคดิจิทัลอยู่เจือๆ

บริษัท พร็อพพาแกนดิสท์ จำกัด จดทะเบียนในปี 2537 เป็นผู้ผลิตและ จำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร ที่มีการใส่ไอเดียเก๋ๆ ภายใต้แบรนด์ “พร็อพพาแกนด้า” ซึ่งกำเนิดขึ้น จากกลุ่มคนโฆษณา ผู้เชี่ยวชาญ ด้านงานตกแต่งสิ่งพิมพ์ ที่มีไอเดียเป็นอาวุธ และต้องการสร้างสีสัน ให้กับวงการ สินค้าตกแต่งบ้าน

"ยอดเพชร สุดสวาท" หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้ง เล่าว่า ก่อนที่จะตั้งบริษัท พวกเธอมีโอกาสได้เดินทาง ไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ในสมัยที่ 1 ดอลลาร์ยังเท่ากับ 25 บาท เธอจึงมักเลือกซื้อ ของแต่งบ้านน่ารักๆ กลับมามากมาย จนบางครั้ง ก็แทบจะ หอบกลับมาไม่ไหวอยู่เสมอ “ต้องบอกเลยว่า เป็นคนค่อนข้าง จะฟุ่มเฟือย ในอดีต ก็จะหอบของมามาก เห็นอะไรสวยงาม ก็จะซื้อทันที พอซื้อมากๆ แล้วก็เหนื่อย ไปทีไรก็หอบทุกที” จนเธอเองเริ่มฉุกคิดขึ้นได้ว่า สินค้าเหล่านั้น ที่จริงแล้ว บ้านเราก็ทำได้ เพราะคนไทยก็เป็นชาติที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเธอเอง ก็อยู่ในแวดว คนค้าไอเดียอยู่แล้ว “เพราะว่าคนไทยเป็นคน ที่มีไอเดีย ที่ดีถ้าได้รับการสนับสนุน”

“ยอดเพชร” อธิบายให้ฟังว่า วงการสินค้าตกแต่งบ้านนั้นค่อนข้างเล็กและปิดตายโดยกลุ่มดีไซเนอร์ประเทศต่างๆ ซึ่งดีไซเนอร์เหล่านี้ จะออกแบบสินค้าออร์ริจินอลดีไซน์หรืองานที่ดีไซน์ขึ้นใหม่ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ในโรงแรม ไปจนกระทั่งถึงที่เหลาไม้จิ้มฟัน

ส่วนวงการของแต่งบ้านในบ้านเราเองนั้น ที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้เห็นฝีมือ ของคนไทย ทำสินค้าออร์ริจินอลดีไซน์ มากนัก ซึ่งแม้จะมีดีไซเนอร์บางกลุ่ม ที่อยากทำใจจะขาด แต่ไม่มีโอกาส รวมถึงขาดเงินทุน

"ดิฉันคิดว่า มีคนไทยบางประเภท ที่รู้สึกอยากทำ แต่เราไม่มีโอกาส ไม่มีเงินสนับสนุน เราก็เลยรวมกลุ่มเรา คนดีไซน์เหล่านี้ เข้ามาช่วยกันดีไซน์ของ” เธอว่าอย่างนั้น สินค้าขายไอเดีย…กลายเป็นที่มาของ บริษัท พร็อพพาแกนด้า ที่ผลิตสินค้าดีไซน์ชิ้นเล็กๆ บนโต๊ะอาหาร หรือที่เรียกว่า Table Top Accessory เช่น กระปุกพริกไท กระปุกเกลือ ชุดจานชาม และถ้วยกาแฟ สินค้าที่ใหญ่ที่สุด ของบริษัท ก็แค่โคมไฟ ตั้งพื้นเท่านั้น

ยอดเพชร สุดสวาท หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้ง พร็อพพาแกนด้า บอกว่าแม้ไอเท็มของสินค้า จะมีไม่มาก แต่เน้นที่ความแตกต่าง สินค้าของพร็อพพาแกนด้า มีจุดขายอยู่ที่ไอเดียที่ไม่จำกัดขอบเขต ผู้ที่นิยมแต่งบ้าน ด้วยข้าวของเก๋ๆ จะทราบดีว่า สินค้าของค่ายนี้ มีภาษาบางอย่าง ซ่อนอยู่ มักใช้สีสันสดใส และเป็นของใช้ในบ้าน ที่ถูกใส่เรื่องราวลงไป เพื่อให้ผลลัพธ์ทางจิตใจ และตอบสนองความต้องการ ของมนุษย์ ได้ทั้งทางกายภาพและอารมณ์

"ปกติเรามีโปรดักท์ ที่ตอบสนองเรื่อง ของการใช้สอยอยู่แล้ว เราจึงต้องการ สิ่งที่ให้อะไร มากกว่า" ส่วนชื่อ พร็อพพาแกนด้า "ยอดเพชร” บอกว่าเริ่มจาก ความพยายามคิดหาชื่อ ที่ฟังครั้งแรกแล้ว “สะดุด” เพื่อให้คล้องจอง กับเอกลักษณ์ของสินค้า ที่เน้นความแตกต่าง และ “เตะตา” ผู้พบเห็น ตั้งแต่แวบแรก ที่มองเห็น “เพราะรู้สึกว่า ฉันอยากเป็นอย่างนี้ นอกคอกนิดหน่อยนะ ฉันไม่ได้อยู่ ตามแบบแผนนะ ฉันซื้อของ เพราะว่าของชิ้นนี้ จะไม่เหมือนใคร ฉันไม่สามารถหายได้” เธอ อธิบาย

จนเป็นที่มาของชื่อ “พร็อพพาแกนด้า” แปลว่าการชวนเชื่อ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร กับสินค้าประเภท ของตกแต่ง บนโต๊ะอาหารเลย แต่เป็นการ บอกว่า นี่คือสินค้า ของคน ที่ไม่ยึดติด กับของเดิมๆ

สินค้าของ พร็อพพาแกนด้าหรือ “บริษัทชวนเชื่อ” นี้ แตกต่าง จากคอนซูมเมอร์โปรดักท์ทั่วไป โดยกำหนด กลุ่มเป้าหมายที่ Niche และมีการเซ็กเมนท์ ของกลุ่มลูกค้า ที่ชัดเจน ได้แก่ผู้รักงานดีไซน์ ที่เข้าใจและยินดี ซื้อของใช้ที่บวกมูลค่าเพิ่ม ในด้านการออกแบบ

"คือเรามี Niche Market ว่าสินค้าของเรา End User ควรจะเป็นคน ที่รักด้านดีไซน์ เป็นพวกศิลปิน เป็นอาร์คิเท็ก เป็นคนทำงาน ด้านโฆษณา เป็นคนรักบ้าน และของจะไม่ใช่เฉพาะ ของแต่งบ้าน แต่เป็นของกิ๊ฟท์ ที่ให้กันได้ เป็นคนที่ไม่ชอบ ซื้อของเหมือนใคร ดังนั้น ตลาดของเรา จึงค่อนข้างจะเล็ก และ Niche มากๆ แต่ก็โฟกัส ค่อนข้างง่าย เพราะเรา ก็มาจาก ด้านดีไซน์ทั้งสิ้น” “ยอดเพชร” อธิบาย

เมื่อบริษัทเริ่มก่อตัว เป็นรูปเป็นร่าง “ยอดเพชร” บอกว่าเธอเลือก ที่จะส่งออกก่อน โดยทำต้นแบบ ไปออกงานเทรดแฟร์ต่างๆ ในต่างประเทศ โดยได้รับความช่วยเหลือ จากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม

จนเมื่อเดินสาย ออกงานได้ 1-2 ปี พวกเธอก็มีความมั่นใจ พอที่จะยื่นผลงาน เสนอไปยัง งานแสดงสินค้า ตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ณ กรุงแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

“ยอดเพชร” เล่าให้ฟังว่า ตามปกติแล้ว งานแฟร์ที่แฟรงก์เฟิร์ตนั้น จะประกอบด้วยกัน หลายฮอลล์ แต่จะมีฮอลล์ใหญ่ เพียงฮอลล์เดียว ซึ่งถือเป็นที่ใฝ่ฝันของทุกบริษัท เพราะเป็นฮอลล์ ที่รู้กันว่า เป็นสถานที่รวบรวมดีไซน์ ที่เป็นออร์ริจินอลดีไซน์ของแท้ “พูดง่ายๆ ก็คือ ฮอลล์ที่แสดงงาน ที่คิดเอง ไม่ได้ก๊อบใครมา นั่นเอง”

“เราก็จะต้องการพื้นที่ๆ อยู่บนฮอลล์ใหญ่ ซึ่งเป็นฮอลล์ดีไซน์ จะมีคนเอเชียน้อยมาก มีญี่ปุ่นกับฮ่องกงอยู่ประมาณ 2-3 เจ้า ที่เหลือเป็นคนยุโรป และอเมริกาหมด เราก็พยายาม ที่จะมูฟเข้าไป โดยบอกเขาว่า เรามีอย่างนี้นะ แล้วจะทำให้งาน ของเขามีสีสันได้อย่างไร เรามาจากประเทศไทย และก็เป็นออร์ริจินอลดีไซน์ และของที่ดีไซน์ ของเราทุกชิ้น เรามีจดลิขสิทธิ์ ในอเมริกา และก็จดลิขสิทธิ์ ในยุโรปทั้งหมด เราทำโพรไฟล์ว่า แบรนด์ของเรา เป็นอย่างนี้นะ มีโฟรไฟล์อย่างนี้ เราทำอะไรมาบ้าง เรามีดีไซน์ทุกอย่าง แล้วเราเข้าถึงตัวผู้บริหาร คือ เราพยายามทำทุกอย่าง ที่รู้สึกว่าอย่างไร เราก็ต้องเข้าไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น เราก็อยู่ไม่ได้” ยอดเพชร เล่า

ความพยายามของเธอ สัมฤทธิ์ผลในปีที่ 2 ที่เริ่มออกงานแฟร์ และได้พื้นที่ บนฮอลล์ใหญ่มาจนได้

“ถ้าเป็นบริษัท ของคนไทยทั่วไป ที่เป็นโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานกระดาษ หรืออะไร ที่เคยผ่านงานนี้มา ก็จะถามว่าพวกเรา ขึ้นไปอยู่บนนั้น ได้อย่างไร เขาบอกของเรา ใช้เวลาเข้าแถวประมาณ 5-6 ปี แต่เราใช้เวลาแค่ 2 ปี และเป็น Permanent ด้วย”

แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในฮอลล์ใหญ่ พวกเธอกลับต้อง เจอคำถามเสียดแทงใจ และทัศนคติ ที่ฝรั่งมีต่อคนไทยอยู่บ่อยครั้ง

ดีไซน์ของคุณ มาจากประเทศไทยจริงหรือ?

ผมไม่เคยเห็น ของแบบนี้ มาก่อน?

ผมเห็นแต่ประเทศไทย ชอบไปก๊อบปี้ของๆ ผม!

ซึ่งเธอได้แต่ว่า “You wait and see!" และท้าให้กลับมาดู การพัฒนาของพร็อพพาแกนด้า ในปีต่อไป

ปัจจุบัน พร็อพพาแกนด้า มีอายุครบ 8 ปี ขยายตลาด ไปในญี่ปุ่น มีบูธถาวร อยู่ในหลายประเทศในยุโรป รวมถึง ได้รับการเชื้อเชิญ จากงานนิวยอร์กแฟร์ ให้เข้าไปสร้างสีสันใ ห้กับงาน ที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย ในที่สุด พร็อพพาแกนด้า บริษัทเล็กๆ ของคนไทย ก็ได้มีบูธถาวรอยู่ในกลุ่ม 100 เปอร์เซ็นต์ดีไซน์ ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ดี ที่สุดในโลก

ส่วนผลงานของพร็อพพาแกนด้า ก็คว้ารางวัลระดับโลก สร้างชื่อเสียง ให้แก่ประเทศไทย ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Merit Award ด้านกราฟฟิกดีไซน์ ยอดเยี่ยมประเภท จิปาถะจากผลงาน "Shaking Box", รางวัล Good Design 2000 จากกระปุกพริกไทย "Saltepper" จากพิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรม และการออกแบบ The Chicago Athenaeum ประเทศสหรัฐอเมริกา และงานแสดงสินค้า ครั้งพิเศษ "Form 2000" ณ กรุงแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ทั้งหมดเป็นผลงานของ "ชัยยุทธ พลายเพ็ชร์" ดีไซเนอร์รุ่นบุกเบิก ของพร็อพพาแกนด้า ปัจจุบันเป็น นักออกแบบสินค้า รุ่นซีเนียร์ของ พร็อพพาแกนดิส "ชัยยุทธ" เล่าว่าเขาใช้ปัญหา ที่เกิดขึ้น สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว หรือแม้แต่สารคดี ในยูบีซี มาสะกิดและต่อยอด จนกลายเป็นของใช้ รูปร่างประหลาด เช่น ที่เปิดขวด รูปปลาฉลาม ซึ่งมีที่มาจาก สารคดีบำบัดเด็ก ที่ป่วยด้านสมอง

"สไตล์ส่วนตัว ของผมจะพูดถึง ความเป็นมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง เอาความใกล้ตัว มาใส่ทำให้งานพูด และสื่อสารกับคนได้ สินค้าที่ออกมา จะเป็นโปรดักท์ สนุกที่บริหารสมอง คนซื้อ" “ชัยยุทธ” อธิบาย

นอกจากนี้ "กุลนาถ ศรศรีวิชัย" ดีไซเนอร์รุ่นน้อง ผู้มีไอเดีย ที่โดดเด่น เป็นเลิศไม่แพ้กัน ก็มีสูตรหาไอเดีย ส่วนตัว ด้วยการผสมประโยชน์ ใช้สอยของเครื่องใช้ ที่มีอยู่แล้วเข้ากับ แง่มุมสนุกสนาน จนเกิดเป็นประโยชน์ ใช้สอยใหม่ นอกเหนือ จากหน้าที่หลัก ของสิ่งนั้นที่ดูแล้ว ประเทืองปัญญายิ่ง เช่น

จานรูปครึ่งวงกลม ที่สามารถแบ่งอาหาร และคว่ำตัวเอง ได้โดยไม่ต้องง้อ ที่คว่ำจาน ถ้วยกาแฟ ซึ่งใช้หูถ้วยประกอบ เข้ากับจานรองแก้ว กลายเป็นที่คว่ำแก้วได้

ช้อนคลุกสลัด ที่มีปลายคล้าย ที่หนีบผ้า สามารถแขวนตัวเองได้ หรือที่แขวนลูกบิดประตู ที่ใช้เป็นดอร์สต๊อปได้

"ไอเดีย ของผม มาจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เวลาไปดูหนัง ไปเดินตลาดเก่า สิ่งแวดล้อม การพูดคุย ก็เอามาสปาร์คไอเดียเราได้ ใช้วิธีสังเกต และพัฒนา หรือบางครั้ง ก็มาจากการพยายามแก้ปัญหา เช่น ตัวจานกับที่คว่ำจาน เราก็ลองตรองโจทย์ดู ให้ไปแก้ที่จานว่า ควรให้จาน พึ่งพาตัวเองได้ ก็ออกมา เป็นจาน ที่คว่ำด้วยตัวเองได้" เขา เล่า

ไอเดียเก๋ไก๋ และของใช้สารพัดประโยชน์ของ "กุลนาถ" ก็คว้า "กล่อง" มาแล้วนับไม่ถ้วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Best of 1997 Certificate of Excellence Test Tube Card จาก Bangkok Art Directors Association และรางวัล Merit Award of International Design Competition จากนิตยสาร How ประเทศสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีไอเดียโดดเด่น ปัญหาที่ตามมา ก็คือ การก๊อบปี้ ซึ่งแม้สินค้าทุกชิ้น ของพร็อพพาแกนด้า จะได้รับการจดลิขสิทธิ์ คุ้มครอง การลอกเลียนแบบ ก็ยังเกิดขึ้น ซึ่งแม้จะไม่โจ่งแจ้ง แต่ก็เป็นการขโมย รูปแบบและวิธีคิด

เมื่อสินค้าออกใหม่ ก็มักจะถูกมือดี คว้าไอเดียไปเลียนแบบและต่อยอดทันที ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พร็อพพาแกนด้า จึงงดผลิตสินค้า ประเภทบัตรอวยพร และ แก้วพิมพ์ลาย และข้อความ ที่มีความหมายสะดุดใจ ซึ่งถือเป็น ประเภทสินค้า รุ่นบุกเบิก แต่เปลี่ยนมาเป็นการออกแบบ ของใช้ที่เน้น รูปทรงเองทั้งหมด ซึ่งแม้จะเหนื่อยกว่า และทำให้ยอดขายตก ไปบ้างเล็กน้อย จากขั้นตอน ที่กินเวลา แต่สินค้า ที่ขายไอเดียล้วนๆ ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ แสดงยี่ห้อพร็อพพาแกนด้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น ที่เปิดขวดรูปปลาฉลาม จานครึ่งวงกลม ที่แขวนประตูหลากสี หรือโคมไฟรูปฟันซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของร้านทำฟันไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การออกแบบรูปทรงและผลิตสินค้าเองทั้งหมด ก็มีปัญหาเรื่องการผลิตและเทคโนโลยีในเมืองไทย เนื่องจากโรงงานที่มีเทคโนโลยีสูงสามารถผลิตชิ้นงานได้ตามที่ดีไซเนอร์ออกแบบนั้น มักยินดีรับเฉพาะลูกค้าที่สั่งออเดอร์หลักแสนหรือครั้งละมากๆ เท่านั้น

"เทคโนโลยีที่ทันสมัยไปอยู่ในโรงงานซึ่งเขาคิดกันหน่วยแสน แต่เราคิดแค่หน่วยพัน จึงไม่ค่อยมีใครยอมทำให้ เรามีสมอง ใจ มือ แต่ไม่มีแบ็คกราวด์ที่คอยสนับสนุน ที่ผ่านมาเราก็ใช้เทคโนโลยีไปตามมีตามเกิด ซึ่งส่วนหนึ่งที่สินค้าแพงก็เพราะวัสดุ เราจึงต้องหาโรงงานที่มีทัศนคติร่วมกับเรา เพราะไม่ว่าจะเป็นโรงงานไม้ โลหะ เซรามิค ถือเป็นฐานอำนาจในการตีดาบเพื่อจะไปสู้รบกับต่างชาติ" "ชัยยุทธ" บอก

ในธุรกิจการออกแบบ เรื่องการลอกเลียนแบบเป็นสิ่งสำคัญ อุบัติเหตุการชนกันของไอเดียเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อรู้ตัวว่าซ้ำหรือใกล้เคียงกับของที่มีอยู่ในตลาด ก็ต้องโยนทิ้งทั้งหมด แม้ว่าจะอยู่ในขั้นตอนการผลิตแล้วก็ตาม เพื่อรักษาเครดิตของแบรนด์ผู้ออกแบบสินค้าออร์ริจินอลดีไซน์ที่ไม่ก๊อบใครโดยเด็ดขาด

"สินค้าของคนอื่นเราก็ดู แต่เป็นการดูเพื่อหนี ดูว่าโลกเขาไปถึงไหนแล้ว เราจะได้ไม่ไปเดินตามเขา หลักสำคัญและจุดขายของเรา คือ เป็นสินค้าที่ไม่ก๊อบ เพื่อที่จะพูดได้เต็มปากว่าเราไม่ได้ก๊อบใครมา" “กุลนาถ” กล่าว

นอกจากปัญหาเรื่องการคิดและการผลิตแล้ว เงินทุนก็ถือเป็น เส้นเลือดใหญ่ ในการขยายธุรกิจ เนื่องจากการทำ สินค้าขึ้นเองทั้งหมด ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ปัจจุบัน พร็อพพาแกนด้า เน้นส่งออกเป็นหลัก สินค้า 80 เปอร์เซ็นต์ส่งขายต่างประเทศ โดยมียุโรปเป็นตลาดใหญ่ และมีหน้าร้าน อยู่ในประเทศฝรั่งเศส ส่วนตลาดในประเทศ ก็มีหน้าร้านอยู่ในห้างเอ็มโพเรี่ยม ถ.สุขุมวิท

การให้ชื่อของพร็อพพาแกนด้า ติดตลาดโลก และได้รับการยอมรับ ในฐานะงาน ที่ออกแบบโดยคนไทย ถือเป็นความใฝ่ฝัน ของพวกเขา รางวัลที่ได้รับมา เป็นเครื่องการันตี ความสามารถได้ ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องการ การยอมรับ ในฐานะชาติ ที่มีนักออกแบบ ที่มีฝีมือไม่แพ้ชาติใด

“ตอนนี้เราก็เริ่มเป็นที่รู้จักบ้าง แต่ความหมายก็คืออยากไปยืนอยู่ข้างๆ เขาได้เลย"

  • สร้างแบรนด์ง่ายๆ ถนัดอย่างไหน ทำอย่างนั้น
  •