วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน
วันที่: 2007-11-26
มันเน็ท เวอร์ชั่นล้านนา แปลว่า มันเจ๋ง มันเก่ง มันแน่ จุดเริ่มต้นบนถนนผู้ประกอบการของ "กรวิภา ไชยบุญเรือง" กับผลิตผลดีไซน์เฉียบ กระเป๋าผ้าทอผสมหนัง แบรนด์ "MONNET" ผลงานประณีต สวยเด่น ทนทาน แถมยังปรับได้ตรงใจ ไอเดียไม่ธรรมดาจนชนะใจลูกค้ามาแล้วทั่วโลก
กระเป๋าผ้าผสมหนัง ดีไซน์เก๋ไก๋ ที่เรียงรายในช็อปบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซา จังหวัดเชียงใหม่ ดึงดูดสายตาขาช้อปจากทั้งในและต่างประเทศ ความแปลกตา "ลงตัว" ของการผสมผสานระหว่าง "หนัง" กับผ้าหลากที่มา ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม้ง ,ผ้าลาว, ผ้าจีน, ผ้านากา ฯลฯ ขับให้ของที่น่าจะพื้นๆ ดูมีราคาขึ้นมาได้
โดยเฉพาะเมื่อทุกแบบ ทุกสไตล์ ทำออกมาแบบชิ้นต่อชิ้นเท่านั้น จุดขายสำคัญ กับแฟชั่นเฉพาะบุคคลที่กำลังได้รับความนิยมกันถ้วนทั่ว
เบื้องหลังของผลงานสุดเนี้ยบ มีชื่อของ "เน็ต" กรวิภา ไชยบุญเรือง ผู้ประกอบการสายพันธุ์ละอ่อน ชาวล้านนาขนานแท้ ที่ฝันอยากมีผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ของตัวเอง เธอต่างกับคนช่างฝันหลายๆ คนก็ตรงลงมือทำทันที เพื่อให้เห็นผลในทันใด
เถ้าแก่น้อยยุคมิลลิเนียม เริ่มต้นเก็บประสบการณ์ในงานรับจ้างผลิตมากว่า 5 ปี กับโรงงานเล็กๆ เพื่อคอยจังหวะขยับขยาย เธอเรียกมันว่า "ช่วงเวลาของการลองผิดลองถูก" โดยเริ่มจากออกแบบตามใจลูกค้า ศึกษาแบบครูพักลักจำ จนพัฒนาดีไซน์ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะได้ "ลงตัว" เริ่มจากหาผ้าที่เด่นเรื่องลวดลาย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น อย่างพวกผ้าจีนหรือผ้าอุ้มเด็ก จากแหล่งของมันอย่าง "กาดแม้ว"
แล้วจับจุดเด่นของผ้าพวกนี้ที่มีลายปักที่สวย แตกต่างไปในแต่ละผืน ทำให้เมื่อนำมาทำเป็นกระเป๋า จะเกิดลวดลายแตกต่างกันไป แล้วแต่แบบของผ้าที่ได้มา และการดีไซน์ให้สวยเด่นของพวกเธอ ทำให้กระเป๋าที่ได้แต่ละใบ มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน ถือได้สบายใจไม่มีใครเหมือน เป็นผลงานลิขสิทธิ์เฉพาะแบบชิ้นต่อชิ้น
ซึ่งก่อนออกแบบ พวกเธอจะคำนวณผ้าที่จะใช้ เพื่อให้สามารถใช้เนื้อผ้าได้คุ้มค่าที่สุด วิธีการนี้จะช่วยลดต้นทุนที่สูญเสียได้
ความน่าสนใจของผ้าที่แปลกต่าง คือการแฝงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย นั่นยิ่งทำให้คุณค่าของเนื้องานทวีคูณขึ้น
"อย่างผ้าชาวเขามันมีประวัติศาสตร์ มีเรื่องเล่าในตัวของมันเอง กว่าจะมาเป็นผ้าแต่ละผืนมันผ่านอะไรมามากมาย นั่นยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณค่าเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงความสวยงามเท่านั้น"
แม้ลวดลายของผ้าจะดี และมี "เรื่องเล่า" ให้เห็นคุณค่า แต่เมื่อพูดถึงการใช้งาน พวกเขายังต้องมีการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับผู้ใช้ในยุคนี้ด้วย จากผ้าที่น่าจะเปราะบาง ใช้ไปไม่นานก็อาจขาดได้ เจ้าของไอเดียนำมาผสมกับหนัง โดยใช้หนังเป็นตัวยึดเพิ่มความแข็งแรงให้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
"เราทำออกมาเป็นกระเป๋าผ้าทอผสมหนัง อย่างหนังท้องวัว หนังหมู เพื่อให้มันแข็งแรง ทนทาน ไม่ยืดเวลาใช้ไปนานๆ เหมาะกับการใช้งานในยุคนี้ เพราะสามารถใส่ของหนักได้ ซึ่งวัยรุ่นนิยมใช้กันเยอะมาก โดยเราออกแบบให้มันดูเรียบง่าย และเป็นเอกลักษณ์ มีชิ้นเดียว ถือแล้วไม่ชนไม่ซ้ำใคร"
นอกจากตอบรับเรื่องการใช้งาน ผู้ประกอบการหน้าใสยังนึกไปถึงการทำกระเป๋าให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เธอบอกว่าที่ผ่านมา มีลูกค้าที่เก็บผ้าถัก ผ้าทอ ไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร นึกอยากได้ของใช้สักชิ้น อย่างกระเป๋าถือ กระเป๋าแล็ปทอป แปลกใหม่ ก็มาสั่งให้พวกเธอทำได้ การออกแบบให้ตรงใจจึงเริ่มขึ้น เพื่อให้ของเก็บ ของโชว์ ก็กลายมาเป็นของใช้คู่ใจได้ง่ายๆ
ไม่เท่านั้น เมื่อลูกค้าใช้กระเป๋าไปนานๆ เกิดเบื่อลวดลายเก่าๆ ก็สามารถเอามาให้พวกเธอออกแบบให้ใหม่ได้ด้วย โดยนักสร้างสรรค์จะเลาะผ้าของเดิมออกมา แล้วจับโน่นผสมนี่จนได้ของใหม่กลับไปใช้ ไม่ต้องทิ้งให้คิดเสียดายอีกต่อไป กลยุทธ์เรียบง่ายที่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างน่าสนใจ
แนวทางทั้งหมด ถูกเชื่อมต่อความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการใหม่อีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ หรือ NEC ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2550 ช่วยให้ทางที่จะก้าวต่อไปสะดวกสบายขึ้น
"เราอยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เริ่มตรงไหนดี เลยมาร่วมโครงการของ NEC สิ่งที่ได้คือ เรารู้หลักการทำธุรกิจ รู้แล้วว่าต้องเริ่มตรงไหน มีการจัดระบบระเบียบ รู้วิธีการบริหารจัดการ มีแนวคิดการทำธุรกิจชัดเจนขึ้น ที่สำคัญคือ ทำให้เราเห็นช่องทางว่าตลาดนี้อยู่ตรงไหน และควรทำอย่างไร เรียกว่ามันเห็นกลุ่มเป้าหมายชัดขึ้น เพราะกระเป๋าไม่ใช่จะเจาะทุกกลุ่ม แต่เลือกได้ว่ากลุ่มไหนที่ใช้ของเราเยอะที่สุด"
ความชัดเจนของกลุ่มลูกค้า และเหล่าความรู้ที่ขยันเติมเต็มทำให้กระเป๋าฝีมือคนไทย ทำตลาดอย่างงดงามทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น อิตาลี ฝรั่งเศส อเมริกา นิวซีแลนด์ กระทั่งตลาดใหม่อย่างภูฏาน โดยยังเป็นงานรับจ้างผลิต 60% และขายในแบรนด์ตัวเอง 40% กับกำลังการผลิตประมาณ 1,000 ใบต่อสัปดาห์ ส่วนราคาขายมีตั้งแต่ประมาณ 60 บาท ไปจนถึง 5,000 บาท ขึ้นกับขนาด รูปแบบ และชนิดของผ้าที่ใช้
การขยันไขว่ขว้าแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ถูกเติมเต็มความฝันที่อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง จนได้ ชื่อแบรนด์เด็ดๆ อย่าง "MONNET" (มันเน็ท) เธอบอกเราว่า มันแปลได้สองความหมายด้วยกัน อย่างถ้าเป็นภาษาเหนือ "มันเน็ท" ก็แปลว่า "เจ๋งดี มันเก่ง มันแน่" หรืออาจแปลเป็นความหมายมงคล อย่าง Money+Net เพราะตัวเธอชื่อ เน็ต ได้อีกด้วย
เป้าหมายนับจากนี้ กรวิภาบอกเพียงว่า อยากทำกระเป๋าที่สื่อถึงความเป็นตัวเองให้คนทั่วไปได้รู้จัก โดยยึดแนวทางสำคัญอย่างต้องใช้แรงงานในท้องถิ่น และใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเท่านั้น เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นของเธอไปด้วย
"วันหนึ่งถ้าเห็นต่างชาติ เขาถือกระเป๋าของเราในบ้านเขา ก็คงภูมิใจน่าดู"
เธอทิ้งท้ายความฝันก้าวต่อไปไว้แค่นั้น
.........................
Key to success
เจ๋งดี ฉบับ "MONNET"
๐ งานดีไซน์ชิ้นต่อชิ้น ถือได้ไม่กลัวซ้ำใคร
๐ ผ้าหลากที่มา สวยเด่น เน้นเรื่องเล่า
๐ เย็บผสมหนังเพิ่มความแข็งแกร่ง
๐ รับออกแบบตามใจ เบื่อแล้วโละปรับใหม่ได้
๐ ใช้คนและวัตถุดิบในท้องถิ่น สร้างงานสร้างรายได้ ่
เรื่อง : จีราวัฒน์ คงแก้ว cheerawat @ nationgroup.com