Nationejobs.com
 

Success Story

วิถีแห่งงาน และการใช้ชีวิตในที่ทำงาน

 
 

วันที่: 2003-12-15

มิสซิสลอนดรี ซักผ้า…กับป้าอ้วน
มีแบรนด์ไม่น้อยเลย ที่เกิดขึ้นได้จากการพัฒนา และเห็นช่องทางของรุ่นลูก โดยใช้ทรัพยากรจากรุ่นพ่อ

ร้านซักอบรีด มิสซิสลอนดรี เป็นผลพวงมาจากธุรกิจโรงแรมตะวันนา รามาดา หลังจากที่ "กลินท์ สุรวงศ์ บุนนาค" ผู้จัดการฝ่ายจัดการ โรงแรม ตะวันนารามาดา สำเร็จการศึกษาปริญญาโท จากประเทศอังกฤษและกลับมาดูแล กิจการโรงแรมที่เป็นของพ่อ เขาก็มองเห็นว่าทรัพยากรหลายๆ ส่วนในโรงแรมสามารถนำมาสร้างโอกาส ให้กับธุรกิจโรงแรมได้มากขึ้น

กำลังการผลิตที่เหลือเฟือ ของแผนกซักผ้า ที่ให้บริการเฉพาะแขกของโรงแรม ยูนิฟอร์มพนักงาน ผ้าปูโต๊ะ และผ้าปูเตียง จึงถูกเปลี่ยนเป็นร้านซักแห้ง และซักอบรีด มิสซิสลอนดรี (Mrs.Laundry)

พื้นที่ขนาด 10-15 ตร.ม. ด้านหน้าโรงแรมที่ติดกับถนนสุรวงศ์ ถูกเนรมิตให้เป็นร้านสาขาทดลอง หลังจากนั้นแบรนด์ซักอบรีด มิสซิสลอนดรีก็ติดลมบนมาร่วม 8 ปี และขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์ จนเคยมีมากที่สุดถึงกว่า 40 สาขามาแล้ว

กลินท์ บอกว่าธุรกิจซักอบรีด ไม่ใช่ธุรกิจหวือหวา แต่ไปได้เรื่อยๆ เพราะเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4

เหมือนคนต้องกินอาหาร เสื้อผ้าก็ต้องซัก

แต่ร้านซักผ้าก็ไม่เหมือนร้านอาหา รที่คนจะขับรถเพื่อไปกินร้านนี้โดยเฉพาะ ลูกค้าจะเลือกที่ความสะดวกสบาย มากกว่า ดังนั้น เรื่องของทำเลที่ตั้งจึงเป็นหัวใจ สำคัญของธุรกิจนี้ทีเดียว

โลเกชั่นของธุรกิจนี้จะไม่ใช่ร้านอาหาร ที่คนจะขับรถไปเพื่อไปกินร้านนี้ หรือมีความพิเศษจะต้องใช้ร้านนี้โดยเฉพาะ ลูกค้าจะใช้เพราะว่าโลเกชั่นสะดวก ธุรกิจนี้จึงขึ้นอยู่กับความสะดวก ของผู้ใช้ "กลินท์" บอก

ร้านซักรีดจึงต้องเปิดในแหล่งชุมชน ที่จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น อาคารสำนักงาน ในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ที่สำคัญต้องมีความต้องการและกำลังจ่าย

กำลังจ่ายในแต่ละชุมชนก็ไม่เท่ากัน จึงเป็นเครื่องแบ่งกลุ่มผู้บริโภค ไปโดยปริยาย โดยทาร์เก็ตของมิสซิสลอนดรีจะเป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง

บริการที่มีให้คือซักแห้ง และซักน้ำรายชิ้นสำหรับลูกค้าทั่วไป นอกจากนี้ลูกค้าโรงแรมหรืออพาร์ตเมนต์ก็จะมีแพ็คเกจ ที่เรียกว่า ผ้าเหมา คือขนาด 40 ชิ้น 60 ชิ้น และ 80 ชิ้น และแพ็คเกจสำหรับบริษัท เช่น ซักยูนิฟอร์มพนักงานในราคาพิเศษ

โดยสัดส่วนลูกค้าทั้ง 2 ประเภทอยู่ที่ 70-30

กลินท์ เล่าว่าปัญหาในช่วงแรกๆ เกิดจากการคำนวณสัดส่วน จำนวนสาขากับกำลังการผลิต ที่ไม่สอดคล้องกัน แต่ปัจจุบันลงตัวที่ 35 ช็อปต่อหนึ่งโรงงาน

ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานอยู่ 2 แห่ง คือที่โรงแรมและที่ย่านรังสิต แต่ละแห่งรับงาน วันละหมื่นชิ้นต่อวัน มีคนงานที่ละ 60-70 คน แต่อนาคตกำลังจะรวมเข้าเป็นจุดเดียว เพื่อง่ายแก่การดูแล

สำหรับสาขาตอนนี้มีแบ่งเป็นของตัวเอง 15 สาขาและสาขาแฟรนไชส์ 20 สาขา ช็อปเหล่านี้เปรียบเสมือนหน้าร้าน สำหรับรับงานเท่านั้น โดยแต่ละวันจะมีรถ 7-8 คันวิ่งตามเส้นทางต่างๆ เช่น สายสุขุมวิท สายกรุงเทพตอนเหนือ หรือสายกรุงเทพตอนใต้ เพื่อไปรับผ้ากลับมาซักที่โรงงาน

ปัจจุบันมิสซิสลอนดรีเปิด ให้บริการแค่ในกรุงเทพเท่านั้น กลินท์ บอกว่ามีผู้สนใจติดต่อ ขอเปิดสาขาในต่างจังหวัดมาก แต่ยังติดเรื่องโรงงานที่มีเฉพาะในกรุงเทพ และการควบคุมคุณภาพให้ได้ มาตรฐานเดียวกันไม่ได้

จึงทำได้แค่ซื้อโนว์ฮาวไปเปิดกิจการเอง

แฟรนไชส์ของเขาเหมาะสำหรับ คนหารายได้แรกเริ่ม มีงานประจำอยู่แล้ว มีสถานที่ และมีเวลาเหลือพอที่จะมาดูแลร้านบ้าง

สำหรับเงื่อนไขแฟรนไชส์จะคิดค่าแรกเข้าคิด 1 แสนบาท แต่แบ่งจ่ายครั้งแรก 4 หมื่นบาท ที่เหลืออีก 6 หมื่นบาท ค่อยๆ ผ่อนตามสัญญาที่มีอายุ 3 ปี ค่า Loyalty fee มีหลายอัตราตั้งแต่ 35-40% และเงินประกันสินค้าอีก 3 หมื่นบาท

แต่ละสาขาใช้พื้นที่เพียง 10-20 ตร.ม. ค่าเช่าไม่สูง ใช้ค่าตกแต่งร้านประมาณ 1 แสนบาทขึ้นอยู่กับขนาดและความสมบูรณ์ของพื้นที่

จุดคุ้มทุนจะขึ้นอยู่กับค่าเช่า ของสถานที่เป็นสำคัญ ถ้าค่าเช่าประมาณ 5,000-10,000 บาทต่อเดือน จะคุ้มทุนที่ประมาณ 8-12 เดือน

เมื่อตัดสินใจจะซื้อแฟรนไชส์ จะมีบริการตรวจสอบทำเล ซึ่งพิจารณาจากจำนวนประชากร ในพื้นที่ ลักษณะการใช้งาน ฐานเงินเดือนโดยประมาณ และคู่แข่ง เป็นต้น มีค่าธรรมเนียม 5 พันบาท แต่ถ้าตกลงซื้อแฟรนไชส์ ก็จะหักไปจากค่าแรกเข้า แต่ถ้าไม่โอเคก็จะคืนให้ 3,500 บาท โดยอีก 1,500 บาท หักไว้เป็นค่าทำเอกสารต่างๆ

"กลินท์" บอกว่าธุรกิจซักแห้ง และซักอบรีดนี้ไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่น แต่เป็นโอกาส ที่คนทั่วไปคว้าถึง เพราะใช้เงินลงทุนไม่สูง มีเงิน 2-3 แสนก็ทำได้แล้ว และธุรกิจควรจะเริ่มดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน ร้านที่ไปได้ดีก็อาจทำยอดได้ 80,000-200,000 บาทต่อเดือนทีเดียว

ดังนั้นแม้จะไม่ใช่ธุรกิจที่หวือหวา แต่หากได้โลเกชั่นที่ดีบวกความตั้งใจ ก็เป็นรายได้เสริมที่ค่อนข้างมั่นคงทีเดียว

ธุรกิจนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องคนค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่แรกเริ่ม จะมีเด็กหน้าร้านรับรองลูกค้า บอกรายละเอียดถึง ความต้องการของลูกค้า

คนที่สองคือ คนตรวจเช็คผ้าว่าควรซักแบบไหน แยกชนิดการซัก จุดที่สามคือ ผู้ซักซึ่งต้องใส่ใจ เวลาเอาเข้าเครื่อง ก็ต้องดูแลของๆ ลูกค้า พอออกจากเครื่องซักอบ ก็ถึงขั้นตอนรีด ซึ่งต้องใช้คนอีกเช่นกัน

ปัญหาของธุรกิจซักอบรีด จึงเป็นเรื่องของคน คนมีการเข้า-ออก ความเอาใจใส่ ความตั้งใจ ซึ่งต้องมีการกระตุ้น ทั้งฝึกทั้งบีบบังคับอยู่ตลอดเวลา "ไม่อย่างนั้นลูกค้าก็ไม่ได้รับบริการ ที่สมบูรณ์ เขาอธิบาย

ผู้จัดการหนุ่มยังย้ำว่า เด็กหน้าร้าน ก็เป็นหัวใจสำคัญ ที่มิอาจมองข้ามได้เลยในธุรกิจบริการ

เด็กหน้าร้านก็ต้องเอาใจใส่ เมื่อเริ่มธุรกิจ เรามีการเทรนให้ เพราะเสื้อผ้าเป็นเรื่องการเอาใจใส่ คนที่มาใช้บริการต้องการ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ถ้าเด็กเอาใจใส่ ลูกค้าก็พอใจ แล้วก็มาใช้บริการอีก

อีกอย่างเรื่องซักผ้านี่ มีแค่พอใจมาก พอใจน้อย กับไม่พอใจ คือผ้าขาวก็คือผ้าขาว เราไม่สามารถทำให้ผ้าขาวขาวกว่ากันได้ แต่เรื่องบริการถ้าเราให้บริการที่ดี ดูแลเอาใจใส่ ซักของมาได้ตามที่เขาต้องการ เขาก็จะกลับมาอีก เขาว่าอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม กลินท์ ยอมรับว่าความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ เพราะทุกอย่างเป็นเครื่องจักรกับคน แม้จะมีการตรวจตรา และฝึกอบรมคนอยู่ตลอดเวลาก็ยังมีปัจจัยทำให้เกิดความผิดพลาดได้ แต่ก็มีระเบียบการชดใช้

การชดใช้ค่าเสียหาย จะแบ่งเป็นลักษณะของบริการ และการซื้อสินค้าคืนขึ้นอยู่กับความเสียหาย แต่ส่วนใหญ่จะเลือกชดใช้ 10 เท่าของราคาค่าบริการ แต่ถ้าเสียหายเล็กๆ น้อยๆ เช่น กระดุมหลุด ก็มีบริการแก้ไขซ่อมแซมให้ใหม่

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าถ้าเทียบเป็นสัดส่วนแล้ว ก็เกิดการเสียหายน้อยมาก อาจมีเพียง 2-3% เท่านั้นจากหมื่นชิ้นต่อวัน

อย่างไรก็ตาม บางครั้งความผิดพลาด ก็เกิดจากเทคโนโลยีที่ผลิตผ้าชิ้นใหม่ๆ ออกมา คนที่คิดจะทำธุรกิจนี้จึงต้องศึกษา การดูแลผ้าชนิดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาด้วย

ผ้าที่ออกมาใหม่ๆ ก็ต้องมีฝ่ายปฏิบัติการศึกษา และทดลองผ้าอยู่ตลอด ต้องส่งผ้าบางชนิดที่เรา ไม่แน่ใจไปให้โรงงานเคมีที่เราใช้บริการ เขาจะมีห้องแล็บทดสอบว่า เขาตรวจว่าเกิดจากอะไร เช่น คราบเหงื่อ น้ำหอมที่ฉีดมาเกิดปฏิกิริยาอย่างไร

สาขาที่มีอยู่ก็ขึ้นลงตามสภาพตลาด รวมถึงความตั้งใจของแฟรนไชซี แต่สำหรับอนาคตก็จะผลักดัน ให้แบรนด์แข็งแรง และเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมบอกได้เลยว่า ที่บอกว่าดีที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่ดีที่สุดที่เราทำได้ เราจะทำให้ดีกว่านี้

เรื่อง : พร้อมระวี วีระโสภณ

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543